หุ้นฮ็อต

| 23 สิงหาคม 2560 | 09:19

จับตา CK หลังโบรกฯ ตบเท้าเชียร์ซื้อ ดักสตอรี่การประมูล

  จับตาหุ้น CK หลังนักวิเคราะห์ตบเท้าเชียร์ซื้อ แม้งบไตรมาส 2/60 ลดลงจากปีก่อน แต่ดีขึ้นมากจากไตรมาสก่อนหน้า แถมราคากระดานยังมีอัพไซด์จากราคาเหมาะสม 

  บริษัท ช. การช่าง จำกัด (มหาชน) หรือ CK นับเป็นหุ้นด่าวเด่นในกลุ่มรับเหมาก่อสร้าง แต่นับจากราคาหุ้นขึ้นไปทำ All time high ที่ 34.50 เมื่อเดือน ส.ค. ปีก่อน ก็อยู่ในเทรนด์อ่อนตัวอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะหลังจากประกาศผลการดำเนินงานไตรมาส 2/60 ที่กำไรลดลงราว 35% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยล่าสุดราคาปิดที่ 27.75 บาท
  แม้กำไรของ CK จะลดลงจากช่วงเดียวกันปีก่อน แต่ถือว่าดีขึ้นจากไตรมาสก่อนหน้า ซึ่งในมุมมองของโบรกเกอร์ถือว่าน่าประทับใจ
  CK แจ้งผลประกอบการไตรมาส 2/60 สิ้นสุด 30 มิ.ย.60 มีกำไรสุทธิ 668.46 ล้านบาท เทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนที่มีกำไรสุทธิ 1.03 พันล้านบาท ลดลง 34.9% ขณะที่งวด 6 เดือนปี 60 มีกำไรสุทธิ 970.32 ล้านบาท ลดลงเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันปีก่อนที่มีกำไรสุทธิ 1,332.15 ล้านบาท เนื่องจากรายได้จากการรับเหมาก่อสร้างและการขายวัสดุลดลง
  บล.ดีบีเอสวิคเคอร์ส ระบุว่า CK ประกาศกำไร 2Q60 น่าประทับใจเป็น 668 ล้านบาท (+121% q-o-q, -35% y-o-y) เติบโตดีเทียบ qo-q เนื่องจากรายได้จากการก่อสร้างโตถึง 51% รวมทั้งอัตรากำไรขั้นต้นอยู่ในระดับสูงเป็น 8.1% แต่สาเหตุที่ปรับลง y-o-y เพราะเป็นฐานที่สูงผิดปกติ ซึ่งมีการบันทึกรายได้มากเป็นพิเศษจากโครงการไซยะบุรี(แต่มีอัตรากำไรขั้นต้นต่ำ) ยังผลให้รายได้ 2Q60 ลดลงเทียบ y-o-y ด้านส่วนแบ่งกำไรจากบริษัทร่วมก็เติบโตดี 187% y-o-y โดยมีกำไรจากการลงทุนใน BEM เป็น 133 ล้านบาท
  นอกจากนี้ จากการสำรวจความเห็นนักวิเคราะห์หลังจากผู้บริหาร CK ให้ข้อมูล พบว่าส่วนใหญ่มีมุมมองเป็นบวกต่อบริษัท เนื่องจากเห็นว่ายังมีโอกาสอีกมากในการประมูลงานในอนาคต โดยแนะนำว่าถึงเวลาในการเข้าซื้อเพื่อเก็งกำไร ในขณะที่ราคาหุ้นยังมีอัพไซด์เหลือค่อนข้างมากจากราคาพื้นฐาน ที่อยู่ในช่วง 33-39 บาท
  บล.ธนชาต สรุป ประเด็นสำคัญจากการประชุมนักวิเคราะห์ ดังนี้
1.CK ยังคงเป้ายอดขายที่ 3.5 หมื่นลบ.ในปี 2017
2.บริษัทฯ ยังไม่เห็นการแข่งขันในการประมูลที่รุนแรง
3.บริษัทฯ คาดว่าจะมีการเปิดประมูล 1.93 แสนลบ. ใน 2H17
4.เรายังคงคำแนะนำ “ซื้อ” CK
  บล.ดีบีเอสวิคเคอร์ส ระบุ เราคาดว่าบริษัทยังมีโอกาสอีกมากสำหรับการประมูลโครงการสาธารณูปโภคที่จะเปิดประมูลในช่วงครึ่งหลังปีนี้ มูลค่าที่เห็นเป็น 154 พันล้านบาท คือ 1) รถไฟทางคู่ เฟส 1 มูลค่า 73 พันล้านบาท 2) รถไฟฟ้าสายสีม่วง MRT ส่วนใต้ มูลค่า 101 พันล้านบาท 3) โครงการมอร์เตอร์เวย์ 22.5 พันล้านบาท และ 4) ทางด่วน พระราม 3-ดาวคะนอง 31.2 พันล้านบาท
  แม้ได้มีการแข่งขันเสนอราคาต่ำกว่าราคากลางเพื่อให้ได้งานในช่วงที่ผ่านมา เช่น ITD ชนะการประมูลรถไฟทางคู่ หัวหิน-ประจวบฯ เสนอราคาต่ำกว่าราคากลางถึง 20% ส่วนกรณีรถไฟทางคู่ นครปฐม-หัวหินที่STEC และบริษัท A.S. Associate Engineering (1964) ได้ไปนั้น ต่ำกว่าราคากลาง 5% แต่ทางบริษัทก็เห็นว่ายังอยู่ในระดับที่บริหารและจัดการได้ โดย CK ใช้หลักการที่ว่าจะประมูลงานเฉพาะที่ให้อัตรากำไรขั้นต้นในช่วง 8-10% เท่านั้น ทั้งนี้ตั้งแต่ต้นปีถึง ส.ค.60 ได้มีการลงนามในสัญญาใหม่เป็น 48 พันล้านบาทแล้ว มีงานก่อสร้างในมือ 86 พันล้านบาท ซึ่งเทียบเท่ากับรายได้ใน 2 ปีข้างหน้า จึงมีความมั่นคงด้านรายได้ในอนาคตที่สูง
