หุ้นฮ็อต

| 24 สิงหาคม 2560 | 13:51

SCB จับตา NVDR จุดพลุ เร่งซื้อดักปันผล

       SCB มูลค่าการซื้อขายคึกคัก หลังประกาศปันผลระหว่างกาล 1.50 บ./หุ้น งานนี้พบ NVDR พลิกกลับมาซื้อสุทธิวานนี้กว่า 1 พันลบ. ขณะที่ผลดำเนินงานปีนี้ ยังต้องเผชิญค่าใช้จ่ายด้านไอที กูรูหั่นกำไรปี 60 เลวร้ายสุดลดลง 1% YoY ชี้แม้ยัง Laggard และมีปันผล แต่อาจหนุนราคาได้แค่ระยะสั้น

  ราคาหุ้นธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) หรือ SCB ปรับตัวเพิ่มขึ้นตั้งแต่เปิดการซื้อขาย และมีมูลค่าการซื้อขายหนาแน่น โดยราคาเปิดที่ 146.00 บาท ก่อนขึ้นไปสูงสุด 146.50 บาท และปิดการซื้อขายภาคเช้าที่ 145.50 บาท เพิ่มขึ้น 1 บาท หรือ 0.69% มูลค่าการซื้อขาย 825.38 ล้านบาท สูงสุดเป็นอันดับ 3 
 SCB เป็นธนาคารพาณิชย์เต็มรูปแบบในไทย มีขนาดใหญ่สินทรัพย์ 2.69 ล้านล้านบาท เป็นดับ 2 รองจากธนาคารกรุงเทพ (BBL) 
  ผู้ถือหุ้นใหญ่ SCB คือ สำนักงานทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์ ถือหุ้นราว 21% และมีนักลงทุนสถาบันถือหุ้นเป็นจำนวนมาก เช่น กองทุนรวมวายุภักษ์ , สำนักงานประกันสังคม และ THE BANK OF NEW YORK MELLON เป็นต้น นอกจากนี้มีนักลงทุนรายย่อยถือหุ้นมากถึง 34,598 ราย
  จุดเด่นของ SCB คือ เป็นธนาคารพาณิชย์ที่มีความเชี่ยวชาญด้านสินเชื่อบุคคล โดยพอร์ตสินเชื่อรวม ณ สิ้นเดือน มิ.ย.60 อยู่ที่ 1.97 ล้านล้านบาท เป็นสินเชื่อบุคคล 44.3% (ส่วนใหญ่เป็นสินเชื่อเคหะ) รองลงมาเป็นธุรกิจขนาดใหญ่ 37.5% และธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อม 18.2%
  ผลการดำเนินงาน SCB ในปี 58-59 กำไรสุทธิทรงตัวที่ราว 4.7 หมื่นล้านบาท ส่วนงวด 6 เดือนแรกของปีนี้ มีกำไรสุทธิ 2.38 หมื่นล้านบาท หรือคิดเป็น 50% ของกำไรสุทธิในปีก่อน
  ด้านราคาหุ้น SCB ไซด์เวย์ในกรอบ 152-156 บาท ในช่วงปลายเดือน พ.ค.- ต้นเดือน ก.ค.60 ก่อนที่จะไหลลงต่อเนื่อง จนหลุด 150 บาท และทำจุดต่ำสุดของปีนี้ที่ 140 บาท เมื่อต้นเดือน ส.ค.ที่ผ่านมา หากนับตั้งแต่ต้นปีถึงปัจจุบัน ราคาหุ้นปรับลง 4.5% สวนทางกับหุ้นแบงก์ใหญ่อย่าง BBL KTB และ KBANK ที่ปรับขึ้น 14.42% 3.39% และ 10.42% ตามลำดับ
  ราคาหุ้น SCB ที่มีแรงซื้อเข้ามาหนาแน่นอีกครั้งในเช้าวันนี้ หลังจากเพิ่งประกาศจ่ายปันผลระหว่างกาลหุ้นละ 1.50 บาท ขึ้น XD วันที่ 4 ก.ย. ขณะที่การซื้อขายของ NVDR วานนี้ พลิกกลับมาซื้อสุทธิหุ้น SCB สูงผิดปกติกว่า 1 พันล้านบาท ซึ่งหากนับรวม 15 วันทำการที่ผ่านมา พบว่า NVDR ซื้อสุทธิหุ้น SCB มากที่สุดเป็นอันดับ 1 มูลค่า 1,800 ล้านบาท
