สำนักข่าว อีไฟแนนซ์ไทย efinanceThai

หุ้น , หุ้นไทย , หุ้นวันนี้ , ตลาดหุ้น , ข่าวหุ้น

หุ้นฮ็อต

| 4 กันยายน 2560 | 09:21

WORK สร้างตำนานหุ้น 10 เด้ง กูรูอัพเป้าสูงสุด 89 บ.

WORK สร้างตำนานหุ้น 10 เด้ง กูรูอัพเป้าสูงสุด 89 บ.

 WORK ทำ All time high อีกรอบแตะ 83 บาท สร้างตำนานหุ้น 10 เด้งในเวลา 12 ปี แถมขึ้นแท่นหุ้นใน SET50 ที่ปรับขึ้นมากสุดตั้งแต่ต้นปี ด้านโบรกฯ ตบเท้าอัพเป้าใช้ราคาปีหน้าสูงสุด 89 บาท คาดปีนี้กำไรก้าวกระโดดกว่า 368%

  ราคาหุ้นบริษัท เวิร์คพอยท์ เอ็นเทอร์เทนเมนท์ จำกัด (มหาชน) หรือ WORK ปรับตัวขึ้นทำ All time high อีกครั้งที่ 83 บาท ก่อนปิดการซื้อขายที่ 80.75 บาท เพิ่มขึ้น 7.25 บาท หรือ 9.86% มูลค่าการซื้อขาย 1,380 ล้านบาท หนาแน่นเป็นอันดับ 3 และมีปริมาณหุ้นที่ซื้อขายเพิ่มขึ้นกว่า 676% เทียบค่าเฉลี่ย 5 วันทำการก่อนหน้า จากที่ซื้อขายวันละ 2.5 ล้านหุ้น เพิ่มเป็น 17.37 ล้านหุ้น
  WORK เป็นผู้ผลิตรายการโทรทัศน์และซื้อลิขสิทธิ์รายการ นำมาออกอากาศในช่องโทรทัศน์ของบริษัท หมายเลข 23 ช่อง "WORKPOINT" หลายรายการรู้จักกันในวงกว้าง เช่น ไมค์ทองคำ ,ไมค์หมดนี้, ปริศนา ฟ้าแลบ , I can See Your Voice และ The Mask Singer เป็นต้น ถือหุ้นใหญ่ โดย นายปัญญา นิรันดร์กุล 25.80%
  หากนับตั้งแต่เข้าซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์เมื่อปี 47 ราคาหุ้น WORK เคยปรับลดลงจากราคา IPO ที่ 15 บาท ลงไปเคลื่อนไหวราว 7-8 บาท จนมาถึงวันนี้ที่ขึ้นมายืนเหนือ 80 บาท ถือได้ว่า WORK ได้สร้างตำนานหุ้น 10 เด้งภายในเวลา 12 ปี ขณะที่มูลค่าตามราคาตลาด หรือ มาร์เก็ตแคป ล่าสุดอยู่ที่ราว 3.4 หมื่นล้านบาท เทียบเท่ากับช่อง 3 หรือ BEC เรียบร้อยแล้ว
 สัญญาณหุ้น WORK ที่ยังมีแรงซื้อเข้ามาต่อเนื่อง น่าจะเป็นเพราะนักวิเคราะห์พากันปรับราคาเป้าหมายขึ้นอีกหลังจากเข้ารับฟังข้อมูลล่าสุดจากผู้บริหาร โดยเป้าหมายสูงสุดอยู่ที่ 89 บาท โดยคาดว่ากำไรจะทำสถิติสูงสุดใหม่อย่างต่อเนื่องในไตรมาส 3/60 จากเรตติ้งที่เพิ่มขึ้นเร็วกว่าคาด ส่งผลให้สามารถปรับขึ้นค่าโฆษณาได้ ขณะที่คาดว่ากำไรทั้งปีนี้จะโตก้าวกระโดดถึง 368-431%
  บล.ทิสโก้ แนะนำ “ซื้อ” WORK ปรับราคาเป้าหมายใหม่เพิ่มขึ้นอยู่ที่ 89 บาท จาก 74 บาท อ้างอิงวิธี DCF จาก 1) ปรับค่าโฆษณาเพิ่มขึ้นได้เร็วกว่าที่คาดตามเรตติ้งที่เพิ่มขึ้นเร็วและครองอันดับ 3 มาต่อเนื่อง 2) สามารถควบคุมต้นทุนได้จากคอนเทนท์หลักที่เป็นวาไรตี้ที่เป็นที่นิยมและมีต้นทุนที่ต่ำกว่าช่องหลักอื่นที่เน้นละครที่มีต้นทุนแพงกว่า 3) ปรับประมาณการเพิ่มขึ้นคาดกำไรสุทธิปี 2017-18F โตแบบก้าวกระโดด +368%YoY และ 33.8%