  คงคำแนะนำ ซื้อ ขยับราคาพื้นฐานใหม่สูงขึ้นเป็น 37.00 บาท ด้วยการเลื่อนปีที่ใช้ประเมินไปยังปี 2561จากเดิมปี 2560 และประเมินด้วยวิธี SOP (Sum Of Parts)
  บล.บัวหลวง เชื่อว่าปัจจุบันเป็นช่วงเวลาที่เหมาะสมที่จะเข้าซื้อหุ้น CK ก่อนที่การประมูลโครงการขนาดใหญ่หลายโครงการจะเกิดขึ้นในช่วง 3 สัปดาห์ข้างหน้า อีกทั้งเรามองว่าราคาซื้อขายปัจจุบันน่าสนใจ โดย PBV ปัจจุบันสูงกว่าค่าเฉลี่ยระยะยาวของบริษัทเพียง 0.3 ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน ซึ่งต่ำกว่าจุดสูงสุดรอบที่แล้วในเดือนก.ค. 59 ที่ +1.5 ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐานอยู่มาก แม้ภาพการประมูลและมูลค่างานในมือที่รอรับรู้รายได้ ณ ปัจจุบันมากกว่าครั้งนั้นอย่างมีนัยยะ เมื่อรวมกับอัพไซด์ต่อราคาเป้าหมายปี 2560 ของเราที่ 33.5 บาทอยู่ 22% ดังนั้น เรายังคงคำแนะนำ "ซื้อ" CK
  อย่างไรก็ตาม ผลการดำเนินงานไตรมาส 3/60 มีแนวโน้มชะลอตัวลงจากไตรมาส 2 แต่หากเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ถือว่ายังมีการเติบโต โดยนักวิเคราะห์มองกำไร CK จะเติบโตโดดเด่นตั้งแต่ปี 61 เป็นต้นไป
  บล.เมย์แบงก์ กิมเอ็ง ระบุผลประกอบการไตรมาส 3Q60 มีแนวโน้มจะชะลอตัวลงเหลือประมาณ 400-600 ล้านบาท หลังจากที่ 2Q60 มีกำไรที่เด่นขึ้น 668 ล้านบาท (+121%QoQ, -35%YoY) และ มากกว่าคาด โดยในไตรมาส 2Q60 มีงาน M&E โครงการรถไฟฟ้าสายสีน้ำเงินส่วนต่อขยายเข้ามาเสริม 3,500 ล้านบาท ทำให้ยอดรับรู้รายได้ใน2Q60สูง 1.2 หมื่นล้านบาท แต่ยอดรับรู้รายได้ใน3Q60จะกลับสู่ระดับปกติประมาณ 8-9 พันล้านบาท อย่างไรก็ตามกำไรไตรมาส3Q60จะโตจากช่วงเดียวกันของปีก่อนที่มีกำไร 328 ล้านบาท 
  บล.เคทีบี มอง CK จะเติบโตโดดเด่นตั้งแต่ปี 2018 เป็นต้นไป โดยคาดการณ์กำไรสุทธิปี 2018 ไว้ที่ 2,343 ล้านบาท เติบโตจากคาดการณ์ปี 2017 ที่ +31.4% YoY เป็นผลมาจากการสะสม backlog จำนวนมากที่จะเกิดขึ้นในปีนี้ โดยในช่วงที่เหลือของปีจะมีโครงการที่จะออกประมูลอีกกว่า 2 แสนล้านบาท ประกอบไปด้วย โครงการรถไฟฟ้าสายสีม่วง (ครม.อนุมัติแล้ว) มูลค่า 1 แสนล้านบาท, โครงการรถไฟทางคู่ 3 โครงการ (ครม. อนุมัติแล้ว) รวมมูลค่าประมาณ 7 หมื่นล้านบาท และ โครงการมอเตอร์เวย์มูลค่าประมาณ 3 หมื่นล้านบาท
  คาดการณ์ว่า CK มีโอกาสได้รับโครงการประมาณ 20% หรือที่ 4 หมื่นล้านบาท ซึ่งจะส่งผลให้ backlog ของ CK เติบโตทำจุดสูงสุดอยู่ที่ประมาณ 125,000 ล้านบาท นอกจากนี้ในปี 2018 รัฐบาลมีแผนออกประมูลโครงการจำนวนมาก เช่น รถไฟฟ้าสายสีส้มต่อขยาย, รถไฟฟ้าสายสีน้ำเงินต่อขยาย, และ รถไฟทางคู่กว่าอีก 7 เส้นทาง รวมมูลค่าถึงกว่า 5 แสนล้านบาท
  เรามอง CK ยังมีความน่าสนใจทางด้านโครงสร้างทางธุรกิจที่ดี มีการลุงทุนในกลุ่มบริษัทที่มีลักษณะทางธุรกิจที่เกื้อกูลกัน อีกทั้งมูลค่าของบริษัทในเครือที่สูงถึงประมาณ 28.8 บาทต่อหุ้น เราจึงคงคำแนะนำ “ซื้อ” ด้วยราคาเหมาะสม 36.00 บาท คิดเป็นมูลค่าเฉพาะธุรกิจรับเหมาก่อสร้างที่ประมาณ 7.20 บาท อิง PER กลุ่มอุตสาหกรรมที่ประมาณ 25.50 เท่า

