หุ้นฮ็อต

| 15 สิงหาคม 2560 | 13:50

BANPU กำไรมาราคาอืด ข้อพิพาทคดีหงสายังหน่วง

 BANPU เทรดคึกคัก หลังโชว์กำไร Q2/60 พุ่ง 700% ตามราคาถ่านหิน-กำไรโรงไฟฟ้า แต่ราคายังหน่วงอยู่แถว 17 บาทเศษ จากที่เคยทำยอดดอยไว้ 21.40 บาท เมื่อเดือน เม.ย.60 อนาคตราคายังติดหล่มกับคดี "โรงไฟฟ้าหงสา" กูรู ประเมินหากแพ้คดีจะฉุดมูลค่าพื้นฐานราว 6 บาท

  บมจ.บ้านปู (BANPU) เคลื่อนไหวในแดนบวกตั้งแต่เปิดการซื้อขาย พร้อมกับมูลค่าการซื้อขายหนาแน่น โดยราคาหุ้นเปิดที่ 17.30 บาท และทำจุดสูงสุดที่ 17.40 บาท ต่ำสุด 17.10 บาท ก่อนจะปิดการซื้อขายภาคเช้า17.30 บาท เพิ่มขึ้น 0.20 บาท หรือ 1.17% มูลค่าการซื้อขาย 794 ล้านบาท สูงสุดเป็นอันดับ 2 
  BANPU ทำธุรกิจหลัก คือ ธุรกิจถ่านหิน ธุรกิจไฟฟ้า และธุรกิจพลังงานทดแทน โดยมีการลงทุนในประเทศไทย ,อินโดนีเซีย ,จีน ,ออสเตรเลีย ,ลาว ,มองโกเลยี, สิงคโปร์, ญี่ปุ่น และสหรัฐอเมริกา
  ในรอบ 10 ปีที่ผ่านมา BANPU เคยทำกำไรสุทธิได้ถึง 2.4 หมื่นล้านบาทเมื่อปี 2553 จากนั้นกำไรสุทธิเป็นขาลงต่อเนื่อง ก่อนจะพลิกขาดทุนในปี 2558 ประมาณ 1.53 พันล้านบาท สืบเนื่องจากราคาตลาดของถ่านหินที่ลดลงอย่างต่อเนื่องตั้งแต่กลางปี 2555 เป็นต้นมา และ BANPU เริ่มพลิกฟื้นในปี 2559 ด้วยกำไรสุทธิ 1.67 พันล้านบาท 
  ด้านราคาหุ้น BANPU ในปีนี้ เคยทำจุดสูงสุดไว้ที่ 21.40 บาท เมื่อเดือน เม.ย.60 ซึ่งเป็นช่วงก่อนแจ้งงบ Q1/60 ที่มีกำไรสุทธิเพิ่มขึ้นถึง 880% YoY ก่อนที่ราคาจะหลุด 20 บาท และปรับลงมาต่อเนื่องจนแตะระดับต่ำสุดของปีที่ 15.30 บาท เมื่อต้นเดือน ก.ค. ตามความกังวลราคาถ่านหิน 
  หากนับตั้งแต่ต้นปีจนถึงปัจจุบัน ราคาหุ้น BANPU ปรับลดลงมาราว 10.42% และในช่วง 90 วันที่ผ่านมา พบว่าต้นทุนที่นักลงทุนส่วนใหญ่ซื้อขายหุ้น BANPU อยู่ที่ 17.40 บาท ใกล้เคียงกับราคาซื้อขายวันนี้ที่เคลื่อนไหวในกรอบ 17.10-17.40 บาท 
  สัญญาณหุ้น BANPU ที่ฟื้นตัวในเช้าวันนี้ เป็นการตอบรับผลประกอบการ Q2/60 ที่กำไรสุทธิเติบโตถึง 700% ต่อเนื่องจาก Q1/60 ที่โตกว่า 800% ตามราคาถ่านหินในตลาดโลกที่สูงขึ้น และกำไรจากธุรกิจโรงไฟฟ้าที่ปรับตัวดีขึ้น ส่งผลให้แค่ครึ่งปีแรก กำไรสุทธิ 3.7 พันล้านบาทมากกว่าปีก่อนทั้งปีที่ 1.67 พันล้านบาท 
