หุ้นฮ็อต

| 7 กันยายน 2560 | 13:56

TICON พุ่งรับสตอรี่ EEC จับตามูลค่าแฝงจากกลุ่ม"เสี่ยเจริญ"

       TICON วอลุ่มทะลักดันราคาทำนิวไฮรอบกว่า 5 เดือน รับข่าวรัฐวางแผนทุ่มทุนกว่า 3 แสนลบ. ผุดโครงการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานใน EEC โบรกฯ ยกเป็นหุ้นเด่น เหตุมีที่ดินมากกว่า 3 พันไร่ และยังมีมูลค่าแฝงจากกลุ่มเสี่ยเจริญ

  ราคาหุ้น บมจ.ไทคอน อินดัสเทรียล คอนเน็คชั่น (TICON) ปรับตัวเพิ่มขึ้นในการซื้อขายเช้านี้ โดยเปิดที่ 15.30 บาท ก่อนแตะจุดสูงสุด 15.70 บาท หรือสูงสุดรอบกว่า 5 เดือน และปิดการซื้อขายภาคเช้าที่ 15.60 บาท เพิ่มขึ้น 0.50 บาท หรือ 3.31% ปริมาณการซื้อขายเพิ่มขึ้นกว่า 400% เทียบค่าเฉลี่ย 5 วันทำการก่อนหน้า 
 TICON ทำธุรกิจให้บริการโรงงานสำเร็จรูปและคลังสินค้าให้เช่าชั้นนำของไทย เข้าจดทะเบียนใน SET เมื่อปี 45 ปัจจุบันมีพื้นที่ให้เช่าภายใต้การบริหารราว 1.83 ล้านตารางเมตร โดย ณ สิ้นเดือน ก.ค.60 มีลูกค้ารวมทั้งสิ้น 332 ราย ส่วนใหญ่เป็นบริษัทต่างชาติ โดยมีกลุ่มลูกค้าหลักจากญี่ปุ่น
  ผลการดำเนินงาน TICON ในช่วง 3 ปีที่ผ่านมา (57-59) มีกำไรสุทธิ 761 ล้านบาท (-46% YoY) , 769 ล้านบาท (+1% YoY) และ 275 ล้านบาท (-64% YoY) ตามลำดับ โดยกำไรในปี 59 ที่ปรับลดลงมากเนื่องจากรายได้จากการขาย อสังหาริมทรัพย์ลดลงถึง 95.5% ผลจากการยกเลิกการเสนอขายอสังหาริมทรัพย์ให้แก่กองทรัสต์ TREIT ซึ่งเป็นหนึ่งในเงื่อนไขการเข้าซื้อหุ้นของ บริษัท บริษัทเฟรเซอร์ส พร็อพเพอร์ตี้ โฮลดิ้งส์ (ประเทศไทย) หรือ FPHT
  โดยต้นปีที่ผ่านมา TICON ได้ผู้ถือหุ้นใหญ่รายใหม่ คือ FPHT บริษัทของกลุ่มเสี่ยเจริญ เข้ามาถือหุ้นอันดับ 1 ในสัดส่วน 40% ด้วยการใส่เงินเพิ่มทุนเข้ามา 1.32 หมื่นล้านบาท ในราคาหุ้นละ 18.00 บาท ในขณะที่ผู้ถือหุ้นใหญ่อันดับ 1 รายเดิมอย่าง บมจ.สวนอุตสาหกรรมโรจนะ (ROJNA) ยอมลดสัดส่วนลงเหลือ 26.10% 
  หลังการใส่เงินเพิ่มทุนของ FPHT ส่งผลให้ TICON มีงบดุลแข็งแรงขึ้น สะท้อนจากงวดล่าสุด ไตรมาส 2/60 อัตราส่วนหนี้สินที่มีดอกเบี้ยสุทธิต่อส่วนผู้ถือหุ้นลดลงเหลือ 0.38 เท่า จากสิ้นปี 59 ที่ 1.92 เท่า หลังบริษัทฯ นำเงินเพิ่มทุนราว 6 พันล้านบาท มาชำระหนี้เงินกู้งวดครึ่งปีแรก 
 นอกจากนี้ ยังส่งผลบวกต่อการลดลงของค่าใช้จ่ายดอกเบี้ยในงวดไตรมาส 2/60 ทำให้บริษัทฯ พลิกมีกำไรสุทธิ 45 ล้านบาทในไตรมาส 2/60 จากที่ขาดทุน 9 ล้านบาทในไตรมาส 2/59 และรวมครึ่งแรกปี 60 มีกำไรสุทธิ 140 ล้านบาท 
  สอดคล้องกับทิศทางราคาหุ้น ที่เพิ่งจะเริ่มไต่ขึ้นมาพ้น 14 บาท จนขึ้นมาแตะ 15 บาทได้ภายหลังแจ้งงบไตรมาส 2/60 พลิกมีกำไร YoY ขณะที่จุดสูงสุดของปีนี้ทำสถิติไว้ที่ 17.40 บาท เมื่อเดือน ม.ค.60 ตอบรับ FPHT ผู้ถือหุ้นรายใหม่ใส่เงินเพิ่มทุนเข้ามา
