หุ้นฮ็อต

| 16 สิงหาคม 2560 | 09:17

BEM เทรดคึกรับกระแสเชื่อมต่อรถไฟฟ้าสีม่วง-น้ำเงิน

 BEM วิ่งแตะ 7.60 บาท ทำไฮรอบ 1 เดือน รับกระแสผู้โดยสารแห่ใช้บริการรถไฟฟ้าใต้ดิน หลังเชื่อมต่อสถานีสายสีม่วง-น้ำเงิน โบรกฯ คาดหนุนจำนวนผู้โดยสารเข้าใช้สายสีน้ำเงินมากขึ้น 40%

  หุ้น บริษัท ทางด่วนและรถไฟฟ้ากรุงเทพ จำกัด (มหาชน) หรือ BEM กลับมาซื้อขายคึกคักอีกครั้ง ล่าสุด วิ่งขึ้นไปปิดที่ 7.60 บาท สูงสุดในรอบ 1 เดือน พร้อมปริมาณการซื้อขาย 117 ล้านหุ้น เพิ่มขึ้น 457% จากค่าเฉลี่ย 5 วันก่อนหน้า ตามฟังก์ชัน F6 ของโปรแกรม eFin Stock Pickup
BEM ประกอบธุรกิจหลัก 3 ส่วน ได้แก่ ธุรกิจทางพิเศษ ธุรกิจระบบราง (รถไฟฟ้า) และธุรกิจพัฒนาเชิงพาณิชย์ที่เกี่ยวเนื่องกับระบบราง
  ราคาหุ้น BEM ที่กลับมาเทรดกันอย่างคึกคัก เป็นผลจากกระแสของการเชื่อมต่อรถไฟฟ้าใต้ดินสายสีม่วงเข้ากับสีน้ำเงิน มากเสียกว่าผลจากกำไรไตรมาส 2/60 ที่โตขึ้นถึง 43% เสียอีก เนื่องจากก่อนหน้านี้ BEM รายงานกำไรไตรมาส 2/60 ออกมาช่วงเย็นของวันที่ 10 ส.ค. 60 มีกำไร 722.6 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 43.2% จากปีก่อนที่ทำได้ 504.3 ล้านบาท แต่หลังจากเปิดตลาดซื้อขายวันรุ่งขึ้น ราคาหุ้นกลับไม่ได้ตอบรับกับกำไรที่เพิ่มขึ้นแต่อย่างใด โดยราคาหุ้นปิดที่ 7.35 บาท ลดลงจากวันก่อนหน้า 0.05 บาท
  อย่างไรก็ดี ในวันที่ 11 ส.ค. ที่ผ่านมานี้ เป็นวันแรกที่ BEM เริ่มเปิดให้ใช้บริการสถานีเชื่อมช่วงเตาปูน – บางซื่อส่งผลให้ผู้โดยสารจากรถไฟฟ้าสายสีม่วงสามารถเชื่อมต่อกับสายสีน้ำเงินได้สะดวกยิ่งขึ้น และจากกระแสที่ออกมาดูเหมือนว่าจำนวนผู้โดยสารที่เข้ามาใช้บริการมีแนวโน้มจะเพิ่มสูงขึ้น ซึ่งจะช่วยหนุนให้จำนวนผู้ใช้บริการสายสีน้ำเงินซึ่งอยู่ในระบบสัมปทานเพิ่มสูงขึ้น
  บล.เมย์แบงก์ กิมเอ็ง (ประเทศไทย) ระบุว่า การเปิดให้บริการ 1 สถานีเชื่อมต่อรถไฟฟ้าสายสีม่วงและสายสีน้ำเงินที่สถานีบางซื่อ-เตาปูน คาดว่าผู้โดยสารจากสายสีม่วงจะหันมาใช้บริการ (Pass-through) เชื่อมต่อมายังสายสีน้ำเงินเพิ่มขึ้น 40% จากปัจจุบัน ขณะเดียวกัน รฟม.ยังตรึงราคาตั๋วที่ 57 บาท จาก 70 บาท ส่งผลให้เราคาดจำนวนผู้ใช้บริการรถไฟฟ้าน้ำเงิน (Net Cost) จะสูงขึ้นทำสถิติสูงสุดใหม่เป็นประวัติการณ์ที่ 350,000 เที่ยว/วัน จากปัจจุบันที่ 330,000 เที่ยว/วัน ประกอบกับปัจจุบัน  BEM อยู่ระหว่างการเตรียมแผนสร้าง Ramp เชื่อมต่อทางด่วน SOE เข้ามายัง Sector C ไปยังแจ้งวัฒนะ นอกจากนี้ การทางพิเศษเตรียมพิจารณาปรับขึ้นค่าทางด่วน 5-10 บาท ตามสัญญา ในปี 61 คาดส่งผลบวกต่อธุรกิจทางด่วนทั้งในแง่ของราคาและประมาณรถยนต์
