หุ้นฮ็อต

| 18 กันยายน 2560 | 09:16

TASCO พุ่งแรง เก็งงบ Q3/60 กำไรฟื้น แต่ระวังราคาเริ่มเกินพื้นฐาน

  TASCO พุ่งแรง - วอลุ่มแน่น เก็งงบไตรมาส 3/60 กำไรฟื้น ตามราคายางมะตอย ขณะที่มีสตอรี่เชิงบวก คือการเพิ่มกำลังการผลิตกว่าเท่าตัว แต่เริ่มผลิตเชิงพาณิชย์ปี 2564 ดังนั้นในช่วงสั้นต้องระวังหลังราคาเริ่มเกินพื้นฐาน

  บมจ.ทิปโก้แอสฟัลท์ (TASCO) ความเคลื่อนไหวร้อนแรง ปิดที่ 24.10 บาท เพิ่มขึ้น 1.10 บาท หรือ 4.78% มูลค่าการซื้อขายหนาแน่น 2,134 ล้านบาท ปริมาณหุ้นที่ซื้อขายเพิ่มขึ้น 601% จากซื้อขายวันละ 15 ล้านหุ้น ขึ้นมาเป็น 90 ล้านหุ้น
  TASCO เป็นผู้นำการผลิตและจำหน่าย ผลิตภัณฑ์ยางมะตอย ทั้งในและต่างประเทศ เพื่อนำไปใช้ก่อสร้างถนน ซ่อมบำรุงผิวจราจร ทางยกระดับ ทางวิ่งขึ้นลงของสนามบิน
  หุ้น TASCO กลายเป็นขวัญใจรายย่อย นับตั้งแต่แตกพาร์จาก 10 บาท เหลือ 1 บาท เมื่อเดือน เม.ย. 58 ล่าสุดมีรายย่อยถือหุ้นกว่า 14,000 ราย จากก่อนแตกพาร์มีรายย่อยถือหุ้นเพียง 3 พันกว่ารายเท่านั้น
  ด้านผลการดำเนินงาน TASCO กำไรค่อนข้างผันผวน ขึ้นอยู่กับอุปสงค์ยางมะตอยในแต่ละปีและทิศทางของราคาน้ำมันดิบ ซึ่งเป็นต้นทุนในการผลิตยางมะตอย โดยกำไรสุทธิของบริษัทฯ จาก 1.2 พันล้านบาทในปี 57 ก้าวกระโดดเป็น 5 พันล้านบาทในปี 58 ก่อนลดลงเหลือ 3.1 พันล้านบาทในปี 59 ส่วนครึ่งแรกปีนี้มีกำไรสุทธิ 1.58 พันล้านบาท
  สัญญาณหุ้น TASCO ที่พุ่งขึ้น ตอบรับกับคาดการณ์ผลการดำเนินงานไตรมาส 3/60 ที่นักวิเคราะห์มองว่าจะดีขึ้นจากราคายางมะตอยที่ฟื้นตัว แต่ในภาพรวมแล้วส่วนใหญ่ราคาเป้าหมายหุ้น TASCO ลงจนราคาปัจจุบันนับว่าเริ่มเกินปัจจัยพื้นฐาน
  บล.ทิสโก้ คาดว่าผลประกอบการ 3Q17 ของ TASCO จะเพิ่มขึ้นจากราคาส่งออกที่เพิ่มขึ้นเป็น 280 ดอลลาร์/ตัน จากการลดกำลังการผลิตของผู้ผลิตรายใหญ่ และราคาน้ำมันดิบที่ต่ำจะสะท้อนถึงผลประกอบการ 3Q17 ที่จะมีการสั่งซื้อของล่วงหน้า ทำให้ไม่มีผลขาดทุนจากสต็อก และคาดอัตรากำไรเพิ่มขึ้น QoQ และอุปสงค์ของยางที่สูงในต่างประเทศจะชดเชยตลาดในประเทศที่อ่อนแอ โดยเฉพาะจากอินโดนีเซีย และเวียดนามที่มีความต้องการเพิ่มขึ้น
  แม้ว่าผลประกอบการ 2H17 จะดีขึ้น แต่เราปรับลดประมาณการปี 2017-19F ลง 12%, 9% และ 9% ตามลำดับ ตามแนวโน้มยอดขาย 1H17 ที่ลดลง โดยมูลค่าที่เหมาะสมอ้างอิง PER 12 เท่าสำหรับปี 2018F (+1Std) ที่ 24.10 บาท ลดลงจาก 26.25 บาท โดยมีความเสี่ยงคือ อุปสงค์ที่อ่อนแอกว่าคาด, ราคาน้ำมันที่ผันผวน และอุปทานที่เพิ่มขึ้น
