หุ้นฮ็อต

| 11 กันยายน 2560 | 09:19

จับตา! ECL เติบโตบนความคาดหวังที่สูงขึ้น

 ECL ตั้งลำ! ลุ้นขาขึ้นรอบใหม่ โบรกฯ แห่เชียร์ ซื้อ มองกำไรยังโตต่อเนื่องใน 2 ไตรมาสที่เหลือ ขณะที่ราคาหุ้นแรงไม่แพ้กัน ดันค่า P/E สูงสุดเป็นอันดับ 3 ของกลุ่มเงินทุนและหลักทรัพย์ จับตา! ผู้ถือหุ้นใหญ่ใช้สิทธิแปลง warrant ต้นทุนเพียง 1.525 บาท

  หุ้น บริษัท ตะวันออกพาณิชย์ลีสซิ่ง จำกัด (มหาชน) หรือ ECL เริ่มฟื้นตัวกลับมาอยู่ในทิศทางที่ดีอีกครั้ง หลังจากที่ราคาหุ้นปรับฐานในช่วง 2 เดือน ที่ผ่านมา ล่าสุด ราคาหุ้นฟื้นตัวกลับมายืนที่ 3.72 บาท เพิ่มขึ้นกว่า 30% ในช่วง 6 สัปดาห์ที่ผ่านมา
  ECL ให้บริการสินเชื่อเช่าซื้อรถ โดยมุ่งเน้นรถยนต์มือสองประเภทรถยนต์นั่งส่วนบุคคล และรถตู้ รถกระบะ รวมไปถึงสินเชื่อรถจักรยานยนต์ (บิ๊กไบค์) นอกจากนี้ บริษัทยังมีการให้บริการหลังการขาย โดยการให้บริการรับต่อทะเบียนรถยนต์ กรมธรรม์ประกันภัย และ พ.ร.บ. คุ้มครองผู้ประสบภัยทางรถยนต์
  ตั้งแต่ต้นปีที่ผ่านมาราคาหุ้น ECL ปรับตัวขึ้นมากว่า 2.5 เท่าตัว จากราคาปิดเมื่อปลายปีก่อนที่ 1.62 บาท โดยราคาหุ้นได้ขึ้นไปทำสถิติสูงสุดที่ 4.36 บาท ก่อนจะปรับฐานลงมาในปัจจุบัน
 กำไรของ ECL ใน 2 ไตรมาสที่ผ่านมา ถือเป็นจุดสำคัญที่ช่วยผลักดันราคาหุ้นขึ้นมา จากปี 59 ที่มีกำไรเพียง 25.03 ล้านบาท เทียบกับปีนี้เพียงครึ่งปีสามารถทำกำไรไปได้แล้วถึง 65.59 ล้านบาท อย่างไรก็ดี สิ่งสำคัญที่จะต้องจับตากันหลังจากนี้คือ แนวโน้มการเติบโตในช่วงครึ่งปีหลัง ซึ่งนักวิเคราะห์ส่วนใหญ่ยังเชื่อมั่นว่าบริษัทจะสามารถรักษาการเติบโตที่เกิดขึ้นเอาไว้ได้
  บล.เคจีไอ (ประเทศไทย) ระบุว่า สำหรับไตรมาส 2/60 ที่ผ่านมา ลูกหนี้ตามสัญญาเช่าซื้อสุทธิอยู่ที่ 3.2 พันล้านบาท เพิ่มขึ้น 68.9% จากปีก่อน และ 12.9% จากไตรมาสแรก การขยายตัวของสินเชื่อเช่าซื้อรถยนต์และรถจักรยานยนต์ (บิ๊กไบค์) ยังเป็นไปตามคาด อย่างไรก็ดีมูลค่าการสำรองหนี้สงสัยจะสูญในไตรมาสนี้ เท่ากับ 8.6 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากไตรมาสแรกที่ 3.9 ล้านบาท
  จากโมเมนตัมของการเติบโตของสินเชื่อใหม่ที่ยังเติบโตต่อเนื่องระดับเดือนละมากกว่า 200 ล้านบาท ในครึ่งปีแรกของปีนี้ เทียบกับเฉลี่ย 90 ล้านบาทต่อเดือนในครึ่งปีแรกของปี 59 จึงเชื่อว่าการปล่อยสินเชื่อใหม่จะรักษาระดับได้ในไตรมาส 3/60 และเร่งตัวขึ้นในไตรมาส 4/60 ซึ่งเป็นช่วงไฮซีซั่น
  อย่างไรก็ตาม เราปรับประมาณการกำไรปี 61 ลงเล็กน้อย เหลือ 203 ล้านบาท เติบโต 46% จากปีนี้ ลดลงจากประมาณการเดิม 12% โดยปรับเพิ่มสมมติฐานหนี้สงสัยจะสูญปี 61 เพิ่มขึ้นเป็น 96 ล้านบาท จากเดิม 83 ล้านบาท และปรับลดรายได้ดอกเบี้ยรับลงเล็กน้อยเป็น 562 ล้านบาท จากเดิม 589 ล้านบาท แต่เรายังไม่รวมประเด็นธุรกิจออโต้เซอร์วิส และการรับประกันเครื่องยนต์ เนื่องจากอยู่ในช่วงของการเริ่มธุรกิจในปีนี้ ซึ่งเราประเมินว่าจะเป็นอัพไซด์ในการปรับประมาณการหากเริ่มเห็นภาพกำไรจากธุรกิจที่ชัดเจนขึ้น ประเมินราคาเป้าหมายปีหน้าที่ 4.1 บาท อิง P/E ปีหน้าที่ 22 เท่า และ P/BV 2.6 เท่า
