หุ้นฮ็อต

| 24 สิงหาคม 2560 | 09:17

จับตา TRUE หลังโบรกฯ เริ่มเชียร์ซื้อ แต่แนวโน้มยังขาดทุนต่อ

  TRUE เด้งสู้ หลังทำจุดต่ำใหม่รอบ 4 ปี โบรกฯ ยังมองบวก ชี้ไตรมาส 2/60 ขาดทุนน้อยกว่าคาด และมาร์เก็ตแชร์เพิ่มขึ้นเป็นเบอร์ 2 แต่แนวโน้มกำไรยังขาดทุนถึงปี 61

  หุ้น บริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ TRUE กระตุกขึ้น 7% ในช่วง 4 วันที่ผ่านมา หลังจากที่ราคาหุ้นร่วงลงต่อเนื่องไปแตะ 5 บาท ทำจุดต่ำสุดใหม่ในรอบกว่า 4 ปี ทั้งนี้ ราคาหุ้น TRUE ร่วงลงมาแล้วประมาณ 30% จากเมื่อปลายปีก่อนซึ่งอยู่ที่ 7.15 บาท
  TRUE แบ่งกลุ่มธุรกิจหลักออกเป็น 3 กลุ่ม ประกอบด้วย (1) ธุรกิจออนไลน์ ภายใต้ทรูออนไลน์ ซึ่งประกอบด้วย บริการอินเทอร์เน็ตความเร็วสูงหรือบริการบรอดแบนด์ บริการโครงข่ายข้อมูล บริการโทรศัพท์พื้นฐานและบริการเสริมต่าง ๆ (2) ธุรกิจโทรศัพท์เคลื่อนที่ ภายใต้ทรูมูฟ เอช ซึ่งให้บริการครบทุกมิติทั้งระบบ 4.5G/4G 3G และ 2G ที่ครอบคลุมสูงสุดทั่วประเทศ ผ่านการผสมผสานคลื่นย่านความถี่ต่ำและสูงได้อย่างลงตัว (3) ธุรกิจโทรทัศน์แบบบอกรับสมาชิก และโทรทัศน์ในระบบดิจิตอล ภายใต้ ทรูวิชั่นส์
  หลังผลประกอบการกลับมาขาดทุนระดับพันล้านบาทต่อไตรมาสตั้งแต่กลางปี 59 กดดันให้ราคาหุ้น TRUE ไหลลงต่อเนื่อง แม้ในเชิงธุรกิจบริษัทจะสามารถชิงส่วนแบ่งการตลาด จนขึ้นมาเป็นอันดับ 2 แต่ขณะเดียวกันค่าใช้จ่ายจากการประมูลใบอนุญาตก็สูงขึ้นมากเช่นเดียวกัน เมื่อเป็นเช่นนี้แล้ว หุ้น TRUE จะจบขาลงตรงไหน?
  ในเชิงปัจจัยพื้นฐาน หากผลประกอบการมีแนวโน้มฟื้นตัว ราคาหุ้นก็อาจจะเริ่มฟื้นตัวกลับมาได้อีกครั้ง โดยหลังจากประกาศงบในไตรมาส 2/60 ที่ผ่านมา นักวิเคราะห์ส่วนใหญ่ก็เริ่มมีมุมมองเชิงบวกต่อหุ้น TRUE มากขึ้น
  บล.หยวนต้า (ประเทศไทย) ระบุว่า คงมุมมองเชิงบวกหลังประชุมกับผู้บริหาร TRUE และคาดว่าค่าใช้จ่ายในครึ่งปีหลังจะลดลงอย่างมีนัยสำคัญ เนื่องจากบริษัทประเมินว่า SG&A ได้ผ่านจุดสูงสุดแล้วในครึ่งปีแรกที่ผ่านมา หลังประสบความสำเร็จในการเพิ่มส่วนครองตลาดแซงหน้า DTAC และขึ้นเป็นเบอร์ 2 ในตลาดมือถือได้สำเร็จ
  ประกอบกับรายได้ที่ยังมีทิศทางเติบโตต่อเนื่อง และค่าใช้จ่ายที่ลดลง จะส่งผลให้ผลประกอบการครึ่งปีหลังดีขึ้นชัดเจน และ EBITDA จะทำระดับสูงสุดใหม่รายไตรมาสได้ในไตรมาส 3/60 และ 4/60 ขณะเดียวกัน TRUE ยังมีเงินสดในมือสูงถึง 4.7 หมื่นล้านบาท และ Net D/E ที่ 0.7 เท่า ดังนั้น ประเด็นเพิ่มทุนที่ตลาดกังวลในช่วงก่อนหน้าและทำให้ราคาหุ้นปรับตัวลงจึงไม่สมเหตุสมผล และซื้อขายที่ EV/EBITDA เพียง 8.5 เท่า ต่ำกว่าค่าเฉลี่ยย้อนหลัง 5 ปีที่ 10 เท่า และความเสี่ยงขาลงจำกัด เนื่องจากต่ำกว่าต้นทุนเฉลี่ยของ China Mobile ที่ 6.6 บาท