  BANPU แจ้งงบการเงิน Q2/60 มีกำไรสุทธิ 2.25 พันล้านบาท เพิ่มขึ้น 702% ผลจากรายได้การขาย 2.1 หมื่นล้านบาท เพิ่มขึ้น 35% YoY ตามราคาถ่านหินในตลาดโลกที่สูงขึ้น ส่วนแบ่งกำไรของการร่วมค้าเพิ่มขึ้น 196% YoY จากการรับรู้ผลกำไรของโรงไฟฟ้า BLCP จำนวน 21 ล้านเหรียญสหรัฐ ,โรงไฟฟ้าหงสา 30 ล้านเหรียญสหรัฐ และส่วนแบ่งกำไรของธุรกิจถ่านหินในจีน 21 ล้านเหรียญสหรัฐ และอื่น ๆ 4 ล้านเหรียญสหรัฐ
  อย่างไรก็ตาม มุมมองนักวิเคราะห์เห็นว่า กำไรปกติของ BANPU ได้ผ่านจุดสูงสุดไปแล้วใน Q2/60 เพราะช่วงที่เหลือของปีจะเข้าสู่ช่วงโลว์ซีซั่นของธุรกิจไฟฟ้า แต่ก็อาจจะถูกชดเชยด้วยการฟื้นตัวของราคาถ่านหิน และคาดกำไรสุทธิทั้งปีโตราว 400% YoY เคาะราคา ในช่วง 20-22.60 บาท 
  โดย บล.แอพเพิล เวลธ์ มองว่า แนวโน้มผลประกอบการช่วงที่เหลือของปี กำไรปกติมีแนวโน้มอ่อนตัวลงจากจุดสูงของปีใน Q2/60 โดยส่วนแบ่งกำไรจากโรงไฟฟ้าจะทยอยลดลงตามปัจจัยฤดูกาล และแผนปิดซ่อมบำรุงในช่วง Q3/60-Q4/60 อย่างไรก็ตาม คาดว่ากำไรบางส่วนจะได้รับการชดเชยจากราคาถ่านหินในปัจจุบันที่ปรับตัวเพิ่มขึ้นยืนเหนือ 95 เหรียญฯ ต่อตัน ประกอบกับคาดว่าปริมาณขายจะเพิ่มขึ้นจากเหมืองอินโดนีเซียหลังจากผ่านช่วงฤดูฝน 
  ขณะที่ราคาขายถ่านหินในประเทศออสเตรเลียจะดีขึ้นจากสัญญาขายเดิมที่มีราคาต่ำจะทยอยหมดลง ส่งผลให้ทั้งปี ยังคงประมาณการกำไรสุทธิที่ 8,429 ล้านบาท เติบโตจากปีก่อน 403% YoY ภายใต้สมมติฐานราคาขายถ่านหินปี 2560 ที่ 75 เหรียญฯ ต่อตัน แนะนำ "ซื้อ" ราคาเป้าหมายปีนี้ที่ 22.60 บาท 
  บล.เอเอสแอล ระบุว่า ราคาหุ้น BANPU ยังมีโอกาสตอบรับเชิงบวก จากการฟื้นตัวของราคาถ่านหิน ราคาหุ้นปรับเพิ่มกว่า 9% ในรอบ 1 เดือนที่ผ่านมา เป็นไปตามทิศทางราคาถ่านหินที่ปรับเพิ่มที่ปรับเพิ่มต่อเนื่อง 6 สัปดาห์ติดต่อกัน ทําให้ราคาขายถ่านหิน (BJI) ใน Q3/60 ปรับเพิ่มกว่า 14.2% QoQ ดังนั้น จึงคาดว่าจะเห็นราคาขายเฉลี่ยถ่านหินของ BANPU ที่ปรับเพิ่มต่อเนื่องในช่วงที่เหลือของปี และเพียงพอชดเชยรายได้จากธุรกิจผลิตไฟฟ้าที่คาดว่าจะปรับลดลงตามฤดูกาล จึงคงคําแนะนํา “ซื้อ” มูลค่าเหมาะสม 20 บาท 
