หุ้นฮ็อต

| 13 กันยายน 2560 | 09:08

TTA เจอขายทำกำไร สวนดัชนี BDI พุ่งสูงสุดรอบ 3 ปี

 TTA เจอขายทำกำไรหลังหุ้นวิ่งทำจุดสูงสุดในรอบ 6 เดือน แม้ล่าสุดดัชนีค่าระวางเรือ (BDI) จะพุ่งขึ้นแตะ 1,355 จุด ทำจุดสูงสุดในรอบ 3 ปี โบรกฯ เชื่อธุรกิจฟื้นตัวครึ่งปีหลัง และต่อเนื่องในปี 61

  หลังจากเข้าสู่เดือน ส.ค. 60 หุ้น บริษัท โทรีเซนไทย เอเยนต์ซีส์ จำกัด (มหาชน) หรือ TTA ปรับตัวขึ้นอย่างโดดเด่น โดยราคาวิ่งขึ้นมาถึง 20% ก่อนจะถูกขายทำกำไรออกมา ปัจจัยสนับสนุนหลักคงหนีไม่พ้นดัชนีค่าระวางที่เพิ่มขึ้นถึง 43% ในช่วงเวลาเดียวกัน เพิ่มขึ้นจาก 946 จุด มาเป็น 1,355 จุด ซึ่งเป็นจุดสูงสุดในรอบถึง 3 ปี
  อย่างไรก็ตาม ราคาหุ้น TTA ที่ซื้อขายกันล่าสุดกลับมีปฏิกิริยาตอบรับในเชิงลบ ต่อการพุ่งขึ้นของค่าระวางเรือในครั้งนี้ แม้ราคาหุ้นจะเปิดกระโดดขึ้นไปแตะ 10.20 บาท ทำจุดสูงสุดใหม่ในรอบ 6 เดือน  แต่เมื่อสิ้นวันราคาหุ้นกลับปรับตัวลดลงราว 3% มาปิดที่ 9.80 บาท ซึ่งเป็นราคาต่ำสุดของวัน
  TTA ประกอบธุรกิจการลงทุน โดยลงทุนใน 4 ธุรกิจหลัก ได้แก่ ธุรกิจขนส่ง ธุรกิจพลังงาน ธุรกิจโครงสร้างพื้นฐาน และธุรกิจอื่นๆ โดยมีบริษัทย่อยหลักๆ 4 บริษัท ได้แก่ โทรีเซน ชิปปิ้ง กรุ๊ป (TSG) ประกอบธุรกิจขนส่งทางเรือ เมอร์เมด มาริไทม์ (MML) ให้บริการเรือขุดเจาะใต้ทะเล พีเอ็ม โทรีเซน เอเชีย โฮลดิ้งส์ (PMTA) ลงทุนในธุรกิจปุ๋ยชื่อ บาคองโก ที่เวียดนาม และยูนิค ไมนิ่ง เซอร์วิสเซส (UMS) นำเข้าและจำหน่ายถ่านหิน
  หุ้น TTA ตกต่ำมานานถึง 3 ปี จากราคาหุ้นในระดับ 22-23 บาท เมื่อปี 57 ลดลงมาต่อเนื่องจนซื้อขายกันอยู่ที่เพียง 8-10 บาท ตั้งแต่ช่วงต้นปี 59 แม้ดัชนี BDI จะฟื้นตัวกลับมาได้กว่าเท่าตัว แต่ทุกครั้งที่หุ้น TTA พยายามวิ่งขึ้นมาเกิน 10 บาท ก็ยังไม่สามารถผ่านไปได้เสียที ถ้าอย่างนั้นแล้ว แรงขายทำกำไรที่ออกมาล่าสุดนี้ จะเป็นสัญญาณการจบรอบอีกแล้วหรือ?
  หากพิจารณาในเชิงปัจจัยพื้นฐานแล้ว ผลประกอบการของ TTA ในครึ่งปีแรกสามารถเทิร์นอะราวด์กลับมาได้ โดยพลิกกลับมามีกำไรทั้งไตรมาส 1/60 และ 2/60 รวม 301.93 ล้านบาท เทียบจากช่วงเดียวกันของปีก่อนที่ยังขาดทุนรวม 261.3 ล้านบาท
 ขณะที่นักวิเคราะห์ต่างมองว่าผลประกอบของ TTA ในครึ่งปีหลังมีแนวโน้มจะเติบโตดีกว่าครึ่งปีแรก หนุนโดยธุรกิจเดินเรือที่ฟื้นตัวอย่างต่อเนื่อง
  บล.ฟิลลิป (ประเทศไทย) ระบุว่า ครึ่งปีหลังธุรกิจเรือยังฟื้นตัวและเป็นส่วนหลักในการฟื้นตัวของภาพรวม โดยดัชนีค่าระวางเรือขนาด Supramax (BSI) ในช่วง ก.ค.-ส.ค. ที่ผ่านมา ยังทรงตัวจากไตรมาสก่อน ทำให้ค่าระวางดีต่อเนื่อง ขณะที่ธุรกิจให้บริการเรือขุดเจาะใต้ทะเล (MML) คาดผลประกอบการยังลดลงจากปีก่อน ตามแนวโน้มในครึ่งปีแรกและส่วนแบ่งกำไรจากบริษัท เอเชีย ออฟชอร์ ดริลลิ่ง (AOD) ที่ลดลงมาก ทางด้าน พีเอ็ม โทรีเซน เอเชีย โฮลดิ้งส์ (PMTA) ดีขึ้นเพราะเป็นไฮซีซั่น และ ยูนิค ไมนิ่ง เซอร์วิสเซส (UMS) คาดปริมาณขายและรายได้ยังโตสูง แต่ต้นทุนก็สูงตามราคาถ่านหินด้วย คาดว่าน่าจะขาดทุนอยู่
