หุ้นฮ็อต

| 18 สิงหาคม 2560 | 13:54

BWG โบรกฯ อัพเป้า รับคว้างานบำบัดน้ำเสีย

        BWG เทรดคึกคักเช้านี้ หลังคว้างานบำบัดนำเสีย กูรูคาดฟันกำไร 4-5 ลบ./เดือน เริ่ม 1 ก.ย.นี้ มองผลงานผ่านจุดต่ำสุดแล้ว และจะเด่นใน Q3/60 หลังบุ๊ครายได้ขายไฟเต็มไตรมาส-โรงบำบัดน้ำเสียกลับมาเดินเครื่องปกติ วงการจ่ออัพเป้าจากเฉลี่ย 2.30 บ. แต่ต้องจับตาความเสี่ยงแผนสร้างโรงไฟฟ้าที่อาจล่าช้า

  ราคาหุ้น บมจ.เบตเตอร์ เวิลด์ กรีน (BWG) เปิดตลาดแดนบวกเช้านี้ ตอบรับข่าวดีหลังคว้างานบำบัดน้ำเสีย โดยราคาเปิดที่ 1.81 บาท และขึ้นไปสูงสุดที่ 1.83 บาท ก่อนจะปิดการซื้อขายภาคเช้าที่ 1.81 บาท เพิ่มขึ้น 0.01 บาท หรือ 0.56% ปริมาณหุ้นที่ซื้อขายเพิ่มขึ้น 170% จากค่าเฉลี่ย 5 วันทำการก่อนหน้า
  "เบตเตอร์ เวิลด์ กรีน" เป็นบริษัทรายเดียวในไทย ที่ดำเนินธุรกิจกำจัดกากขยะอุตสาหกรรมแบบครบวงจร ทำธุรกิจบำบัดน้ำเสีย นอกจากนี้ ยังต่อยอดจากขยะโดยนำมาทำเป็นเชื้อเพลิงในการผลิตไฟฟ้าจากขยะ
 บริษัทฯ เพิ่งจะแตกพาร์เมื่อ 2 ปีก่อน จากหุ้นละ 1 บาท เป็นหุ้นละ 0.25 บาท ส่งผลให้จำนวนหุ้นเพิ่มอีก 4 เท่าจาก 799 ล้านหุ้น เป็น 3,198 ล้านหุ้น หลังแตกพาร์ราคาเคยขึ้นไปทำจุดสูงสุดเมื่อปี 2559 ที่ 2.82 บาท 
  BWG ได้รับความสนใจจากนักลงทุนมากขึ้น หลังจากหันมาทำธุรกิจโรงไฟฟ้า ส่งผลให้จำนวนผู้ถือหุ้นรายย่อยเพิ่มขึ้นต่อเนื่องจากประมาณ 5,000-6,000 รายเมื่อ 2 ปีก่อน เพิ่มเป็น 16,000 รายในปัจจุบัน (ปิดสมุดทะเบียน 12/05/17)
  ส่องผลงาน บริษัทฯ มีกำไรสุทธิเพิ่มขึ้นทุกปีจากระดับ 200 ล้านบาทในปี 2557 ขึ้นมาเป็น 308 ล้านบาทในปี 2558 และ 351 บาทในปี 2559 และล่าสุดครึ่งแรกปีนี้ ทำกำไรสุทธิ 116.37 ล้านบาท
  เช้านี้ราคาหุ้น BWG มีวอลุ่มเพิ่มเข้ามาหนาแน่น หลังเปิดสตอรี่ใหม่ คว้างานบำบัดน้ำเสียจากกรมควบคุมมลพิษ ในโครงการฟื้นฟูลำห้วยคลิตี้ จากการปนเปื้อนสารตะกั่ว จ.กาญจนบุรี มูลค่างาน 454.76 ล้านบาท ซึ่งนักวิเคราะห์มองว่างานนี้มีมาร์จิ้นสูง และน่าจะทำให้ Consensus ปรับราคาเป้าหมายขึ้นจากปัจจุบันเฉลี่ยที่ 2.30 บาท พร้อมคาดว่า Q3/60 จะดีสุด โดยกลับมาโตทั้งเทียบ QoQ และ YoY ผลจากรับรู้โรงไฟฟ้าขยะเต็มไตรมาส ขณะที่ธุรกิจหลักกำจัดกากขยะอุตสาหกรรมยังเติบโต
  บล.เคจีไอ กล่าวว่า งานงานบำบัดน้ำเสียที่ได้มาล่าสุด ถือเป็นงานที่มีอัตรากำไรสุทธิสูง เพราะเป็นงานบริการ คาดอยู่ที่ประมาณ 15-20% จึงเชื่อว่า Consensus มีโอกาสปรับเป้าหมายขึ้นจากเป้า Consensus ปัจจุบันที่ 2.30 บาท 