 อีกประเด็นที่น่าสนใจ คือ โบรกฯ มองว่า คดีโรงไฟฟ้าหงสา ซึ่งอยู่ระหว่างการพิจารณาของศาลฎีกา น่าจะยังกดดันราคาหุ้น BANPU โดยกรณีแย่สุดกระทบ 6.10 บาท ทำให้ราคาเป้าหมายลดลงเหลือราว 15-17 บาท 
  ทั้งนี้ BANPU ได้ชี้แจงในงบการเงินปี 2559 ว่า คดีดีโครงการโรงไฟฟ้าหงสา ได้เข้าสู่กระบวนการพิจารณาในชั้น ศาลฎีกาตั้งแต่ปี 2558 และคาดว่าน่าจะใช้เวลาในการพิจารณาคดีนี้อีกประมาณ 2–4 ปี 
  บทวิเคราะห์ บล.แลนด์ แอนด์ เฮ้าส์ ได้ประเมินผลกระทบในเบื้องต้น หากแพ้คดีในกรณีเลวร้ายที่สุด (มูลค่าชดใช้ประมาณ 3.2 หมื่นลบ. หรือ 6 บ./หุ้น) จะทำให้ราคาเป้าหมายลดเหลือ 15 บาท และมองว่าความกังวลต่อคดีหงสาที่ศาลอาจตัดสินในเร็วๆ นี้ เป็นปัจจัยกดดันหรือทำให้ราคาหุ้นในระยะสั้นอาจปรับขึ้นได้จำกัด
  บล.เมย์แบงก์ กิมเอ็ง ประเมินราคาเป้าหมาย 22 บาท ซึ่งราคานี้ยังไม่รวมค่าชดเชยกรณีโรงไฟฟ้าหงสา ที่หากอ้างอิงตัดสินของศาลชั้นต้นมูลค่าจะอยู่ที่ประมาณ 6.1 บาท แนะนำ Trading Buy 
  บล.ฟินันเซีย ไซรัส กล่าวว่า กำไรสุทธิ Q2/60 ออกมาต่ำกว่าคาด ผลจากขาดทุนค่าเงินและ Hedging แต่ในส่วนของกำไรปกติเป็นไปตามคาดที่ 2,745 ล้านบาท โต 15% QoQ , 410% YoY จากทั้งราคาถ่านหินที่ขึ้นและโรงไฟฟ้าหงสาที่เดินเครื่องเต็มกำลัง แนวโน้มครึ่งปีหลัง คาดโตต่อเนื่องตามราคาถ่านหินที่ทรงตัวระดับสูง
  ราคาปัจจุบันที่ Laggard เพราะกังวลคดีหงสา กรณีแย่สุดกระทบ 6.1 บาท/หุ้น ราคาเป้าหมายจะลดจาก 24 บาทเหลือ 17.9 บาท ยังสูงกว่าราคาตลาด แนะนำซื้อ

  กำไรไตรมาส 2 ที่ประกาศออกมา แม้จะเติบโตถึง 700% และครึ่งปีทำให้กำไรของ BANPU มากกว่าปีก่อนทั้งปี แต่ก็ไม่ได้ทำให้ราคา BANPU ก้าวขาออกไปได้มากนัก ยังยากที่ฝ่าด่าน 20 บาทขึ้นไปได้ จนกว่าความเสี่ยงเรื่องคดีความจะมีข้อสรุป ขณะที่ราคาถ่านหินก็ยังผันผวนตามสถานการณ์ตลาดโลก นักลงทุนจึงต้องติดตามประเด็นนี้ใกล้ชิด

RECOMMENDED NEWS

ข่าวยอดนิยม

Refresh


LATEST NEWS

ข่าวล่าสุด

Refresh

ดูข่าวทั้งหมด