หุ้นฮ็อต

| 5 กันยายน 2560 | 09:29

PLANB ลุ้นกำไรทุบสถิติใหม่ แต่ P/E ยังสูงลิ่ว 50 เท่า

          PLANB นิวไฮรอบ 3 เดือน โบรกฯ คาดกำไรพีคสุดไตรมาส 3/60 ก่อนเข้าช่วงพระราชพิธีเดือน ต.ค. นี้ จับตาการเติบโตต่อเนื่องปีหน้าจะไล่ทันค่า P/E ที่ยังสูงกว่า 50 เท่าหรือไม่

          กลับมาคึกคักอีกครั้ง สำหรับหุ้น บริษัท แพลน บี มีเดีย จำกัด (มหาชน) หรือ PLANB ซึ่งราคาหุ้นวิ่งขึ้นมากว่า 10% ในช่วง 1 เดือนที่ผ่านมา ล่าสุด ปิดที่ 6 บาท หลังจากขึ้นไปแตะจุดสูงสุดในรอบ 3 เดือน ที่ 6.15 บาท
          PLANB ประกอบธุรกิจให้บริการ และผลิตสื่อโฆษณาภายนอกที่อยู่อาศัย ซึ่งแบ่งออกเป็น 7 ธุรกิจหลักดังนี้ 1. สื่อโฆษณาบนระบบขนส่งมวลชน (Transit Media) 2. สื่อโฆษณาภาพนิ่งกลางแจ้ง (Static Media) 3. สื่อโฆษณาดิจิตอลกลางแจ้ง (Digital Media)4. สื่อโฆษณาภายในห้างสรรพสินค้า (Mall Media) 5.สื่อโฆษณาภายในซุปเปอร์มาร์เก็ต (In-Store Media) 6. สื่อโฆษณาภายในสนามบิน (Airport Media) และ 7. สื่อโฆษณาออนไลน์ (Online Media) 
          นอกจากนี้เมื่อปี 59 บริษัทได้เริ่มพัฒนาธุรกิจในฐานะตัวแทนอย่างเป็นทางการในการบริหารจัดการสิทธิประโยชน์ของสมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทย และบริษัท ไทย ลีก จำกัด ซึ่งได้ดำเนินการภายใต้กลุ่มธุรกิจใหม่ ได้แก่ สปอร์ตมาร์เก็ตติ้ง (Sports Marketing)
          ผลงานของ PLANB ช่วงครึ่งปีแรกที่ผ่านมา ค่อนข้างน่าประทับใจ มีกำไรรวม 221.92 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 29.7% จากปีก่อน ด้วยเหตุนี้ ส่งผลให้นักวิเคราะห์มองว่ากำไรของ PLANB ในปีนี้มีโอกาสที่จะทำสถิติสูงสุดใหม่ได้ เพราะไตรมาส 3 โดยปกติแล้วจะเป็นช่วงไฮซีซั่นของธุรกิจนี้
          บล.บัวหลวง ระบุว่า เราคาดว่าเม็ดเงินโฆษณาโดยรวมจะลดลง 12-13% จากปีก่อน ในไตรมาส 3/60 แต่สื่อนอกบ้านดูไม่เป็นเช่นนั้น โดย 7 เดือนแรกของปี 60 เม็ดเงินโฆษณาสำหรับสื่อนอกบ้านเติบโต 5% จากปีก่อน มาอยู่ที่ 6.8 พันล้านบาท แข็งแกร่งกว่าเม็ดเงินโฆษณาโดยรวมที่ลดลง 10% มาอยู่ที่ 6.03 หมื่นล้านบาท นอกจากนั้นค่าธรรมเนียมการบริหารจัดการรายได้ของสมาคมฟุตบอลแห่งประเทศไทย และบริษัทพรีเมียร์ลีก (ไทยแลนด์) น่าจะช่วยหนุนการเติบโตของรายได้ ดังนั้นเราจึงคาดว่ากำไรหลักไตรมาส 3/60 จะขยายตัวทั้งจากปีก่อน และจากไตรมาส 2/60 ที่ผ่านมา
