หุ้นฮ็อต

| 29 สิงหาคม 2560 | 13:58

BTS นิวไฮรับจ่อขึ้นค่าโดยสาร ระวังแรง Take profit

         BTS พุ่งทำนิวไฮรอบ 8 เดือน ตอบรับข่าวดีเตรียมปรับขึ้นค่าโดยสาร โบรกฯ คาดหนุนรายได้ปีนี้เพิ่ม 1% แต่จะดีเต็มที่ในงวดปีหน้า เล็งปรับประมาณการรอข้อมูลเพิ่มเติมจากบริษัทฯ ขณะที่ราคารับข่าวไปมากแล้ว ต้องระวังแรง Take profit 

      ราคาหุ้น บมจ.บีทีเอส กรุ๊ป โฮลดิ้งส์ (BTS) ปรับขึ้นเช้านี้ด้วยปริมาณการซื้อขายหนาแน่น โดยราคาเปิดที่ 8.55 บาท ก่อนปิดการซื้อขายภาคเช้าที่ 8.80 บาท เพิ่มขึ้น 0.30 บาท ซึ่งเป็นจุดสูงสุดใหม่ในรอบราว 8 เดือน และมีปริมาณหุ้นที่ซื้อขายเพิ่มขึ้นกว่า 350% เทียบค่าเฉลี่ย 5 วันทำการก่อนหน้า
      "บีทีเอส กรุ๊ป โฮลดิ้งส์" ประกอบธุรกิจ 4 ประเภท ได้แก่ 1. ธุรกิจขนส่งมวลชน ( รถไฟฟ้าบีทีเอส ) 2.ธุรกิจสื่อโฆษณา ( ภายใต้การดำเนินงานของวีจีไอ ) 3.ธุรกิจพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ ( ร่วมทุนกับ SIRI ) และ 4.ธุรกิจให้บริการ ธุรกิจสื่อโฆษณา เป็นธุรกิจที่สร้างรายได้และกำไรอย่างมีนัยสำคัญให้กับบริษัท ซึ่งงวดปี 60 ( สิ้นสุด มี.ค.60 ) รายได้มากที่สุดมาจากสื่อโฆษณาบนรถไฟฟ้า ในสัดส่วน 28.5% 
      BTS ถือหุ้นใหญ่โดยนายคีรี กาญนพาสน์ และยังมีผู้ถือหุ้นรายย่อยมากถึง 80,000 ราย
     นอกจากนี้ BTS ยังได้จัดตั้งกองทุนรวมโครงสร้างพื้นฐานกองแรกของไทย และนำเข้ามาซื้อขายในตลาดหุ้น คือ กองทุนรวมโครงสร้างพื้นฐานระบบขนส่งมวลชนทางราง บีทีเอสโกรท ( BTSGIF ) เมื่อปี 2556 
     ผลประกอบการปีล่าสุดงวดปี 59/60 (สิ้นสุด มี.ค.60 ) บริษัทฯ มีกำไรสุทธิ 2 พันล้านบาท ลดลง 51.5% YoY เนื่องจากปีดังกล่าวไม่มีกำไรพิเศษจากการแลกหุ้นกับยู ซิตี้ เหมือนงวดปีก่อน ส่วนผลประกอบการไตรมาส 1 ปี60/61 (สิ้นสุด มิ.ย.60) มีกำไรสุทธิ 404.59 ล้านบาท ลดลง 26% YoY แม้รายได้รวมเพิ่มแต่มีต้นทุนการจัดหารถไฟฟ้า และการควบรวมธุรกิจสื่อ
     สัญญาณหุ้น BTS ที่ปรับขึ้นโดดเด่นในเช้าวันนี้ ตอบรับโดยตรงกับข่าวเตรียมขึ้นค่าโดยสารในวันที่ 1 ต.ค.นี้ 
    BTS ได้แจ้งขอปรับค่าโดยสารรถไฟฟ้าสายสุขุมวิท สถานีหมอชิต - สถานีอ่อนนุช และสายสีลม สถานีสนามกีฬาแห่งชาติ - สถานีสะพานตากสิน ไม่รวมส่วนต่อขยายของกรุงเทพมหานคร จากราคา 15 บาท – 42 บาท เป็น 16 บาท – 44 บาท เริ่มวันที่ 1 ตุลาคม 2560 แต่ยังคงราคาเดิมสำหรับผู้ใช้บัตรแรบบิทประเภทเติมเงิน เป็นเวลา 6 เดือน จนถึงวันที่ 31 มีนาคม 2561
