หุ้นฮ็อต

| 30 สิงหาคม 2560 | 09:19

RJH นิวไฮรอบครึ่งปี ลุ้นกำไรทุบสถิติใหม่

  RJH ฟื้นทำนิวไฮรอบเกือบ 6 เดือน โบรกฯ มองกำไรครึ่งหลังเด่น ลุ้นทุบสถิติสูงสุด หลังเข้าช่วงไฮซีซั่น และอัตรากำไรที่สูงขึ้นจากการเปิดศูนย์โรคเฉพาะทาง

  ราคาหุ้น บริษัท โรงพยาบาลราชธานี จำกัด (มหาชน) หรือ RJH ฟื้นตัวกลับขึ้นมาต่อเนื่องราว 25% ตั้งแต่ปลายเดือน พ.ค. ที่ผ่านมา จนล่าสุดปิดที่ 24.9 บาท ทำจุดสูงสุดใหม่ในรอบเกือบ 6 เดือน 
RJH ประกอบธุรกิจโรงพยาบาล มีโรงพยาบาลในเครือ 2 แห่ง ได้แก่ โรงพยาบาลราชธานี และโรงพยาบาลราชธานี โรจนะ ตั้งอยู่ที่ จ.พระนครศรีอยุธยา ในพื้นที่ตั้งของนิคมอุตสาหกรรมขนาดใหญ่ 4 แห่ง ดังนั้น ลูกค้าหลักที่มาใช้บริการส่วนใหญ่จะเป็นพนักงานในนิคมฯ
  ในวันที่ 1 ก.ย. 60 จะครบรอบ 1 ปี หลังจากที่ RJH เข้าซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์ด้วยราคา IPO 16 บาท โดยก่อนหน้านี้ RJH ขึ้นไปทำจุดสูงสุดไว้ที่ 28.5 บาท แม้ผลประกอบการของ RJH ในปีนี้จะสามารถเติบโตได้ต่อเนื่อง (ไตรมาส 1/60 มีกำไร 59.23 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 42.24%) แต่ด้วยมูลค่าหุ้นที่ปรับตัวขึ้นไปสูงตั้งแต่ปลายปีก่อน (ค่า PER 53.33 เท่า และ PBV 5.02 เท่า) ทำให้ราคาหุ้นร่วงต่อเนื่องจนลงไปแตะ 20 บาท อีกครั้ง
  อย่างไรก็ดี ผลประกอบการไตรมาส 2/60 ของ RJH ยังคงเติบโตได้ต่อเนื่องอีก 55.58% ส่งผลให้กำไรรวมทั้งครึ่งปีแรกทำได้ 103.37 ล้านบาท เติบโต 48% จากปีก่อน และยังคิดเป็นสัดส่วนถึง 66.8% จากกำไรปี 59 ทั้งปีที่ 154.64 ล้านบาท ขณะเดียวกัน นักวิเคราะห์ส่วนใหญ่ยังมองไปในทิศทางเดียวกันว่า กำไรช่วงครึ่งปีหลังจะเติบโตดีกว่าครึ่งปีแรก และน่าจะมีรายได้ทำสถิติใหม่ในไตรมาส 3/60 นี้อีกด้วย
  บล.ฟิลลิป(ประเทศไทย) ระบุว่า แนวโน้มครึ่งปีหลังของ RJH คาดผลประกอบการขยายตัวมากกว่าที่เคยคาดจากการเน้นให้บริการ Check-up และเข้าฉีดวัคซีนนอกสถานที่มากขึ้น เช่น ในบริษัทที่อยู่ในแถบนิคมอุตสาหกรรมต่างๆ อีกทั้งเป็นช่วง High season คาดจะมีผู้ป่วยเข้าใช้บริการหนาแน่น  ประกอบกับมีการแพร่ระบาดของโรคช่วงฤดูฝน เช่น ไข้หวัดใหญ่ และการปรับขึ้นค่ารักษาประกันสังคมตามที่ประกันสังคมประกาศ (เริ่ม 1 ก.ค. 60) ทางฝ่ายปรับสมมติฐานรายได้กิจการโรงพยาบาลขึ้นมาที่ 1,357 ล้านบาท สูงขึ้น 12.2% จากปีก่อน และปรับประมาณการกำไรปี 60 ขึ้น 4% มาที่ 204 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 31.5% จากปีก่อน โดยคาดอัตรากำไรขั้นต้นที่ 28.1% เทียบกับปี 59 ที่ 27.5% คงคำแนะนำ “ซื้อ” ราคาพื้นฐานปี 60 ใหม่ ที่ 29 บาท