  เราปรับประมาณการกำไรสุทธิปี 2017-18F เพิ่มขึ้นจากคาดการณ์เดิม 47% และ 49% ตามลำดับ คาดกำไรสุทธิปี 2017-18F อยู่ที่ 930 ล้านบาท และ 1,245 ล้านบาท หรือเติบโต 368% และ 34% ตามลำดับ โดยคาดรายได้จากธุรกิจดิจิทัลทีวีเพิ่มขึ้นจากเรตติ้งที่เพิ่มขึ้นเร็ว เราปรับอัตราค่าโฆษณาปี 2017-18F เพิ่มขึ้นจากคาดการณ์เดิม 7-10% เป็นเฉลี่ย 75,000 บาท – 85,000 บาท/นาที และคาดรายได้จากออนไลน์เพิ่มขึ้นเป็น 230 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปีที่ผ่านมาอยู่ที่ 78 ล้านบาท จากรายได้ Youtube และ facebook ที่เพิ่มขึ้น สำหรับงบต้นทุนการผลิตรายการปี 2017 อยู่ที่ 700 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปีที่ผ่านมาราว 10%
  บล.เคจีไอ คาดว่ากำไร WORK จะทำสถิติสูงสุดใหม่ใน 3Q60 จากการที่อัตราค่าโฆษณาเฉลี่ยของช่องเวิร์คพอยท์ ทีวีที่เพิ่มขึ้นจาก 75,000 ใน 2Q60 เป็น 80,000 บาทในช่วงต้น 3Q60 บวกกับการเติบโตอย่างต่อเนื่องของรายได้จากส่วนงานทีวีออนไลน์ แต่เรามองว่ากำไรมีแนวโน้มจะชะลงลงใน 4Q60 เนื่องจาก i) การใช้เวลาโฆษณาที่ลดลงในช่วงพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ (13 – 29 ตุลาคม 2560) และ ii) ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารใน 4Q60 น่าจะเป็นจุดสูงสุดของปีนี้จากการจ่ายโบนัสพนักงาน สำหรับในปี 2561 คาดปัจจัยสำคัญที่จะช่วยกระตุ้นการเติบโตของกำไรจะมาจากการปรับขึ้นอัตราค่าโฆษณาและการใช้เวลาโฆษณาที่เพิ่มขึ้นตามการฟื้นตัวของเศรษฐกิจ
  เราได้ปรับเพิ่มประมาณการกำไรสุทธิปี 2560-2561 ขึ้น เพื่อสะท้อนถึงผลประกอบการที่น่าประทับใจใน 1H60 และแนวโน้มที่เป็นบวกมากขึ้นใน 3Q60 โดยเราได้ปรับสมมติฐานดังต่อไปนี้ i) ปรับเพิ่มอัตราค่าโฆษณาในปี 2560-61 จาก 67,000 – 80,000 บาท เป็น 70,000 – 85,000 บาท (+5% - 6%) ii) ปรับลดต้นทุนลง 10% ในปี 2560 และ 7% ในปี 2561 และ iii) ปรับลดสัดส่วนค่าใช้จ่ายในการขายและบริหาร/ยอดขายปี 2560-2561 ลง 3.3% - 3.4% ซึ่งส่งผลให้ ประมาณการกำไรสุทธิปี 2560 ของเราเพิ่มขึ้นเป็น 1.05 พันล้านบาท (+431% YoY) และปี 2561 เพิ่มขึ้นเป็น 1.48 พันล้านบาท (+40% YoY)