  บล.ดีบีเอสวิคเคอร์ส ระบุว่าจากการประชุมนักวิเคราะห์ล่าสุด ราคาขายยางมะตอยในประเทศลงไปต่ำกว่าราคาภูมิภาค ซึ่งเป็นเรื่องที่ไม่ปกติ โดยในเดือนส.ค.60 อยู่ที่ 9 พันบาท/ตัน (จาก 1 หมื่นบาท/ตันในเดือนมิ.ย.60) หากเทียบราคาในประเทศตอนนี้ก็ต่ำก่วาภูมิภาคอยู่ 30 เหรียญสหรัฐ/ตัน (ราคาในภูมิภาคอยู่ที่ 290 เหรียญ/ตัน) ผู้บริหารคาดว่าราคาในประเทศจะฟื้นตัวได้ในไม่ช้านี้
  อุปสงค์ใน 3Q60 ดีขึ้นเทียบ QoQ เพราะเป็นช่วง Peak ของตลาดยางมะตอยในต่างประเทศ ราคาขายในต่างประเทศก็สามารถขยับขึ้นได้ด้วย
  ผู้บริหารปรับลดเป้าหมายปริมาณขายปี 60 ลงเป็น 2.2 ล้านตัน (จาก 2.4 ล้านตัน) งวด 6M60 ขายได้ 1.13 ล้านตัน เราประเมินว่ากำไร 3Q60 จะดีขึ้น QoQ แต่ไม่น่าจะกลับไปในระดับเดียวกับใน 1Q60 ที่ 1.2 พันล้านบาทได้ เพราะอุปสงค์ในประเทศที่ซบเซา
  คงคำแนะนำถือ ให้ราคาพื้นฐาน 23.00 บาท อิงกับ P/E ปี 60 ที่ 10 เท่า 
  ด้าน บล.เมย์แบงก์ กิมเอ็ง (ประเทศไทย) ให้ราคาเป้าหมายสูงสุดที่ 27 บาท โดยมองปัจจัยแวดล้อมดีขึ้น หลังไตรมาสสองทรุดหนัก รวมถึงมองอนาคต TASCO มีปัจจัยบวกจากการขยายกำลังการผลิตเพิ่มเท่าตัว ใช้เงินลงทุน 150 ล้านเหรียญ แต่ก็แนะนำเพียงแค่ TRADING BUY เท่านั้น
  บทวิเคราะห์ บล.เมย์แบงก์ กิมเอ็ง (ประเทศไทย) ระบุว่า ปัจจัยแวดล้อมปัจจุบันดีขึ้น หลังผู้ผลิต 3 รายใหญ่ในเกาหลีจับมือลดกำลังการผลิตลง 20% ทำให้ราคาขายยางมะตอยอ้างอิงตลาดสิงคโปร์ปรับขึ้นจาก 265 เหรียญ/ตัน ขึ้นมาเป็น 290-295 เหรียญ/ตัน คาดจะทำให้กำไร 3Q60 ฟื้นตัวดีขึ้น
  TASCO มียอดขายในปัจจุบันประมาณ 2.1-2.2 ล้านตัน ในขณะที่มีกำลังการผลิตเพียง 1.2 ล้านตัน เพื่อรองรับการเติบโตในอนาคต จึงมีแผนที่จะขยายกำลังการผลิตการกลั่นยางมะตอยเพิ่มเท่าตัว คือ 30,000 บาร์เรล/วัน เป็น 60,000 บาร์เรล/วัน ใช้เงินลงทุน 150 ล้านเหรียญ ปัจจุบันกำลังเลือก EPC คาดใช้เวลา 6-9 เดือน โดยมีกำหนดผลิตเชิงพาณิชย์ในปี 2564
  นอกจากนี้ ระยะยาว TASCO มีจุดเด่นในเรื่อง Logistic มีคลังยางมะตอยทั่วทั้งภูมิภาคอาเซียน มีกองเรือ กองรถบรรทุก กำลังพัฒนาเป็น Innovative solutions partners เข้าไปร่วมกับบริษัทรับเหมา เราคงแนะนำ TRADING BUY เป้าหมาย 27 บาท

  ราคาหุ้น TASCO ที่ปรับขึ้นมาในรอบนี้ แม้ว่าจะตอบรับผลการดำเนินงานไตรมาส 3/60 ที่มีแนวโน้มดีขึ้น แต่ก็ถือว่ายังมีความเสี่ยงหลังจากเข้าใกล้ราคาเป้าหมาย และยังเกินกว่าราคาพื้นฐานที่โบรกฯ ส่วนใหญ่ให้ไว้ ขณะที่การเพิ่มกำลังการผลิตกว่าเท่าตัวจะเริ่มดำเนินการเชิงพาณิชย์ในปี 2564 ดังนั้นในระหว่างทางราคาหุ้นอาจผันผวนและพร้อมถูกขายทำกำไรออกมาทุกเมื่อ

RECOMMENDED NEWS

ข่าวยอดนิยม

Refresh


LATEST NEWS

ข่าวล่าสุด

Refresh

ดูข่าวทั้งหมด