  ด้าน บล.บัวหลวง ระบุว่า ในไตรมาส 3/60 ความต้องการทางการแพทย์จะปรับตัวเพิ่มขึ้นเนื่องจากเป็นช่วงฤดูฝน เราคาดว่า RJH จะรายงานกำไรหลักเติบโตทั้งจากปีก่อน และจากไตรมาสก่อน โดยโรงพยาบาลได้เพิ่มเตียงผู้ป่วยในอีก 26 เตียง ในเดือน มิ.ย. 60 รวมมีเตียงผู้ป่วยใน 199 เตียง ทำให้รายได้จะแตะสติใหม่ในไตรมาส 3/60 โดยเราคาดว่ารายได้จะโตเล็กน้อย
  สำหรับอัตรากำไรของ RJH คาดว่าจะขยายตัวต่อเนื่อง ในปี 60-62 หลังจากผ่านการลงทุนหนักในปี 57-58 โดย อัตรากำไรสุทธิเพิ่มขึ้นจาก 7.8% ในปี 57 มาอยู่ที่ 12.8% ในปี 59 และคาดว่าจะเพิ่มเป็น 13.8% ในปี 60 หนุนโดยอัตรากำไรที่เพิ่มขึ้นของศูนย์โรคเฉพาะทาง และศูนย์ตรวจสุขภาพ นอกจากนี้ คาดว่า ศูนย์ MRI คาดว่าจะเปิดในเดือน ม.ค. 61 และศูนย์ไตเทียมคาดจะเปิดในช่วงต้นปี 62
  ทางด้าน RJH โรจนะ ซึ่ง RJH ถือหุ้น 54% จะเป็นตัวขับเคลื่อนการเติบโตต่อไปในปี 60 หลังจากที่เป็นตัวฉุดกำไรตั้งแต่ถูกซื้อกิจการมาในปี 57 โดย RJH โรจนะ พิสูจน์ให้เห็นว่าตั้งแต่ผลการดำเนินงานบริษัทพลิกเป็นกำไรในไตรมาส 3/60 บริษัทได้เติบโตอย่างรวดเร็ว โดยรายงานกำไรที่ 11 ล้านบาท ในไตรมาส 2/60 สูงขึ้น 41% จากไตรมาสแรก และคาดแนวโน้มเติบโตนี้จะต่อเนื่องในครึ่งหลังของปี 60 ซึ่งเราคาดกำไรหลักครึ่งปีหลังจะสูงขึ้นเท่าตัว ทำให้สัดส่วนรายได้จาก RJH โรจนะ จะเพิ่มขึ้นจาก 1% ในปี 59 มาอยู่ที่ 11% ในปีนี้
  คงคำแนะนำ “ซื้อ” ให้ราคาเป้าหมายปี 60 จากการประเมินด้วยวิธีคิดลดกระแสเงินสดที่ 33 บาท โดยกำไรทั้งปี 60 จะเติบโต 21% (มากกว่าค่าเฉลี่ยของกลุ่มโรงพยาบาลเพียง 1%) โดยหุ้น RJH ซื้อขายกันที่มูลค่าถูกสุดในกลุ่มโรงพยาบาลภายใต้การวิเคราะห์ของเรา โดยซื้อขายกันที่ PER ปี 60 ที่ 38.2 เท่า ต่ำกว่าที่เคยซื้อขายที่ 43.1 เท่า และต่ำกว่าค่าเฉลี่ยกลุ่มที่ 41.8 เท่า
 แต่หากพิจารณาจากค่า PER ในปัจจุบันของ RJH ที่ 39.73 เท่า ยังเป็นจำนวนที่ใกล้เคียงกับค่าเฉลี่ยของกลุ่มที่ 40 เท่า โดยราคาระดับนี้ยังคงสูงค่า PER ของหุ้นใหญ่ในกลุ่มอย่าง BDMS (31.67 เท่า) RAM (29.37 เท่า) และ SVH (25.66 เท่า)
  ส่วนการจ่ายเงินปันผลของ RJH มีนโยบายจ่ายไม่ต่ำกว่า 40% แต่เมื่อปี 59 บริษัทจ่ายเงินปันผลออกมาทั้งสิ้น 0.40 บาทต่อหุ้น คิดเป็น 64.5% ของกำไรทั้งปี ส่วนครึ่งปีแรกนี้บริษัทจ่ายออกมาแล้ว 0.2 บาทต่อหุ้น คิดเป็น 58.8% ของกำไรทั้งหมด

 RJH เริ่มกลับมาอยู่ในทิศทางที่ดีอีกครั้ง หลังจากที่สามารถพิสูจน์ตัวเองได้ดีใน 2 ไตรมาสที่ผ่านมา ซึ่งหากบริษัทยังคงสามารถรักษาโมเมนตัมการเติบโตไว้ได้ในไตรมาส 3/60 และ 4/60 ก็น่าจะช่วยผลักดันราคาหุ้นต่อไปได้ แต่ในมุมกลับกันความคาดหวังของตลาดที่สูงขึ้นก็ย่อมทำให้ความเสี่ยงเพิ่มขึ้นตามไปด้วย เป็นสิ่งที่ต้องระมัดระวังไว้บ้างเช่นกัน

RECOMMENDED NEWS

ข่าวยอดนิยม

Refresh


LATEST NEWS

ข่าวล่าสุด

Refresh

ดูข่าวทั้งหมด