          โดยประมาณการกำไรหลักเติบโตเฉลี่ยระหว่างปี 60-62 ของบริษัทอยู่ที่ 16% ต่อปี เทียบกับของ SET ที่เพียง 7% ต่อปี หนุนโดยอัตราการเช่าใช้สื่อที่เพิ่มขึ้นทั้งสำหรับสื่อที่มีในปัจจุบัน และที่จะเข้ามาใหม่ อีกทั้งยังมีอัพไซด์จากการลงทุนและซื้อการกิจการในอนาคต ราคาหุ้นปัจจุบันซื้อขายที่ PER สิ้นปี 60 ที่ 36.8 เท่า ต่ำกว่าค่าเฉลี่ยระยะยาวของบริษัทที่ 41.6 เท่า และค่าเฉลี่ยกลุ่มสื่อไทยที่ 59.6 เท่า
          ขณะที่ บล.เคจีไอ (ประเทศไทย) ระบุว่า PLANB ตั้งเป้าจะเพิ่มรายได้เป็น 5 พันล้านบาทภายในปี 63 โดยเพิ่มความสามารถในการให้บริการทั้งในตลาดไทยและตลาดต่างประเทศ โดยบริษัทตั้งเป้าจะเพิ่มความสามารถในการให้บริการอีก 10% ในปีนี้ ในขณะที่คาดว่าการเติบโตจะเร่งตัวขึ้นในปี 61 จากโครงการใหม่ๆ อย่างเช่น การขยายความสามารถในการให้บริการตามเส้นทางรถไฟฟ้า MRT สายใหม่ และการเปลี่ยนป้ายนิ่งในเขตกรุงเทพจำนวน 50 ป้ายเป็นสื่อดิจิตอล
          ส่วนตลาดต่างประเทศ บริษัทตั้งเป้าจะขยายบริการเข้าไปในตลาดใหม่ๆ อย่างเช่น เวียดนามและสิงคโปร์ ทั้งนี้สัดส่วนเม็ดเงินโฆษณาผ่านสื่อนอกบ้านในกลุ่มประเทศอาเซียน เมื่อปี 59 ยังต่ำอยู่แค่ 5 - 8% ของเม็ดเงินโฆษณารวม ซึ่งยังต่ำกว่าของประเทศอื่นๆ ในเอเชีย
          ทั้งนี้ ยังคงประมาณการกำไรสุทธิปี 60 ไว้ที่ 484 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 38% จากปีก่อน ส่วนปี 61 คาดทำได้ 698 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 44% จากปีก่อน โดยสาเหตุหลักมาจากกำไรที่เติบโตถึง 30% ในครึ่งปีแรกที่ผ่านมาร และคาดว่ากำไรปีนี้จะสูงสุดในไตรมาส 3/60 จากอัตราการใช้สื่อที่เพิ่มขึ้น โดยเราคาดว่าอัตราการใช้สื่อของ PLANB ในไตรมาส 3/60 จะเกิน 70% ซึ่งถือว่าสูงกว่าเจ็ดไตรมาสที่ผ่านมา ส่วนกำไรในไตรมาส 4/60 จะดีขึ้นจากฐานที่ต่ำเมื่อปีก่อน
          เรายังคงแนะนำ ซื้อ เนื่องจากแนวโน้มกำไรที่จะโตเฉลี่ย 41% ในปี 60-61 และราคาตลาดยังมี upside จากราคาเป้าหมายในอีก 12 เดือนข้างหน้าของเราที่ 6.7 บาท รวมถึง upside จากโอกาสในการเปิดตลาดใหม่ อย่าง เวียดนาม และสิงคโปร์