     โดยราคาดังกล่าว ยังคงอยู่ต่ำกว่าเพดานอัตราค่าโดยสารตามสัญญาสัมปทานซึ่งอยู่ในอัตรา 20.11 – 60.31 บาท 
     สำรวจความเห็นนักวิเคราะห์ มองว่าการปรับขึ้นค่าโดยสาร จะหนุนรายได้ปีนี้เพิ่มราว 1% และเป็นบวกต่อราคาพื้นฐานราว 2.6% แต่บางค่ายก็มองว่าการปรับขึ้นค่าโดยสารอยู่ในประมาณการของตลาดแล้ว จึงยังไม่ปรับประมาณการใหม่ จนกว่าจะได้รับข้อมูลเพิ่มเติมมากกว่านี้ 
     บล.เคจีไอ เห็นว่า การปรับเพิ่มค่าโดยสารสำหรับเส้นทางรถไฟฟ้าระยะทาง 23.5 กิโลเมตรที่จะเกิดขึ้น จะช่วยทำให้รายได้ค่าโดยสารเพิ่มขึ้นประมาณ 1% จากระดับปัจจุบัน และมีผลบวกต่อกำไรสุทธิเต็มปีราว 3% อย่างไรก็ตาม เชื่อว่าไม่น่าจะเห็นผลบวกทันทีในปีนี้ เนื่องจากการปรับเพิ่มค่าโดยสารจะถูกหักล้างโดยจำนวนผู้โดยสารที่ลดลงในช่วงแรก (ประมาณ 3 เดือน) 
     ดังนั้น จึงประเมินเบื้องต้นว่า การปรับอัตราค่าโดยสารครั้งนี้ จะมีมูลค่าเพิ่มประมาณ 2.6% จากระดับราคาเป้าหมายปัจจุบันของเคจีไอ ที่ 10.60 บาท (โดยยังไม่รวมมูลค่าเพิ่มจากรถไฟฟ้าสายสีชมพูและเหลือง) ยังคงแนะนำซื้อ BTS 
     บล.เมย์แบงก์ กิมเอ็ง กล่าวว่า การดำเนินการนี้สามารถกระทำได้เนื่องจากค่าโดยสารเรียกเก็บปัจจุบัน ยังต่ำกว่าเพดานค่าโดยสารในสัมปทานกับ กทม. ซึ่งตรงนี้จะส่งผลบวกต่อผลกำไรโดยตรงของ BTSGIF และจะสะท้อนกลับมาหา BTS จากการถือหุ้นอยู่ 1/3 ของทั้งหมด โดยทิศทางนี้อยู่ในประมาณการของตลาดแล้ว เราคงคำแนะนำ "ซื้อ" 10.54 บาท/ หุ้น
     บล.ดีบีเอส วิคเคอร์ส ระบุว่า จะยังไม่ปรับประมาณการใหม่ แม้จะคาดว่าการปรับขึ้นค่าโดยสารจะทำให้ค่าโดยสารเฉลี่ยปีนี้เพิ่มขึ้น 1% ซึ่งจะสนับสนุนให้รายได้ค่าโดยสารปีนี้เป็นไปตามเป้าหมายได้มากขึ้น นอกจากนี้ กว่าที่การรับประโยชน์จากการขึ้นค่าโดยสารได้เต็มปีก็จะเป็นงวดปีหน้า โดยดีบีเอสฯ จะรอข้อมูลเพิ่มเติมจากบริษัทฯ ที่มากกว่านี้ เพื่อประกอบการพิจารณาทบทวนประมาณการอีกครั้ง ยังคงแนะนำ ซื้อ ราคาพื้นฐาน 9.38 บาท
