หุ้นฮ็อต

| 6 กันยายน 2560 | 13:51

ตะลุมบอนหุ้น ZIGA คาดงบครึ่งปีหลังโตกระฉูด

       หุ้น ZIGA เทรดคึก ราคาพุ่งแรง โบรกฯ คาดงบครึ่งปีหลังโตกระฉูด เหตุมีคำสั่งซื้อเลื่อนมาจากไตรมาส 2/60 ขณะที่ราคายังมีอัพไซด์จากเป้าหมายสูงสุดที่ 9.80 บาท แต่สำรวจพบต้นทุนที่ซื้อขายกันส่วนใหญ่อยู่ที่ 6.30-6.45 บาท จึงต้องระวังแรงขายทำกำไรช่วงสั้น

  ราคาหุ้น บมจ.ซิก้า อินโนเวชั่น (ZIGA) มีความเคลื่อนไหวอย่างโดดเด่นทั้งราคาและปนิมาณการซื้อขายเช้าวันนี้ โดยราคาเปิดที่ 6.30 บาท ก่อนพุ่งขึ้นแตะ 7.75 บาท และปิดการซื้อขายภาคเช้าที่ 7.20 บาท เพิ่มขึ้น 0.90 บาท หรือ 14.29% มูลค่าการซื้อขายเป็นอันดับ 1 ในตลาด mai ที่ 2.3 พันล้านบาท หรือคิดเป็น 62.26% ของมูลค่าการซื้อขายรวมในตลาด mai
 ในขณะที่ปริมาณหุ้นที่ซื้อขายพบว่าเพิ่มขึ้นกว่า 2,230% เทียบค่าเฉลี่ย 5 วันทำการก่อนหน้า จากที่เคยซื้อขายวันละ 14.22 ล้านหุ้น เพิ่มเป็น 317 ล้านหุ้นในเช้าวันนี้
  ZIGA ประกอบธุรกิจหลัก ผลิตและจำหน่าย “เหล็กโครงสร้างประเภท Pre-zinc” ภายใต้ตราสินค้า ZIGA ซึ่งคิดเป็นสัดส่วนรายได้ประมาณ 90% ของรายได้รวม ซึ่งถือว่ามีคู่แข็งน้อยมาก เพราะไม่มีผู้ประกอบการรายใดในไทย (จากทั้งหมด 57 รายในธุรกิจท่อเหล็ก) จำหน่ายเหล็กโครงสร้างประเภท Pre-zinc เป็นสินค้าหลัก 
 ZIGA เพิ่งเข้าซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์ mai เมื่อวันที่ 17 ส.ค.ที่ผ่านมา ราคา IPO หุ้นละ 5.90 บาท โดยในวันแรกที่เข้าเทรดราคาหุ้นไม่หวือหวามากนัก ขึ้นไปทำจุดสูงสุดเพียง 7.10 บาท ก่อนที่จะไหลลงมาทรงตัวอยู่ที่ 6 บาทเศษ
  ด้านผลการดำเนินงาน ZIGA กำไรสุทธิเติบโตต่อเนื่องทุกปี จาก 17.30 ล้านบาทปี 2557 เป็น 68.60 ล้านบาทปี 2558 และเพิ่มเป็น 226.12 ล้านบาทในปี 2559 ส่วน Q2/60 มีกำไรสุทธิ 19.48 ล้านบาท และงวดครึ่งแรกปีนี้มีกำไรสุทธิ 82.06 ล้านบาท 
  สัญญาณหุ้น ZIGA ที่ขึ้นมาทะลุ 7 บาทอีกครั้ง อาจมาจากแรงเก็งกำไรของนักลงทุน หลังจากที่ราคาหุ้นเริ่มทรงตัวอยู่ในระดับ 6 บาทเศษ ซึ่งถือว่ายังต่ำกว่าราคาพื้นฐานที่นักวิเคราะห์ประเมินไว้ที่ 6.90-9.80 บาท 
  บล.ฟินันเซีย ไซรัส กล่าวว่า กำไรสุทธิ ZIGA ในช่วงสามปีที่ผ่านมาเติบโตสูงถึง 207% สำหรับปีนี้คาดว่า ZIGA ยังสามารถสร้างกำไรสุทธิที่โดดเด่นต่อเนื่อง โดยคาดว่าจะขยายตัว 26% มาอยู่ที่ 284 ล้านบาท และในปี 2561-2562 คาดว่ากำไรสุทธิจะโตเฉลี่ย 26% ต่อปี ประเมินราคาเหมาะสมเฉลี่ยเท่ากับ 9.80 บาท 