  ด้านผลการดำเนินงาน Q3/60 มีแนวโน้มฟื้นตัว QoQ จากธุรกิจโรงบำบัดน้ำเสียที่จะกลับมาทำงานได้เต็มไตรมาส หลังจากปิดซ่อมบำรุงในช่วง Q1/60 เพิ่งจะกลับมาทำงานปกติเมื่อเดือน พ.ค.ที่ผ่านมา ประกอบกับโรงไฟฟ้าขยะ 8MW เริ่มรับรู้รายได้ขายไฟปลาย Q2/60
  บล.โนมูระ พัฒนสิน นำร่องปรับมูลค่าพื้นฐาน BWG สำหรับปี60 ขึ้นเป็น 2.46 บาท จากเดิม 2.40 บาท หลังได้งานฟื้นฟูลำห้วยคลิตี้ดังกล่าว ซึ่งจะรับรู้รายได้รับรู้รายได้ 16 เดือน เริ่ม 1 ก.ย.60 
  พร้อมมองผลประกอบการของ BWG ผ่านพ้นจุดต่ำสุดไปแล้วใน Q1/60 (42 ล้านบาท) และฟื้นตัวใน Q2/60 (74.4 ล้านบาท) คาดว่าจากธุรกิจรับกำจัดขยะอุตสาหกรรมใน Q3/60 จะกลับสู่ภาวะปกติระดับ 80-85 ล้านบาทต่อไตรมาส ประกอบกับ มีอัพไซด์ส่วนเพิ่มจาก บันทึกรายได้โรงไฟฟ้าขยะ 8 MW คาดกำไรสุทธิราว 7 ล้านบาท/เดือน โดยใน ก.ค.60 เดินเครื่องได้ในระดับที่ดี จ่ายไฟได้ในระดับ 90% และเริ่มรับรู้รายได้จากลำห้วยคลิตี้ราว 30 วันทำการ (เริ่ม 1 ก.ย.60) คาดสร้างกำไรราว 4-5 ล้านบาท/เดือน
  บล.เมย์แบงก์ กิมเอ็ง กล่าวว่า ในงวด Q2/60 บริษัทฯ มีกำไรสุทธิ 74 ล้านบาท ฟื้นตัวตามที่คาดไว้ 77% QoQ จากการที่หน่วยงานบำบัดน้ำเสียที่หลุมฝังกลบ จังหวัดสระบุรี กลับมาทำงานได้ระหว่างไตรมาสมาก หลังจากปิดซ่อมบำรุงระหว่าง Q1/60 ซึ่งทำให้เกิดค่าใช้จ่ายพิเศษ 15 ล้านบาท แต่การที่กำไรลดลง 7% YoY เนื่องจาก (1) ราคาค่าบริการในปี 2560 ต่ำกว่าปีก่อนประมาณ 5% YoY (2) โรงบำบัดน้ำเสียกลับมาทำงานไม่เต็มไตรมาส 2 และ (3) โรงไฟฟ้าขยะ 8MW เพิ่งรับมอบ และรับรู้รายได้ในปลายไตรมาส 2 
  แนวโน้มผลการดำเนินงานไตรมาส 3/60 โรงไฟฟ้าขยะจะทำงานเต็มไตรมาส เช่นเดียวกับ โรงบำบัดของเหลว ดังนั้น คาดผลกำไรจะขยายตัวได้ทั้ง QoQ และ YoY ขณะเดียวกันสำหรับการเติบโตระยะยาว ผู้บริหารได้เผยไว้ว่า โรงไฟฟ้าขยะอีก 2 แห่ง (3+5.5MW) จะเริ่มพัฒนาในเดือน ส.ค. นี้อีกด้วย จึงคงคำแนะนำ "ซื้อเก็งกำไร" ราคาเหมาะสมตามเดิม 2.30 บาท/ หุ้น อิง DCF 
  ในทางเทคนิค บล.เคจีไอ แนะนำพิจารณาแนวต้าน 1.82 บาท หากผ่านได้จะเป็นการ Break เทรนด์ขาลง ขึ้นทดสอบแนวต้านถัดไปที่ 1.96 บาท แนะนำ "เก็งกำไร" แนวรับ 1.78 บาท Stop loss 1.72 บาท

 ราคา BWG ในปัจจุบันนับว่ายังมีอัพไซด์จากเป้าหมายของโบรกฯ และเป็นระดับที่ใกล้เคียงกับต้นทุนที่นักลงทุนส่วนใหญ่ซื้อขายกันในช่วง 90 วันที่ผ่านมาที่ระดับ 1.80-1.83 บาท แต่สิ่งที่ต้องติดตาม คือ ความเสี่ยงจากความล่าช้าของการพัฒนาโรงไฟฟ้าขยะอีก 2 แห่ง เพราะหากล่าช้าย่อมมีผลกกระทบต่อคาดการณ์ผลกำไรที่จะได้ในอนาคต

 

RECOMMENDED NEWS

ข่าวยอดนิยม

Refresh


LATEST NEWS

ข่าวล่าสุด

Refresh

ดูข่าวทั้งหมด