  บล.เออีซี ระบุว่า จากงานประชุมนักวิเคราะห์วานนี้ ผู้บริหาร WORK ได้แสดงมุมมองเชิงบวกต่อแนวโน้มธุรกิจ พร้อมปรับเพิ่มประมาณการณ์รายได้ปี 2560 ขึ้นจากเดิม 3,600 ล้านบาท เป็น 3,800 ล้านบาท โดยหลักมีเหตุผลจาก 1) รายได้ช่อง WPTV ที่คาดโตอย่างแข็งแกร่ง ซึ่งล่าสุดค่าโฆษณาเฉลี่ยได้ปรับขึ้นเป็น 8 หมื่นบาท/นาที ตาม Rating ของช่องที่ดีขึ้น พร้อมเตรียมปรับผังรายการใหม่ตั้งแต่วันที่ 1 ก.ย. โดยเน้นเพิ่มรายการออกอากาศใหม่ (Fresh Program) ในช่วง Prime Time อาทิ X-Factor Thailand, The Mask Singer 3, We Kids Thailand 2 และ Let Me In 3 เพื่อเพิ่มความน่าสนใจให้กับช่อง
  ขณะที่ทางฝั่ง Online มีพัฒนาการสดใส จากกระแสนิยมใน Social Media ที่ดีขึ้น 2) อัตรากำไรขั้นต้นมีแนวโน้มปรับขึ้น จากเป้าหมายลดสัดส่วนการขายโฆษณาแบบ Package รายปี (ค่าโฆษณาแบบคงที่) ไปเน้นขาย Package แบบรายเดือน และ Package แยกสำหรับรายการที่มี Rating สูง ช่วยให้สามารถปรับราคาขายได้เร็วขึ้น 3) ผลกระทบจากช่วงพระราชพิธีในเดือน ต.ค. คาดไม่รุนแรงเหมือนปีก่อน จากการงดโฆษณาเพียง 3 สัปดาห์ (13 ต.ค. - 29 ต.ค.) จากปีก่อนถูกงดนาน 1 เดือน อีกทั้งได้ Secure รายได้โฆษณาบางส่วนในช่วง 4Q60 แล้ว ด้วยการขาย Package โฆษณาล่วงหน้าสำหรับรายการยอดนิยม เช่น The Mask Singer 3 และ X-Factor Thailand (ค่าโฆษณา 400,000 บาท/นาที)
  จากค่าโฆษณาที่ปรับเพิ่มขึ้นเร็วกว่าคาดมาก และผลกระทบจากการเข้าสู่ช่วงพระราชพิธีในเดือน ต.ค. ที่รุนแรงน้อยกว่าปีก่อน ทำให้เราปรับเพิ่มประมาณการกำไรสุทธิตั้งแต่ปี 2560 เฉลี่ยปีละ 20.5% โดยภายใต้ประมาณการใหม่คาดปี 2560 WORK จะมีกำไรสุทธิ 918 ล้านบาท โตเด่น 352.6%YoY และโตต่อ 25.4%YoY ในปี 2561 หนุนด้วยแนวโน้มค่าโฆษณาของช่อง WPTV ที่มีโอกาสปรับเพิ่มขึ้นต่อ จาก Rating ที่ดีขึ้นต่อเนื่อง (เดือน ก.ค. Rating ช่วง Prime Time โต 41.5%YoY) และฐาน CPRP ที่ยังต่ำกว่าเจ้าตลาดอย่างช่อง 3 และช่อง 7 บวกกับรายการใหม่เตรียมออกอากาศอีก 6-7 รายการ ที่คาดช่วยกระตุ้นความน่าสนใจของช่องให้มากขึ้น รวมทั้งแผนเพิ่มรายได้จากช่องทาง Online ด้วยการปรับกลยุทธ์โฆษณาร่วมกับ Youtube และ Facebook
  เรายังคงมีมุมมองบวกต่อแนวโน้มธุรกิจของ WORK หลังเอเจนซี่ปรับ Position ให้เป็นกลุ่ม 1st Tire เช่นเดียวกับช่อง 3 และช่อง 7 อีกทั้งราคาหุ้นปัจจุบันยังมี Upside 15.6% หลังปรับไปใช้มูลค่าพื้นฐานใหม่ปี 2561 ที่ 85 บาท เราจึงยังคงคำแนะนำ "ซื้อ"

 แม้ว่าอนาคต WORK จะมีแนวโน้มที่ดีอย่างต่อเนื่อง แต่ราคาหุ้นที่ปรับขึ้นแรงมาโดยตลอด อาจส่งผลให้เกิดแรงขายทำกำไรออกมาได้ตลอดเวลา การเก็งกำไรระสั้นจึงต้องระมัดระวัง ส่วนระยะกลางถึงยาวก็ต้องจับจังหวะให้ถูกต้องด้วย

RECOMMENDED NEWS

ข่าวยอดนิยม

Refresh


LATEST NEWS

ข่าวล่าสุด

Refresh

ดูข่าวทั้งหมด