  ด้าน บล.โกลเบล็ก ระบุว่า TRUE ยังคงเป้าหมายการเติบโตรายได้ในปีนี้อยู่ที่ 16 - 20% จากปีก่อน แม้ครึ่งปีแรกจะมีการเติบโตเพียง 12% โดยมองว่าไตรมาส 2/60 เป็นช่วง Low season ของธุรกิจ และน่าจะกลับมาเติบโตเพิ่มขึ้นในครึ่งปีหลัง ปัจจุบันยังคงเน้นการลดค่าใช้จ่ายส่วนเกินของบริษัทอย่างต่อเนื่อง พร้อมไปกับการใช้ Big Data เพื่อวิเคราะห์ข้อมูลลูกค้าอย่างเจาะลึก เพิ่มประสิทธิภาพในการทำการตลาดและการพัฒนาบริการมากขึ้นจากเดิมที่เป็นแบบ Mass ไปสู่ระดับตำบล โดยคาดหวังโอกาสในการพลิกกลับมาเป็นกำไรครั้งแรกราวช่วงปลายปี 61
  ทั้งนี้ มองว่า TRUE เป็นผู้เล่น 1 ใน 3 ราย ที่ขาดทุนมาอย่างยาวนาน แต่ส่วนแบ่งตลาดที่เพิ่มขึ้นต่อเนื่อง (ไตรมาส 2/60 มี Subscribers เพิ่มขึ้น 4.24 แสนราย จากช่วงเดียวกันของปีก่อน เมื่อเทียบอีก 2 รายที่เหลือ รวมลดลง 8.8 แสนราย) สะท้อนความสามารถในการแข่งขันด้วยการเป็นผู้นำ 4G หนุนให้ TRUE น่าจะทยอยมีส่วนแบ่งตลาดเพิ่มขึ้น ด้านราคาหุ้นปรับตัวลดลง 26.5% จากต้นปี เทียบ ADVANC และ DTAC ที่เพิ่มขึ้น 23% และ 43% ตามลำดับ
  ส่วน บล.ฟิลลิป(ประเทศไทย) ระบุว่า ผลดำเนินงานไตรมาส 2/60 ออกมาดีกว่าคาด โดยขาดทุน 1,245 ล้านบาท น้อยกว่าคาด เนื่องจากค่าใช้จ่ายในการขายไม่มากอย่างที่คาดไว้ ซึ่งหากพิจารณา EBITDA จะพบว่าปรับตัวดีขึ้นถึง 37.8% จากปีก่อน โดยแรงขับเคลื่อนหลักมาจาก TrueMove H ซึ่งรายได้ขยายตัวอย่างโดดเด่น อย่างไรก็ตามผลขาดทุนของบริษัทสูงขึ้นจากค่าเสื่อมราคาจากการขยายโครงข่าย และค่าตัดจำหน่ายใบอนุญาตใช้คลื่นความถี่ที่เพิ่มขึ้น
  บล.เคจีไอ (ประเทศไทย) ระบุว่า ทั้งนี้ เรามองว่าผลประกอบการปีนี้จะถูกกดดันเพราะเป็นปีแรกที่ TRUE ต้องบันทึกค่าตัดจำหน่ายใบอนุญาตคลื่น 900 เมกะเฮิรตซ์ 5 พันล้านบาทต่อปี และค่าใช้จ่าย SG&A ที่คาดว่าจะยังทรงตัวระดับสูงเพื่อดึงดูดลูกค้าใหม่ ส่วนแนวโน้มครึ่งปีหลังน่าจะดีขึ้นเล็กน้อย แต่โดยรวมจะยังเป็นขาดทุนอยู่ ซึ่งเราประเมินผลขาดทุนสุทธิรวมปีนี้ไว้ที่ 4.4 พันล้านบาท
  ในขณะที่ความกังวลเกี่ยวกับการเพิ่มทุนนั้น ดูเหมือนว่าจะเป็นส่วนสำคัญอย่างหนึ่งที่กดให้ราคาหุ้นต่ำลง ด้วยอัตราส่วนสภาพคล่องที่ 0.7 เท่า ลดลงจากปีก่อนซึ่งอยู่ที่ 0.9 เท่า
  อย่างไรก็ตาม บริษัทยืนยันว่ายังไม่มีแนวคิดที่จะต้องระดมทุนเพิ่มในระยะสั้น-ยาว เนื่องจากยังมีเงินสดในมือที่มีมากถึง 46,904 ล้านบาท ส่วนหนึ่งเป็นผลมาจากการเตรียมไว้จ่ายค่าใบอนุญาตช่วง 1-2 ปีข้างหน้า ทั้งนี้ บริษัทมีหนี้สินภายใต้สัญญาและใบอนุญาตให้ดำเนินการ 73,674 ล้านบาท

โดยภาพรวมแล้วแม้หุ้น TRUE จะเริ่มฟื้นตัวกลับมาได้บ้าง แต่แนวโน้มผลประกอบที่มีโอกาสขาดทุนต่อเนื่องในปีนี้น่าจะยังเป็นปัจจัยกดดันต่อไป เมื่อเป็นเช่นนี้การจะพยายามหาจุดต่ำสุดในของราคาหุ้นในขณะที่ทิศทางโดยรวมยังเป็นขาลง คงจะต้องควบคุมความเสี่ยงกันให้ดี

RECOMMENDED NEWS

ข่าวยอดนิยม

Refresh


LATEST NEWS

ข่าวล่าสุด

Refresh

ดูข่าวทั้งหมด