  สำหรับกำไรสุทธิไตรมาส 2/60 สูงกว่าที่เราคาด 20.5% เป็นผลมาจากรายได้ของธุรกิจทางด่วนที่สูงกว่าคาด และผลของการยืดอายุสัมปทานเดินรถไฟฟ้าสายสีน้ำเงินส่วนต่อขยายเพิ่มอีก 30 ปี ไปจนถึงปี 93 ส่งผลให้ในทางบัญชีในค่าตัดจำหน่ายสินทรัพย์และค่าใช้จ่าย รฟม. จะลดลงประมาณ 60-80 ล้านบาท โดยธุรกิจทางด่วนมีรายได้ 2,434 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 11% จากจำนวนผู้ใช้ทางด่วนเฉลี่ยที่ 1.19 ล้านคัน สำหรับธุรกิจรถไฟฟ้ามีรายได้ 1,103ล้านบาท เพิ่มขึ้น 89% จากจำนวนผู้โดยสารเฉลี่ย 3.26 แสนเที่ยว/วัน
  แต่ทางด้าน บล.ธนชาต มีมุมมองที่ต่างออกไป โดยระบุว่า แม้ว่าเราจะชอบธุรกิจทางด่วนที่ยั่งยืนของ BEM ด้วยสร้างกระแสเงินสดจำนวนมาก และธุรกิจเดินรถไฟฟ้า ซึ่งมีโอกาสในการเติบโตอีกมาก แต่เรากังวลต่อความไม่ความชัดเจนในแผนของธุรกิจทางด่วนหลังจากสัมปทานทางด่วนสิ้นสุดลง ในปี 63 เนื่องจากธุรกิจทางด่วนมีสัดส่วนเป็น 79% ของกำไรขั้นต้นในครึ่งปีแรกนี้ ดังนั้นเราจึงคงคำแนะนำ “ขาย” ให้ราคาเป้าหมาย 4.5 บาท
  ดูเหมือนว่าในระยะสั้นนี้ตลาดจะเริ่มกลับมาให้ความสนใจใน BEM มากขึ้นอีกครั้ง หลังจากที่กำไรไตรมาสแรกทำได้แค่ทรงตัว และเริ่มกลับมาเติบโตได้ในไตรมาส 2/60 ที่ผ่านมา ส่วนแนวโน้มในไตรมาส 3/60 นั้น นักวิเคราะห์ก็ยังเชื่อว่าน่าจะเติบโตต่อได้จากไตรมาสที่ผ่านมา
  บล.บัวหลวง คาดว่า กำไรหลักไตรมาส 3/60 ของ BEM จะขยายตัวทั้งจากปีก่อน และจากไตรมาส 2 ที่ผ่านมา ได้แรงหนุนจากปริมาณการจราจรที่เพิ่มขึ้นจากทั้งทางด่วนและรถไฟฟ้า โดยมีส่วนสำคัญจากรถไฟฟ้าสายสีม่วงและทางด่วนเส้นใหม่ ซึ่งเปิดให้บริการในเดือน ส.ค. 59 และการใช้บริการทางด่วน และรถไฟฟ้าในช่วงไฮซีซั่น อย่างไรก็ตาม เราปรับลดประมาณการกำไรสุทธิปี 60 ลง 14% มาอยู่ที่ 3,036 ล้านบาท เพื่อสะท้อนสมมติฐานต้นทุนการดำเนินงานที่เพิ่มขึ้น 7% ดังนั้นเราจึงปรับลดราคาเป้าหมาย ณ สิ้นปี 60 มาอยู่ที่ 8.2 บาท จาก 8.5 บาท
  ด้าน บล.เอเอสแอล ระบุว่า การเชื่อมต่อสถานีเตาปูน – บางซื่อ เป็นหนึ่งในโครงการสายสีน้ำเงินส่วนต่อขยาย ซึ่งทำให้ BEM กลับมามีความน่าสนใจในการลงทุนอีกครั้ง โดยโครงการสายสีน้ำเงินส่วนต่อขยาย บริษัทวางแผนทยอยเปิดดำเนินงาน 3 ระยะ ในระยะที่ 2 (หัวลำโพง-หลักสอง) จะเปิดเดือน ก.ย. 62 และระยะที่ 3 (บางซื่อ – ท่าพระ) จะเปิดเดือน มี.ค. 63 หากเทียบเคียงกับเส้นทางรถไฟฟ้าส่วนต่อขยายเส้นอื่นก่อนหน้านี้พบว่ามีการเติบโตในระดับ 16-17% แม้จะเป็นเรื่องยากต่อการประเมินจำนวนผู้โดยสาร แต่เราเชื่อว่ามีโอกาสที่ส่วนต่อขยายสายสีน้ำเงินจะเติบโตมากกว่า เนื่องจากเส้นทางยังคงอยู่ในเขตเมือง และพื้นที่มีความหนาแน่นของประชากร

 ก่อนหน้านี้หุ้น BEM เคยวิ่งขึ้นไปทำจุดสูงสุดไว้ที่ 8.90 บาท ตั้งแต่เดือน ส.ค. ปี 59 ก่อนจะร่วงลงมาซื้อขายในกรอบ 7-8 บาท จนถึงปัจจุบัน การวิ่งขึ้นรอบนี้คงต้องติดตามกันว่าจะเป็นเพียงเพราะกระแสของสายสีม่วงเข้ามาดันราคาช่วงสั้น หรือจะเป็นขาขึ้นรอบใหม่หลังจากที่เริ่มเห็นกำไรกลับมาเติบโตอีกครั้ง

RECOMMENDED NEWS

ข่าวยอดนิยม

Refresh


LATEST NEWS

ข่าวล่าสุด

Refresh

ดูข่าวทั้งหมด