หุ้นฮ็อต

| 23 สิงหาคม 2560 | 13:50

CPALL เสียทรงระยะสั้น พื้นฐานยังสตรอง

  CPALL เสียทรง หลังเจอข่าว ปตท.มีแผนดัน แบรนด์ Jiffy มาเปิดในปั๊มแทน กูรูมองผลกระทบระยะยาวมีจำกัด เหตุมีสัดส่วนไม่มากเทียบกับสาขารวม ราคาที่ร่วงลงอาจเป็นโอกาสสะสม เคาะเป้าพื้นฐาน 66-77 บาท ประเมินกำไรปีนี้โต 20%

  ราคาหุ้น บมจ.ซีพี ออลล์ (CPALL) เคลื่อนไหวแดนลบตั้งแต่เปิดการซื้อขาย โดยลงต่ำสุดที่ 60.50 บาท และปิดการซื้อขายภาคเช้าที่ 61.00 บาท ลดลง 0.25 บาท หรือ 0.41% มูลค่าการซื้อขายสูงสุดอันดับ 1 ที่ 1.13 พันล้านบาท และปริมาณหุ้นที่ซื้อขายเพิ่มขึ้น 248% เทียบค่าเฉลี่ย 5 วันทำการก่อนหน้า 
  CPALL ทำธุรกิจค้าปลีกประเภทร้านสะดวกซื้อ 7-Eleven โดยได้รับสิทธิแต่เพียงผู้เดียว จาก 7-Eleven, Inc. ให้ประกอบธุรกิจภายใต้เครื่องหมายการค้า "7-Eleven" ในไทย มีฐานจำนวนลูกค้าที่มาใช้บริการร้าน 7-Eleven กว่า 11.5 ล้านคนต่อวัน
  CPALL จัดว่าเป็นหุ้นที่สะเทินน้ำสะเทินบก ไม่ว่าสถานการณ์ทางเศรษฐกิจจะเป็นอย่างไร หรือมีข่าวร้ายเข้ามากระทบเพียงใด แต่ราคาจะฟื้นกลับขึ้นมาได้ทุกครั้ง สอดคล้องกับรายได้ที่ยังคงเติบโตทุกปีตามสาขาใหม่ที่เพิ่มขึ้น
 รายได้รวม ณ งวดครึ่งแรกปีนี้อยู่ที่ 2.38 แสนล้านบาท เพิ่มขึ้น 6.6% YoY และมีกำไรสุทธิ 9.41 พันล้านบาท เพิ่มขึ้น 14% YoY ขณะที่วงการประเมินว่า สิ้นปีนี้ CPALL จะมีกำไรสุทธิสูงถึง 20,000 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้นถึง 20% YoY
  CPALL เพิ่งจะมีสาขา 7-Eleven ทั่วประเทศแตะ 10,000 สาขาไปเมื่อเดือน มิ.ย.ที่ผ่านมา โดยในจำนวนนี้เป็นสาขาในสถานีบริการน้ำมัน ปตท. ราว 14% และจำนวนสาขายังมากที่สุดเป็นอันดับ 2 ในโลก รองจากประเทศญี่ปุ่น บริษัทฯ มีแผนจะขยายสาขาใหม่ปีละ 700 สาขา ตั้งเป้ามีสขา 13,000 สาขาภายในปี 2564 
  ราคาหุ้น CPALL ขึ้นไปทำ all time high เมื่อเดือน พ.ค.ที่ผ่านมาที่ 65.75 บาท และเคลื่อนไหวไซด์เวย์อยู่บริเวณ 61-62 บาทในช่วงเดือน ส.ค. 60 และย้อนหลังไปราว 1 ปี พบว่า CPALL เคยร่วงลงไปถึง 39.00 บาท เมื่อต้นปี 59 หลังเจอวิกฤติธรรมภิบาล แต่ใช้เวลาราว 1 ปีก็ฟื้นกลับมาได้