  ด้าน บล.บัวหลวง ระบุว่า แม้ราคาหุ้น ECL จะปรับตัวขึ้นมาแล้ว แต่เรามองว่าหุ้นจะขึ้นต่อได้ เพราะแนวโน้มธุรกิจสดใสกว่าที่มองไว้ คาดตัวเลขสินเชื่อเดือน ก.ค.-ส.ค. จะดีกว่าเป้าหมายที่ตลาดคาด โดยเราคาดว่ายอดสินเชื่อ ณ สิ้นเดือน ส.ค. ที่ 3.75 พันล้านบาท เติบโตไปแล้ว 56% จากต้นปีที่ผ่านมา และทั้งปีมีโอกาสดีกว่าคาดที่ 80% ขณะที่ดอกเบี้ยรับสูงขึ้น และดีกว่าคาดจากการเน้นตลาด Big Bike ซึ่งให้อัตราดอกเบี้ยสูงกว่า
  สำหรับดอกเบี้ยรับ ยังคงอยู่ในขาขึ้นอย่างต่อเนื่อง จากงบไตรมาส 2/60 เฉลี่ยอยู่ที่ 10.74% เพิ่มขึ้นจากปีที่แล้วที่ 10.57% เพราะกลยุทธ์การเน้นสินเชื่อ Big Bike และ Mini Big Bike ที่ให้ดอกเบี้ยรับสูงกว่ารถยนต์ ปัจจุบันบริษัทมีสัดส่วนราว 33% ของพอร์ตสินเชื่อ เพิ่มขึ้นจาก 30% เมื่อปีก่อน โดยบริษัทมีแผนจะเพิ่มสัดส่วนเป็น 40%
  ส่วนต้นทุนการเงินในปีหน้ามีโอกาสต่ำกว่าที่เราประเมินไว้ที่ราว 4.2% เพราะกรรมการบริษัทมีมติฯ ในการออกหุ้นกู้จำนวน 1.2 พันล้านบาท ซึ่งจะประชุมผู้ถือหุ้นในวันที่ 29 ก.ย. นี้ ปัจจุบันเราคาดว่าบริษัทมีหนี้สินต่อทุนต่ำเพียง 1.7 เท่า เพราะการแปลง warrant ครั้งล่าสุด บริษัทได้เงินเข้ามาเพิ่มราว 190 ล้านบาท ส่งผลให้ฐานทุนใหญ่ขึ้นทันทีราว 17% และทำให้บริษัทมีศักยภาพที่จะกู้ยืมเพิ่มขึ้น นอกจากนี้บริษัทยังมี warrant ที่เหลือ คาดจะแปลงสภาพอีกครั้งในช่วงต้นปีหน้า และบริษัทจะได้เงินเข้ามาราว 280 ล้านบาท ซึ่งจะช่วยให้ฐานทุนใหญ่ขึ้นไปอีก 20% ทั้งนี้ประมาณการและราคาเป้าหมายที่ 4.5 บาท ได้คิดรวมเป็น fully diluted เรียบร้อยแล้ว
  จากการใช้สิทธิแปลง warrant ล่าสุด ส่วนหนึ่งมาจากการใช้สิทธิของผู้ถือหุ้นใหญ่อย่างอันดับ 1 อย่าง Premium Financial Services ทำให้สัดส่วนการถือหุ้นเพิ่มขึ้นจาก 25.5% เป็น 30.49% โดยต้นทุนของหุ้นที่เพิ่มทุนเข้ามานี้อยู่ที่ 1.525 บาท
  การใช้สิทธิเพิ่มทุนผ่าน warrant ของผู้ถือหุ้นใหญ่ ย่อมส่งผลดีต่อ ECL อย่างแน่นอน จากฐานทุนที่เพิ่มขึ้น ขณะเดียวกันก็น่าจะช่วยเรียกความเชื่อมั่นให้กับผู้ถือหุ้นได้ แต่ขณะเดียวกันด้วยต้นทุนที่ต่ำเพียง 1.525 บาท ก็เป็นความเสี่ยงต่อการตัดสินใจขายออกมาได้เช่นกันเมื่อดูจากราคาหุ้นในปัจจุบันซึ่งสูงกว่าต้นทุนเกือบ 2.5 เท่า
  ด้านมูลค่าหุ้นของ ECL ในปัจจุบัน แม้ค่า P/E จะลดลงมาเหลือ 28.59 เท่า จากปีก่อนที่สูงถึง 79.6 เท่า แต่เมื่อเทียบกับหุ้นในกลุ่มเงินทุนและหลักทรัพย์แล้ว ค่า P/E ของ ECL สูงเป็นอันดับ 3 ของกลุ่ม โดยเป็นรองเพียง เมืองไทย ลิสซิ่ง (MTLS) 35.93 เท่า และ ซินเนอร์เจติค ออโต้ เพอร์ฟอมานซ์ (ASAP) 47.66 เท่า

 จากมุมมองของนักวิเคราะห์ที่เชื่อว่า ECL ยังอยู่ในทิศทางของการเติบโตไปต่อเนื่อง และมีโอกาสที่ราคาหุ้นจะปรับตัวขึ้นไปต่อได้ แม้ราคาปัจจุบันจะวิ่งขึ้นมาแล้วกว่า 2 เท่าตัว จากปีก่อน อย่างไรก็ดี การเติบโตต่อจากนี้ของ ECL น่าจะอยู่บนความคาดหวังที่สูงขึ้น เพราะนักลงทุนส่วนมากน่าจะรับรู้ถึงแนวโน้มของบริษัทไปไม่มากก็น้อย ซึ่งได้สะท้อนออกมาผ่านค่า P/E ในปัจจุบัน

RECOMMENDED NEWS

ข่าวยอดนิยม

Refresh


LATEST NEWS

ข่าวล่าสุด

Refresh

ดูข่าวทั้งหมด