  บล.ทิสโก้ กล่าวว่า จากการประเมินมูลค่าเบื้องต้นของ ZIGA เราประเมินไว้ที่ 6.90 – 8.20 บาท สำหรับปี 61 โดยเทียบกับ PE ของหุ้นที่ประกอบธุรกิจใกล้เคียงกันเช่น PAP (PE 12 เท่า) และ ARROW (15.6 เท่า) โดยคาดว่าโครงสร้างเหล็กจะมีความต้องการเพิ่มขึ้นจากแนวโน้มการก่อสร้างที่เพิ่มขึ้น แต่อย่างไรก็ตาม ความเสี่ยงสำคัญของ ZIGA คือ ความผันผวนของราคาเหล็กและต้นทุนค่าเงินในการนำเข้าเหล็กเนื่องจากวัตถุดิบกว่า 96-98% นำเข้าจากต่างประเทศ
  นอกจากนี้ โบรกฯ คาดว่าผลประกอบการ Q3/60 จะดีขึ้น QoQ จากยอดสั่งซื้อเหล็ก Pre-Zinc ที่เลื่อนมาจาก Q2/60 เนื่องจากช่วงนั้นฝนมาเร็วกว่าปกติ ทำให้ต้องเลื่อนงานก่อสร้างมาเป็น Q3/60 
  บล.เออีซี ประเมินมูลค่าเหมาะสมปี 2560 ที่ 8.00 บาท (คิดเป็น PEG เพียง 0.86 เท่า) อิง PER 14.2 เท่า (ค่าเฉลี่ยอุตสาหกรรมเหล็กปลายน้ำที่มีมาร์จิ้นสูง) เมื่อเทียบกับศักยภาพการเติบโตของ EPS ที่คาดโดดเด่นเฉลี่ยปีละ 16.5% ในช่วง 3 ปีนี้ (ปี 2560-2562) 
  ZIGA เป็นบริษัทที่มีศักยภาพทำกำไรดีกว่าอุตสาหกรรมเหล็ก Down Stream ในประเทศ สะท้อนได้จากปี 2559 มี Gross Profit Margin และ Net Profit Margin สูงถึง 35.97% และ 24.58% มากกว่าค่าเฉลี่ยอุตฯ ที่ 16.03% และ 5.99% ตามลำดับ 
  ส่วนงวด Q3/60 คาดกำไรโต QoQ จากความต้องการเหล็ก Pre-Zinc ที่มีแนวโน้มขยายตัวดี หลังราคาเหล็กในประเทศเพิ่มสูงขึ้น บวกกับมีคำสั่งซื้อจากลูกค้าที่เลื่อนมาจากช่วง Q2/60 เพราะฤดูฝนมาเร็วกว่าปกติหนุนให้ทั้งปี 60 คาดมีกำไรสุทธิ 291.2 ล้านบาทโต 28.8% YoY และคาดโตต่อเฉลี่ยปีละ 20.5% ในปี 61-62 จากแผนลงทุนโครงสร้างพื้นฐานภาครัฐและการขยายกำลังผลิตต่อเนื่อง 
 สอดคล้องกับที่ผู้บริหาร มั่นใจว่าแนวโน้มผลการดำเนินงานในช่วงครึ่งหลังของปี 2560 จะเป็นช่วงเวลาที่ดีที่สุดอีกครั้งของ ZIGA เนื่องจากผลประกอบการในไตรมาส 2/60 ที่ลดลง มีสาเหตุมาจากการเข้าสู่ฤดูฝนที่เร็วกว่าปีที่ผ่านมาส่งผลให้ผู้ใช้สินค้า และตัวแทนจำหน่ายชะลอสินค้า แล้วย้ายการจัดส่งสินค้าบางส่วนเข้ามาอยู่ในไตรมาสที่ 3/60 แทน ทำให้ภาพธุรกิจในครึ่งปีหลังจะเติบโตอย่างมีนัยสำคัญ
  ด้านมุมมองทางเทคนิค บล.ธนชาตระบุ ZIGA มีแนวต้านที่ 7.60 บาท และแนวรับ 7.25 บาท 

  ราคาหุ้น ZIGA ที่ไม่ร้อนแรงมากนักในวันแรกที่เข้าเทรด ส่งผลให้ยังมีอัพไซด์จากราคาที่เหมาะสม ในขณะที่ผลการดำเนินงานยังมีแนวโน้มที่ดีในช่วงครึ่งปีหลัง ทำให้เกิดแรงเก็งกำไรเข้ามาในช่วงที่ภาวะตลาดรวมซบเซา แต่ก็ยังต้องติดตามว่างบไตรมาส 3/60 จะออกมาดีอย่างที่คาดการณ์หรือไม่ นอกจากนี้ ราคาที่พุ่งขึ้นแรง อาจจะต้องระวังแรงขายทำกำไรระยะสั้นไว้ด้วย เพราะต้นทุนที่นักลงทุนส่วนใหญ่ซื้อขายกันในรอบ 15 วันนับตั้งแต่เข้าเทรดอยู่ที่ 6.30-6.45 บาทเท่านั้น

RECOMMENDED NEWS

ข่าวยอดนิยม

Refresh


LATEST NEWS

ข่าวล่าสุด

Refresh

ดูข่าวทั้งหมด