 สัญญาณหุ้น CPALL ที่ร่วงลงในเช้าวันนี้ หลังมีข่าวว่า ปตท.มีแผนดัน แบรนด์ Jiffy เปิดสาขาแทนในอนาคต หลังจากหมดสัญญาในอีก 6 ปีข้างหน้า โดยตลาดกังวลว่าสาขาของ 7-Eleven ที่เปิดในสถานีบริการน้ำมันของ ปตท.จะถูกแทนที่ด้วย แบรนด์ Jiffy ในขณะที่นักวิเคราะห์มองว่าผลกระทบจะมีจำกัด พร้อมระบุหุ้นร่วงเป็นโอกาสซื้อ
  บล.ยูโอบี เคย์เฮียน ประเมินผลกระทบระยะยาวน่าจะจำกัดจากการที่ CPALL มีการเปิดสาขาปีละ 700 แห่ง อย่างไรก็ตาม การเสียสาขาในสถานีบริการน้ำมัน ซึ่งมีปริมาณผู้ซื้อสูงอาจทำให้การเติบโตชะลอลง เป็นปัจจัยลบระยะสั้นต่อจิตวิทยาหุ้น CPALL
  บล.เคจีไอ มองว่าประเด็นนี้มีผลกระทบ จำกัด ต่อ CPALL เนื่องจากสาขาในสถานี ปตท. มีสัดส่วนประมาณ 10% ของสาขารวมและจะสร้างกำไรประมาณ 4-5% ของกำไรรวมของ CPALL ที่คาดไว้คือ 2 หมื่นล้านบาท (+20% YoY) จึงคาดว่าโอกาสในการขยายสาขาร้านเซเว่น อีเลฟเว่น ในสถานี ปตท. ยังคงอยู่ อิงจาก (1) สาขา ร้านเซเว่น อีเลฟเว่น สามารถดึงคนให้เข้ามาในปั้ม (2) มีรายได้ค่าเช่ามีความมั่นคงกว่ารายได้จากการเปิดร้านสะดวกซื้อ และ (3) การจัดการโลจิสติกส์และร้านค้าของจิฟฟี่ น่าจะต้องใช้เวลาในการพัฒนา จึงยังคงคำแนะนำ ซื้อ เป้าหมายกลางปี61 ที่ 77 บาท
  บล.บัวหลวง มองว่าหากราคาหุ้น CPALL มีการย่อตัวลงมาจากข่าวนี้ เป็นโอกาสในการเข้าซื้อ เนื่องจากเห็นว่าประเด็นนี้เป็นแผนงานที่ PTT วางมานานแล้ว ตั้งแต่ PTT เข้าไปซื้อแบรนด์ Jiffy ในปี 2009 แต่ ณ เวลานั้น Jiffy ยังไม่มีความพร้อม อย่างไรก็ตามในสัญญาระบุว่าสาขา 7-11 ที่เปิดใหม่จะต้องมีการดำเนินงานไปถึงอายุ 10 ปี นั่นหมายความว่าหาก PTT ไม่ต่อสัญญาในปี 2023 สาขาสุดท้ายของ 7-11 ที่จะต้องปิดจะเกิดขึ้นในปี 2033 ในปัจจุบันสาขา 7-11 ในปตท. คิดเป็น 13.9% ของสาขาทั้งหมด และคาดในปี 2023 จะคิดเป็น 12.4% (แต่ในเทอมของรายได้อาจจะคิดเป็นถึง 20% เนื่องจากยอดขายในปั๊มจะสูงกว่าสาขาอื่น) 
  กรณีที่เลวร้ายที่สุดหาก PTT ไม่ต่อสัญญา คาดผลกระทบต่อ CPALL จำกัดจาก (1) จำนวนสาขาที่จะทยอยปิดแต่ละปีคิดเป็น 0.5-1.3% (2) คาด CPALL จะมีการเร่งเปิดสาขาในพื้นที่อื่นทดแทน และ (3) ปั๊มน้ำมันในอนาคตอาจจะไม่ใช่แค่แหล่งเดียวสำหรับการเติมพลังงาน หลังจากรถยนตร์ไฟฟ้าเข้ามามีบทบาทมากขึ้น 