  ขณะที่ธุรกิจใหม่อย่าง Pizza Hut จะเริ่มมีรายได้เข้ามา หลังได้เข้าถือหุ้นเมื่อช่วงปลาย มิ.ย. ที่ผ่านมา แต่ยังขาดทุนอยู่ เพราะยังไม่ได้ economy of scale โดยบริษัทมีแผนเพิ่มสาขาอีก 100 แห่ง ใน 3 ปี จากปัจจุบัน 98 สาขา ซึ่งยังไม่รวมในคาดการณ์ เพราะรายละเอียดไม่พอ
  โดยภาพรวมเราปรับกำไรปี 60 ขึ้นเป็น 897 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 314.4% จากปีก่อน และปี 61 คาดยังโตต่อเนื่อง จากแนวโน้มธุรกิจเรือขนส่งที่อุตสาหกรรมยังดูดีขึ้น รวมถึงของบริษัทลูกต่างๆ ที่คาดว่าจะฟื้นตัวต่อเนื่องเช่นกัน แนะนำ “ซื้อ” ราคาพื้นฐานปี 61 อยู่ที่ 12 บาท อ้างอิง P/BV เป็น 1 เท่า ตามการฟื้นตัวที่ดีขึ้น
  ด้าน บล.เอเชียเวลท์ ระบุว่า TTA มีโอกาสฟื้นตัวในปีนี้ โดยได้รับปัจจัยสนับสนุนจากการฟื้นตัวของค่าระวางเรือและส่วนแบ่งกำไรจากบริษัทลูกที่คาดว่าจะเพิ่มมากขึ้นในครึ่งหลังของปีนี้ โดยดัชนีค่าระวางเรือ (BDI) ล่าสุด ณ วันที่ 18 ส.ค. 60 ฟื้นตัวมาอยู่ที่ 1,247 จุด เพิ่มขึ้น 28% เมื่อเทียบกับค่าเฉลี่ยช่วงครึ่งปีแรกของปีที่ 974.8 จุด คาดค่าระวางเรือจะฟื้นตัวต่อเนื่อง จากความต้องการนำเข้าถ่านหินและแร่เหล็กคุณภาพสูงของจีนที่เพิ่มขึ้น ตามนโยบายควบคุมมลภาวะและเน้นการผลิตเหล็กคุณภาพสูง รวมถึงการเร่งนำเข้าถ่านหินก่อนเข้าฤดูหนาว
  พร้อมกันนี้ ภาพรวมอุตสาหกรรมเรือเทกองในช่วงที่เหลือของปีดูสดใสต่อเนื่องถึงปีหน้าจากการค้าที่ฟื้นตัว โดยองค์กรการค้าโลก (WTO) คาดว่าปริมาณการค้าทั่วโลกในปี 60 จะเร่งตัวขึ้น 2.4% เพิ่มขึ้นจากปีก่อนที่ 1.8% สำหรับธุรกิจอื่นๆ ของบริษัทมีแนวโน้มเติบโตดีเช่นกัน อย่างธุรกิจให้บริการนอกชายฝั่ง (MML) จะเข้าไฮซีซั่นในไตรมาส 2 และ 3 ธุรกิจปุ๋ยในเวียดนามของ PMTA กลับมามุ่งเน้นตลาดในประเทศซึ่งมีอัตรากำไรสูงกว่า และธุรกิจถ่านหินดีขึ้นตามราคาถ่านหินที่ฟื้นตัว
  โดยภาพรวม คาดว่า TTA จะฟื้นตัวจากขาดทุนสุทธิในปี 59 ที่ 418 ล้านบาท เป็นกำไรสุทธิ 1,543 ล้านบาท ในปี 60 และจะปรับเพิ่มขึ้น 14% เป็น 1,761 ล้านบาท ในปี 61ให้คำแนะนำ ซื้อ ที่ราคาเป้าหาย 13 บาท

 เป็นที่น่าสนใจว่าหุ้น TTA จบรอบไปแล้วจริงหรือไม่ หลังจากที่มีแรงขายออกมาล่าสุด แม้ธุรกิจเดินเรือจะยังเป็นขาขึ้น แต่ก็ต้องไม่ลืมเช่นกันว่าปัจจุบัน TTA เป็นโฮลดิ้ง คอมพานี ซึ่งมีธุรกิจในเครือหลากหลาย ดังนั้นการฟื้นตัวย่อมไม่ได้ขึ้นกับธุรกิจเดินเรือเพียงอย่างเดียว

RECOMMENDED NEWS

ข่าวยอดนิยม

Refresh


LATEST NEWS

ข่าวล่าสุด

Refresh

ดูข่าวทั้งหมด