  บล.แลนด์ แอนด์ เฮ้าส์ ระบุในบทวิเคราะห์เช้านี้ แนะจับตาธุรกรรมของ NVDR ที่เข้าซื้อ SCB, KBANK, TOP และขาย CPALL, AOT, PTTEP 
  เช่นเดียวกับ บล.เมย์แบงก์ กิมเอ็ง ที่ระบุว่า แม้การซื้อขาย NVDR จะมีปริมาณเบาบาง แต่พบว่าวานนี้ หุ้นที่ถูกเร่งซื้อมามากสุดเป็น SCB
  ในด้านปัจจัยพื้นฐาน นักวิเคราะห์เห็นตรงกันว่าปัจจัยที่จะกดดันกำไรของ SCB ในปีนี้ นอกเหนือจากเอ็นพีแอล คือ ค่าใช้จ่ายด้านการพัฒนาระบบไอที โดยมองกรณีเลวร้าย กำไรปีนี้จะลดลง 1% จากปีก่อน ส่วนคำแนะนำมีทั้ง ถือ และ ซื้อ ส่วนราคาเป้าหมายอยู่ในช่วง 157-167 บาท
  บล.ดีบีเอสวิคเคอร์ส แนะนำถือ ราคาพื้นฐาน 157 บาท มองอัพไซด์ปัจจุบันเริ่มจำกัด ได้ปรับลดคาดการณ์กำไรปี 60-61 ลง 5%และ 11% ตามลำดับ ส่งผลให้คาดว่ากำไรสุทธิปี 60 จะลดลง 1% YoY และปี 61 กำไรสุทธิเพิ่มขึ้น 2% YoY 
  บล.บัวหลวง ปรับลดราคาเป้าหมายลง 4% เป็น 167 บาท ให้สอดคล้องกับการปรับเพิ่มค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานของธนาคารซึ่งมีแนวโน้มที่จะสูงกว่าที่คาดการณ์ไว้ก่อนหน้า เพราะธนาคารจะลงทุนเป็นจำนวนมากในการพัฒนาระบบไอที จึงทำให้คาดการณ์กำไรสุทธิปีนี้ลดเหลือ 4.9 หมื่นล้านบาท โตราว 4% YoY แนะนำ "ซื้อ" 
  บล.ทิสโก้ แนะนำ ถือ มูลค่าที่เหมาะสม 157 บาท แม้ราคาหุ้น SCB ยังเพิ่มขึ้นช้าเมื่อเทียบคู่แข่ง YTD แต่ปัจจัยนี้จะหนุนราคาหุ้นเพียงระยะสั้นเท่านั้น เพราะในภาพรวมยังกังวลความเสี่ยงต่อการผิดนัดชำระหนี้ และค่าใช้จ่ายต่อรายได้ยังคงอยู่ในระดับสูง เนื่องจากเป็นช่วงเวลาของการลงทุนด้านเทคโนโลยี มีอัพไซด์จำกัด จาก ROE อยู่ในขาลง จึงแนะเพียง “ถือ”

 การปรับเพิ่มขึ้นของหุ้น SCB มีปัจจัยหนุนจากการจ่ายเงินปันผลระหว่างกาล ซึ่งหากต้องการซื้อเพื่อรับปันผล ก็อย่าลืมว่าต้องซื้อก่อนขึ้น XD ในวันที่ 4 ก.ย. นี้ ส่วนอนาคตของธนาคาร จากมุมมองนักวิเคราะห์คงพอทำให้เห็นภาพแล้วว่ากำไรสุทธิปีนี้อาจทำได้เพียงทรงตัวจากปีก่อน หรือเติบโตไม่มาก จากค่าใช้จ่ายพัฒนาระบบไอที และยังต้องติดตามตัวเลข NPL ที่อาจมีเซอร์ไพร์สได้ตลอดเวลา ทำให้การซื้อหุ้นต้องจับจังหวะให้ถูกต้องด้วย

RECOMMENDED NEWS

ข่าวยอดนิยม

Refresh


LATEST NEWS

ข่าวล่าสุด

Refresh

ดูข่าวทั้งหมด