  บล.โนมูระ พัฒนสิน มีมุมมอง negative sentiment ต่อข่าวดังกล่าว เนื่องจากจำนวนร้าน 7-11 ในสถานีบริการน้ำมัน ปตท. ปัจจุบันมีอยู่ที่ทั้งสิ้น 1,386 แห่ง คิดเป็นราว 14% ของจำนวนร้านสะดวกซื้อทั้งหมด ในขณะที่การขยายสาขา 7-11ในสถานีบนิการน้ำมัน ปตท. เฉลี่ยอยู่ที่ปีละ 100 แห่ง ดังนั้น หาก ณ ปี 2565 CPALL ไม่ได้รับต่อสัญญาการบริหารสาขาในปั๊ม อาจกระทบต่อสัดส่วนรายได้รวมราว 15% ของยอดขายร้านสะดวกซื้อรวม ( ประมาณ 9-10% ของยอดขาย CPALL) ดังนั้น ประเมินว่าแนวคิดการยกเลิกสัญญาร้าน 7-11 จะยังไม่มีผลกระทบต่อตัวเลขประมาณการกำไรของ CPALL ช่วง 3-5 ปีข้างหน้าของโนมูระฯ อย่างมีนัยสำคัญ
  พร้อมระบุว่า CPALL มีจุดเด่นการเป็นผู้นำในกลุ่มค้าปลีกที่มีสาขาที่แข็งแกร่งทั่วประเทศกว่า 10,000 แห่ง เป็นอันดับ 2 ของ 7-11โลก ประกอบกับประสิทธิภาพในการคุมต้นทุนการดำเนินงานที่ดีขึ้นจากรายจ่ายการตลาดและดอกเบี้ยจ่ายที่ลดลง ผลักดันกำไรจะโตดีกว่ารายได้และอัตราการเติบโตของกำไรกลุ่มพาณิชย์ จึงคงแนะนำ ซื้อ ราคาเป้าหมาย 77บาท
 ด้านผู้บริหารทั้งจากฝั่ง CPALL และ PTT ได้ออกมายืนยันถึงร่วมมือทางธุรกิจที่มีต่อกันมายาวนาน 
  นายสุวิทย์ กิ่งแก้ว รองกรรมการผู้จัดการอาวุโส CPALL ยืนยันว่า 7-11 จับมือ PTT เดินหน้าให้บริการประชาชนร่วมกัน เพราะ 7-11 ได้ร่วมมือทางธุรกิจกับ ปตท.มาอย่างเหนียวแน่นยาวนานตั้งแต่ปี 2545 รวมแล้วกว่า 15 ปี และในโอกาสที่ทั้งสององค์กรอยู่ระหว่าง การขยายกิจการอย่างต่อเนื่อง ก็จะยังคงรักษาความเป็นพันธมิตรที่ดีเพื่อเดินหน้าให้บริการแก่ประชาชนทั่วประเทศไปพร้อมๆ กัน 
  เช่นเดียวกับ "สุชาติ ระมาศ" ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่การตลาดขายปลีก PTT ระบุว่า ปตท. ยืนยันเดินหน้าธุรกิจค้าปลีกในประเทศด้วยการจับมือกับร้านเซเว่น อีเลฟเว่น เปิดให้บริการในสถานีบริการ ปตท. ปัจจุบันมีร้านเซเว่น อีเลฟเว่น เปิดให้บริการในสถานีบริการ ปตท. แล้วกว่า 1,400 แห่งทั่วประเทศ และยังคงมีแผนงานที่จะร่วมกันขยายให้มีจำนวนรวมกว่า 1,700 แห่ง ในอีก 4-5 ปีนี้

 ราคา CPALL ที่ย่อลง ทำให้อัพไซด์เพิ่มขึ้น จากราคาเป้าหมายโบรกฯ ในช่วง 66-77 บาท อาจเป็นโอกาสสำหรับผู้ที่มองหาจังหวะเก็บหุ้น  โดยพบว่าต้นทุนที่นักลงทุนส่วนใหญ่ซื้อขายหุ้น CPALL ในช่วง 120 วันที่ผ่านมาอยู่ที่ประมาณ 61-62 บาท

RECOMMENDED NEWS

ข่าวยอดนิยม

Refresh


LATEST NEWS

ข่าวล่าสุด

Refresh

ดูข่าวทั้งหมด