คำแนะนำสำหรับหุ้น CK 
บล.       แนะนำ   ราคาเป้าหมาย (บ.)
ทรีนีตี้       ซื้อ     32
ธนชาต        ซื้อ     39 
เมย์แบงก์ กิมเอ็ง   ซื้อ     34 
ดีบีเอส วิคเคอร์ส   ซื้อ     37 
ทิสโก้       ซื้อ      37
เคทีบี        ซื้อ     36
บัวหลวง       ซื้อ     33.5

 แม้ว่า CK จะเป็นหุ้นที่โดดเด่นในกลุ่มรับเหมาฯ แต่ราคาที่ไม่หวือหวาและพร้อมปรับลงหากมีปัจจัยลบโดยเฉพาะหากงานประมูลเกิดล่าช้าออกไป ก็เป็นสิ่งที่ทำให้เสน่ห์ของหุ้นตัวนี้ลดลง คงต้องจับตาว่าเมื่อนักวิเคราะห์แทบทุกค่าย ออกมาตบเท้าเชียร์ "ซื้อ" จะทำให้ราคาหุ้นกระเตื้องขึ้นมาได้มากน้อยแค่ไหน

RECOMMENDED NEWS

ข่าวยอดนิยม

Refresh


LATEST NEWS

ข่าวล่าสุด

Refresh

ดูข่าวทั้งหมด