     นอกจากรายได้ค่าโดยสารที่มีแนวโน้มดีขึ้นแล้ว ในส่วนของธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ก็มีทิศทางดีขึ้น โดยปีหน้าบริษัทร่วมทุนธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ กับ บมจ.แสนสิริ (SIRI) น่าจะเริ่มมีกำไร จากที่ขาดทุนต่อเนื่องมา 2 ปี
     วานนี้ SIRI กล่าวว่า บริษัทร่วมทุนระหว่าง SIRI กับ BTS ปีนี้น่าจะขาดทุนเล็กน้อยหรือมีกำไรเล็กน้อย แต่ในปี 61 จะเห็นกำไรราว 700-800 ล้านบาท และปี 62 จะปรับตัวเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ 
    สอดคล้องกับมุมมอง บล.ทิสโก้ ที่ระบุว่า ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ของ BTS เริ่มมีทิศทางที่ดีขึ้น ปีนี้บริษัทรับรู้การโอนโครงการ The Line สุขุมวิท 71 ซึ่งรับรู้ครบในปีนี้ และเริ่มรับรู้การโอนโครงการ The Line จตุจักร-หมอชิต ในเดือนตุลาคมนี้ โดยในปีนี้ บริษัทมีแผนที่จะเปิด 4 โครงการใหม่ ซึ่งล่าสุดเปิดไปแล้ว 1 โครงการ ได้แก่ โครงการ The Base เพชรเกษม 79
      ด้านแนวโน้มผลการดำเนินงานงวดไตรมาส 2 ปี60/61 ( เดือนก.ค.-ก.ย. ) โบรกฯ คาดกำไรหลักจะขยายตัว YoY และ QoQ หลังจากไตรมาส 1/60 กำไรหลักลดลง YoY แต่เพิ่มขึ้น QoQ และยังต่ำกว่าที่ตลาดคาด เนื่องจากการขาดทุนจากบริษัทร่วมและโครงการร่วมทุนที่มากกว่าคาด
      บล.บัวหลวง ให้ราคาเป้าหมาย 11.70 บาท แนะนำ ซื้อ คาดกำไรหลักของ BTS ในไตรมาส 2/60 ( เดือนก.ค.-ก.ย.) จะขยายตัว YoY และ QoQ ซึ่งได้แรงหนุนจากธุรกิจระบบขนส่งมวลชน และเป็นช่วงไฮซีซั่น รวมถึงการฟื้นตัวของเม็ดเงินโฆษณาที่หนุนกำไรของ VGI และกำไรที่ดีขึ้นจากธุรกิจอสังหาฯ เชิงพาณิชย์ 
      นอกจากนี้ ยังมีโอกาสที่ บล.บัวหลวง จะปรับเพิ่มประมาณการกำไรของ BTS ในอนาคต จากโครงการรถไฟฟ้าสายใหม่และโครงการอสังหาฯ ร่วมทุน หลังล่าสุดได้ปรับประมาณการกำไรปีนี้เป็นโต 42% YoY ซึ่งได้แรงหนุนจากการเปิดให้บริการรถไฟฟ้าสายใหม่
     แม้ BTS จะมีข่าวดีเรื่องการปรับขึ้นค่าโดยสาร แต่อย่าลืมว่าจะส่งผลดีอย่างเต็มที่ในปีหน้า เพราะยังมีลูกค้าผู้ถือบัตรแรบบิท ที่จะยังคงได้ราคาค่าโดยสารเดิมไปจนถึงเดือน มี.ค.61 ในขณะที่ราคาหุ้นได้ตอบรับความหวังของรายได้ไปก่อนแล้ว การเก็งกำไรระยะสั้นจึงต้องระวังแรงขายทำกำไรด้วย
 

RECOMMENDED NEWS

ข่าวยอดนิยม

Refresh


LATEST NEWS

ข่าวล่าสุด

Refresh

ดูข่าวทั้งหมด