          อย่างไรก็ดี เมื่อพิจารณาราคาหุ้น PLANB ในขณะนี้ พบว่าปรับตัวขึ้นเพียง 3.4% จากปลายปีก่อนเท่านั้น แม้ผลงานในครึ่งแรกจะออกมาดี ซึ่งในกรณี อาจจะมองได้ใน 2 กรณี คือ นักลงทุนยังไม่เชื่อมั่น ทำให้ราคาหุ้นยังไม่ได้สะท้อนความเป็นจริง หรืออีกมุมหนึ่งคือ มูลค่าหุ้นในปัจจุบันนั้นสูงเกินไปอยู่แล้ว
          แม้กำไรครึ่งปีแรกจะเติบโตเกือบ 30% แต่จะเห็นว่าค่า P/E ของ PLANB ยังคงอยู่ในระดับสูงถึง 52.42 เท่า สูงกว่าราคาปิดเมื่อปลายปีก่อนที่ 51.26 เท่า อีกด้วย ขณะที่ผลตอบแทนจากเงินปันผลนั้นก็ยังอยู่ที่ราว 1% เท่านั้น
          นอกจากนี้ แนวโน้มการซื้อสื่อโฆษณาสำหรับช่วงเดือน ต.ค. นี้ ก็มีแนวโน้มจะลดลงจากช่วงพระราชพิธีถวายพระเพลิงรัชกาลที่ 9
          บล.ทิสโก้ มองว่า ผลประกอบการไตรมาส 3/60 ของ PLANB น่าจะเติบโตจากรายได้ที่เพิ่มขึ้นของทุกสื่อรวมกัน คาดอัตราการใช้สื่ออยู่ที่ 75% จาก 70% ในไตรมาส 2/60 และรับรู้รายได้จากการบริหารลิขสิทธิ์ฟุตบอล 35 ล้านบาท แต่ในไตรมาส 4/60 จะอ่อนตัวลงเล็กน้อยจากช่วงพระราชพิธีถวายพระเพลิงรัชกาลที่ 9 ช่วงเดือน ต.ค. แต่คาดงบโฆษณาจะเริ่มกลับมาในเดือน พ.ย. เป็นต้นไป ทั้งนี้ คาดรายได้ปี 60-62 จะเพิ่มขึ้นเฉลี่ย 16% (ยังไม่รวมสื่อต่างประเทศเนื่องจากสัดส่วนยังเล็กน้อยอยู่จากที่เพิ่งเริ่มต้นขยาย) ส่วนอัตรากำไรขั้นต้นคาดดีขึ้นอยู่ที่ 36% จาก 32% ตามรายได้สื่อใหม่ที่เพิ่มขึ้น ในขณะที่ต้นทุนคงที่มีอัตราเพิ่มขึ้นช้ากว่าการเติบโตของรายได้ เราคาดกำไรสุทธิปี 60-62 เติบโตเฉลี่ยปีละ 22% คงคำแนะนำ ซื้อ ให้ราคาเป้าหมายที่ 6.8 บาท เทียบ PER ปี 61 ที่ 32.6 เท่า

          ดูเหมือนว่า PLANB จะกลับมาอยู่ในทิศทางเติบโตอีกครั้ง โดยเฉพาะในช่วง 2-3 ปีต่อจากนี้ ตามที่นักวิเคราะห์ส่วนใหญ่คาดการณ์ไว้ อย่างไรก็ดี ด้วยธุรกิจโฆษณาที่ค่อนข้างอ่อนไหวและถูกกระทบได้ง่าย อาจจะทำให้นักลงทุนยังไม่เชื่อมั่นมากนัก และด้วยมูลค่าหุ้น ณ ระดับนี้ คงต้องหยุดคิดสักหน่อยว่าจะคุ้มค่ากับการลงทุนหรือไม่

RECOMMENDED NEWS

ข่าวยอดนิยม

Refresh


LATEST NEWS

ข่าวล่าสุด

Refresh

ดูข่าวทั้งหมด