หุ้นฮ็อต

| 28 สิงหาคม 2560 | 13:53

BJC เจอแรงซื้อสวนเครื่องหมาย XD ดักกำไรพีค Q4

    BJC เจอแรงไล่ซื้อสวนขึ้น XD วันนี้ คาดดักกำไรที่จะสูงสุดใน Q4 จากกลับรายการภาษีก้อนใหญ่ ส่วนราคาเป้าหมายเฉลี่ยอยู่ที่ 52 บาท ยังมีอัพไซด์ โบรกฯ คาดกำไรปีนี้ทุบสถิติต่อ ส่วนปีหน้าจับตา Synergy กับ BIGC จะยิ่งชัดมากขึ้น 

  ราคาหุ้น บมจ.เบอร์ลี่ ยุคเกอร์ (BJC) เปิดตลาดเช้านี้ปรับขึ้น สวนทางกับการขึ้นเครื่องหมาย XD ที่ปกติราคาหุ้นจะปรับลง โดยเปิดการซื้อขายที่ 45.50 บาท และขึ้นไปทำจุดสูงสุดที่ 46.75 บาท ก่อนจะปิดการซื้อขายภาคเช้าที่ 46.50 บาท เพิ่มขึ้น 1.25 บาท หรือ 2.76% ด้วยปริมาณการซื้อขายหนาแน่นกว่าปกติ เพิ่มขึ้นราว 200% จากค่าเฉลี่ย 5 วันทำการก่อนหน้า
  BJC เป็นผู้ผลิตและจัดจำหน่ายสินค้าอุปโภคบริโภค โดยตราสินค้าซึ่งเป็นที่คุ้นเคยของคนไทย อย่างเช่น “เซลล็อกซ์” และ “ซิลค์” ในกลุ่มสินค้ากระดาษทิชชู “เทสโต” และ “โดโซะ” ในกลุ่มสินค้าขนมขบเคี้ยว และ “นกแก้ว” ในกลุ่มผลิตภัณฑ์ของใช้ส่วนตัว
  BJC ถือหุ้นใหญ่โดย "ทีซีซี คอร์ปอเรชั่น" ของเจ้าพ่อน้ำเมา "เสี่ยเจริญ สิริวัฒนภักดี" และมีผู้ถือหุ้นรายย่อยประมาณ 14,000 ราย เพิ่มขึ้นจากกลางปี 59 ซึ่งมีไม่่ถึง 1 หมื่นราย
  ปี 2559 บริษัทฯ ได้ทำบิ๊กดีล เข้าซื้อหุ้นเกือบทั้งหมดใน BIGC และมีแผนจะเพิกถอน BIGC ออกจากตลาดหุ้นราวเดือน ก.ย.60 ส่งผลให้ผลประกอบการ BJC โตก้าวกระโดด หลังรวมงบ BIGC เข้ามาเต็มไตรมาสตั้งแต่ Q2/59 โดยปี 2559 มีกำไรสุทธิสูงสุดเป็นประวัติการณ์ที่ 4 พันล้านบาท โต 43% YoY ส่วน 6 เดือนแรกปีนี้ มีกำไรสุทธิ 1.96 พันล้านบาท หรือเกือบครึ่งหนึ่งของปีก่อน
 ด้านความเคลื่อนไหวหุ้น BJC ปีนี้เคยขึ้นไปทำจุดสูงสุดไว้ที่ 52.00 บาท เมื่อต้นปี จากนั้นราคาไหลลงมาทรงตัวอยู่ที่ประมาณ 40 กว่าบาทในปัจจุบัน
  สัญญาณราคาหุ้น BJC ที่ปรับขึ้น แม้เป็นวันขึ้น XD หรือซื้อวันนี้จะไม่มีสิทธิได้รับเงินปันผล ที่บริษัทฯ ประกาศจ่ายปันผลระหว่างกาลหุ้นละ 0.15 บาท และจะจ่ายเงินปันผลในวันที่ 13 ก.ย.นี้ แสดงให้เห็นว่านักลงทุนไม่ได้สนใจกับเงินปันผล ซึ่งคิดเป็นยีลด์เพียง 0.34% ในขณะที่มุมมองของนักวิเคราะห์ เห็นว่ากำไรครึ่งปีหลังจะดีกว่าครึ่งปีแรก โดยเฉพาะในไตรมาส 4 ที่กำไรจะพีคสุด ให้ราคาเหมาะสมเฉลี่ยที่ 52 บาท
  บล.โนมูระ พัฒนสิน กล่าวว่า กำไรสุทธิ Q2/60 โต 520% YoY และ 3% QoQ เป็น 996 ล้านบาท โดยมีปัจจัยขับเคลื่อนหลักจาก (1) การฟื้นตัวของกำไรกลุ่มสินค้าอุปโภคบริโภค กับกลุ่มเวชภัณฑ์และเทคนิค และ (2) อานิสงส์จากภาระดอกเบี้ยจ่ายจากดีลซื้อกิจการ BIGC ที่ลดลงตามมูลหนี้และดอกเบี้ย โดย ณ สิ้น Q2/60 BJC มีหนี้สินที่มีดอกเบี้ยทั้งสิ้น 1.52 แสนล้านบาท จาก 2.38 แสนล้านบาทใน Q2/59