 สัญญาณราคาหุ้น TICON มีปริมาณการซื้อขายคึกคักเช้าวันนี้กว่า 400% และราคาพุ่งขึ้นมาแตะ15.70 บาท สูงสุดในรอบ 23 สัปดาห์ หรือราว 5 เดือนเศษ คาดตอบรับข่าว กระทรวงคมนาคมเตรียมทุ่มงบประมาณ 3.4 แสนล้านบาท ผุดโครงการอินฟราสตรัคเจอร์ในเขต ระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก (EEC) ซึ่ง TICON มีพื้นที่ในโซนนี้อยู่มาก นอกจากนี้ โบรกฯ ยังมองว่ามีมูลค่าแฝงจาก FPHT ยังไม่ได้สะท้อนลงไปในราคาหุ้น
  บล.กสิกรไทย กล่าวว่า กลุ่มนิคมอุตสาหกรรมกลับมาน่าสนใจอีกครั้ง รับความคืบหน้า EEC ซึ่งตามกำหนดการของรัฐบาลน่าจะมีการออกร่าง พ.ร.บ. พื้นที่เขตเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออกภายในไตรมาส 4/60 ล่าสุด มีประเด็นบวกเพิ่มเติม เมื่อ กระทรวงคมนาคมได้เตรียมเสนอแผนลงทุนโครงสร้างพื้นฐานในเพื่อรองรับ EEC ระยะเวลา 5 ปี (60-64) รวม 101 โครงการวงเงิน 3.42 แสนล้านบาท เช่น มอเตอร์เวย์ รถไฟรางคู่ ฯลฯ ซึ่ง KS Research เลือก TICON เป็นหุ้นเด่นในกลุ่มนิคมฯ ในฐานะที่ยัง Laggard กลุ่มและมีพื้นที่ในโซน EEC กว่า 3 พันไร่ 
 นอกจากนั้น TICON ยังมีประเด็นบวกที่ซ่อนอยู่ จากผลประโยชน์จากกลุ่มธุรกิจขนาดใหญ่ของกลุ่มเฟรเซอร์ที่เป็นผู้ถือหุ้นใหญ่ใหม่ได้อย่างมีนัยสำคัญ ซึ่งยังไม่ถูกสะท้อนลงไปในราคาหุ้นปัจจุบัน 
ด้านราคาเป้าหมายของโบรกฯ ให้ไว้ในช่วง 15.30-22.00 บาท มีทั้งแนะนำ ถือ และแนะนำ ซื้อ 
  บล.บัวหลวง แนะนำ ถือ ราคาเป้าหมาย 15.30 บาท คาดกำไรหลักไตรมาส 3/60 จะแข็งแกร่งขึ้น QoQ และ YoY จากพื้นที่เช่าที่มีแนวโน้มเพิ่มขึ้น ราคาหุ้น TICON ปัจจุบันซื้อขายอยู่ในระดับ PBV ณ สิ้นปี 2560 ที่ 0.8 เท่า ต่ำกว่าค่าเฉลี่ยระยะยาวที่ 1.3 เท่า ซึ่งดูเหมือนว่าแนวโน้มราคาหุ้นปรับตัวลดลงอีกมีจำกัด อย่างไรก็ตาม ตลาดยังคงรอความชัดเจนของธุรกิจจากผู้บริหาร ซึ่งคาดว่าจะเห็นเร็วสุดในไตรมาส 4 ทั้งนี้เนื่องจากยังไม่มีปัจจัยหนุนราคาหุ้นระยะสั้น ดังนั้น จึงคงคำแนะนำ ถือ
  บล.ธนชาต แนะนำ “ซื้อ” ราคาเป้าหมาย 22 บาท มองว่าจะมีโอกาสทางธุรกิจใหม่จากผู้ถือหุ้นรายใหม่ ทำให้มีการเติบโตและงบดุลแข็งแรงขึ้น จึงคาดว่าผลประกอบการจะเติบโตแข็งแกร่งในปี 61 ที่คาดว่าจะโตสามเท่าจากฐานกำไรปี 60 ตามด้วยการเติบโตอีก 30% ในปี 62

 ระยะยาวตลาดยังคงรออัพไซด์จากการต่อยอดธุรกิจของ FPHT ซึ่งผู้บริหาร TICON ระบุว่าจะหารือแผนธุรกิจ 5 ปี (61-65) ประมาณเดือน พ.ย.-ธ.ค.นี้เพื่อกำหนดทิศทางร่วมกัน ดังนั้น จึงต้องจับตาความร่วมมือของ TICON กับ FPHT ของ "กลุ่มเสี่ยเจริญ" ในการนำพาบริษัทฯ เติบโตไปในระดับอาเซียน และจะสามารถปั้นกำไรได้ดีมากพอ ที่จะสนับสนุนราคาหุ้นให้กลับมายืนที่ราคาต้นทุนของ FPHT ที่ 18.00 บาทได้เร็วเพียงใด

 

RECOMMENDED NEWS

ข่าวยอดนิยม

Refresh


LATEST NEWS

ข่าวล่าสุด

Refresh

ดูข่าวทั้งหมด