  ทั้งนี้ แม้ไตรมาส 3 จะเป็นโลว์ซีซั่น กำไรปกติ Q3/60 อาจจะลดลงราว 11% QoQ แต่จะยังเติบโตกว่า 98% YoY และคาดโมเมนตัมกำไรจะทำจุดสูงสุดใน Q4/60 หลังอัตราภาษีจ่ายทั้งปีจะกลับสู่ระดับ 20% จากครึ่งปีแรกที่เสีย 32.5% ของกำไรก่อนภาษี และคาดกำไรปกติปี 60 ที่ 5.63 พันล้านบาท โต 92% YoY แนะซื้อ เป้าหมาย 60 บาท โดยยังชอบ BJC จากประเด็นกำไรปกติปี 60 ที่จะขยายตัวเด่นสุดในกลุ่มพาณิชย์
  บล.กสิกรไทย เชื่อว่าผลประกอบการของ BJC ในช่วงครึ่งปีหลังปีนี้ จะดีกว่าในช่วงครึ่งปีแรก ปัจจัยหนุนจาก (1) ธุรกิจโมเดิร์นเทรด ที่ดีขึ้นและ (2) อัตราภาษีที่แท้จริงที่ลดลงในไตรมาส 4/60 ผลจากการปรับโครงสร้างภายใน ซึ่งทำให้อัตราภาษีที่แท้จริงลดลงมาอยู่ที่ 20% จากที่ประมาณ 30% ในช่วงครึ่งปีแรกของปี 60
  เช่นเดียวกับ "บล.ฟินันเซีย ไซรัส" ที่มองว่าครึ่งปีหลังผลประกอบการจะดีขึ้น แต่ ไตรมาส 3/60 แนวโน้มกำไรอาจไม่สดใส เพราะเป็น Low Season อีกทั้งภาษีจ่ายยังสูงก่อนจะปรับโครงสร้างแล้วเสร็จ แต่ะมีการกลับรายการภาษีก้อนใหญ่ใน Q4/60 ซึ่งจะทำให้กำไรเป็นจุดสูงสุดของปี ยังคงคำแนะนำ "ซื้อ" เป้าหมาย 55 บาท
  ขณะที่ค่าย "บล.ทรีนีตี้" อยู่ระหว่างทำประมาณการ ราคาเป้าหมาย และคำแนะนำ (Median Consensus 52.00 บาท)
 นอกจากนี้ นักวิเคราะห์มองว่า Synergy กับ BIGC จะยิ่งแข็งแกร่งขึ้นปีหน้าเป็นต้นไป ขณะที่สถาบันจัดอันดับความน่าเชื่อถือ "ทริสเรทติ้ง" ระบุ BJC ได้คาดการณ์ว่าน่าจะใช้เวลาราว 3 ปีหลังควบรวมในการเกิด Synergy เต็มที่
  บล.เมย์แบงก์ กิมเอ็ง กล่าวว่า Synergy จากการรวมธุรกิจกับ BIGC ยังคาดว่าไปเป็นตามเป้าหมาย โดยคาด BJC จะเติบโตแข็งแกร่งยิ่งขึ้นในปีหน้า ส่วนปีนี้คาดกำไรของ BJC ในครึ่งหลังจะดีขึ้นกว่าครึ่งปีแรก จากการที่ BIGC มีแนวโน้มเติบโตดีขึ้นโดย SSSG ฟื้นตัวเป็นบวกโดดเด่น และมีการขยายสาขามากขึ้นตามแผน ธุรกิจบรรจุภัณฑ์คาดจะฟื้นตัวจากการขยายกำลังการผลิตขวดแก้ว แนะนำ ซื้อ เป้าหมาย 59 บาท
  ด้านทริสเรทติ้ง คาดว่า BJC คาดจะใช้เวลาประมาณ 3 ปีหลังจากการควบรวมกับบิ๊กซีเพื่อรับรู้ประโยชน์จากการผสานพลังทางธุรกิจและการประหยัดต่อขนาดได้ คิดเป็นกำไรก่อนดอกเบี้ยจ่าย ภาษี ค่าเสื่อมราคา และค่าตัดจำหน่ายประมาณ 1,700 ล้านบาทต่อปี

  หาก BJC ทำกำไรปีนี้ได้ตามที่โบรกฯ คาดก็เท่ากับว่ากำไรจะทุบสถิติต่อเนื่องจากปี 59 ส่วนภาระดอกเบี้ยที่กู้มาซื้อ BIGC ก็จะเริ่มลดลง และหากทุกอย่างเป็นไปตามแผนอีกราว 2-3 ปี BJC น่าจะตัวเบาขึ้น แต่ระหว่างทางก็อย่าลืมเกาะติดกำไรรายไตรมาส เพราะธุรกิจทั้งของ BJC และ BIGC มีความเสี่ยงเหมือนกันคือ สภาวะเศรษฐกิจ โดยเฉพาะช่วงไตรมาส 3 ที่จะเป็นโลว์ซีซั่น

RECOMMENDED NEWS

ข่าวยอดนิยม

Refresh


LATEST NEWS

ข่าวล่าสุด

Refresh

ดูข่าวทั้งหมด