หุ้นฮ็อต

| 3 สิงหาคม 2560 | 13:46

จับอนาคต PLE หลังเด้งพ้นสเตตัส 'หุ้นต่ำบาท'

  PLE พุ่งสูงสุดรอบ 2 ปี ตอบรับข่าวดีหลังคว้างาน สุวรรณภูมิเฟส 2 หนุน Backlog เพิ่มจากเดิมมี 1.5 หมื่นลบ. แต่จะได้กำไรเท่าไหร่ยังต้องคิด เหตุงานรัฐมาร์จิ้นบาง จับตารอบนี้จะบริหารโครงการได้ดีเพียงใด หลังที่ผ่านมาเจอปัญหาต้นทุนสูง กดดันกำไร ส่งผลหุ้นยังครองสถานะ "ต่ำบาท" มาตลอด 2 ปี

  ราคาหุ้น บมจ.เพาเวอร์ไลน์ เอ็นจิเนียริ่ง (PLE) เช้านี้เปิดตลาดพุ่งขึ้นสูงสุดที่ 1.42 บาท ทำนิวไฮในรอบ 2 ปี นับจาก 1.57 บาทเมื่อเดือน ก.ค.58 ตอบรับข่าวดีคว้างานสุวรรณภูมิเฟส 2 โดยเปิดเช้านี้ 1.38 บาท และปิดการซื้อขายภาคเช้าที่ 1.36บาท เพิ่มขึ้น 0.14 บาท หรือ 11.48% วอลุ่มซื้อขายพุ่งกว่า 600% เทียบค่าเฉลี่ย 5 วันทำการก่อนหน้า 
  PLE ทำธุรกิจรับเหมาก่อสร้าง รับเหมาติดตั้งงานระบบวิศวกรรมครบวงจร ทั้งงานภาครัฐและเอกชน เป็นทั้งผู้รับเหมาโดยตรง และ เป็นผู้รับเหมาช่วง อาจจะมาจากวิธีการประมูล รวมถึงการร่วมมือกับบริษัทอื่นในลักษณะกิจการร่วมค้า (Joint Venture) และกิจการค้าร่วม (Consortium)
  สถานการณ์ของ PLE ตลอดหลายปีที่ผ่านมา ต้องเผชิญกับปัญหาหนี้สินในระดับสูง ความสามารถในการควบคุมต้นทุนที่ไม่ค่อยดี ทำให้ปลายปี 59 บริษัทฯ ต้องปรับโครงสร้างเงินทุน ด้วยการเพิ่มทุนขายให้ผู้ถือหุ้นเดิม (RO) อัตรา 1:1 ราคาหุ้นละ 1 บาท จำนวน 1.08 พันล้านหุ้น แต่ก็ขายไม่หมดยังเหลืออยู่ 986 ล้านหุ้น เตรียมไว้ขาย PP ซึ่งน่าจะมีความชัดเจนปีนี้ 
  รายได้ PLE ในช่วง 3 ปีที่ผ่านมา จาก 9.3 พันล้านบาทในปี 57 ลดเหลือ 6.1 พันล้านบาท (-34%)ในปี 58 และลดเหลือ 5.3 พันล้านบาท (-12.61%) ในปี 59 ส่วนกำไรผันผวนมาก จาก 43 ล้านบาทในปี57 พลิกเป็นขาดทุน 1.86 พันล้านบาทในปี 58 และมีกำไรสุทธิ 191 ล้านบาทในปี 59
  จากการขาดทุนหนักในปี 58 ส่งผลให้ล่าสุด ณ สิ้นไตรมาสแรกปีนี้ บริษัทฯ มีขาดทุนสะสมถึง 2.3 พันล้านบาท ด้านอัตราหนี้สินต่อส่วนทุน (D/E) แม้จะลดลงมาอยู่ที่ 6.87 เท่า จาก 7.19 เท่าในปี 59 แต่ก็ยังถือว่าสูงเมื่อเทียบกับ CK 3.19 เท่า ,STEC 1.29 เท่า ,ITD 5.09 เท่า และ NWR 2.38 เท่า 
  หากดูเหตุผลของการขาดทุนหนักในปี 58 จะพบว่า เกิดจาก "งานใหม่ที่คาดหวังว่าจะได้ ไม่เข้ามาตามที่คาด" ทำให้รายได้ลดลงมาก นอกจากนี้ ยังมีผลขาดทุนจากโครงการรถไฟฟ้าสายสีม่วง และขาดทุนจากการตั้งด้อยค่าเงินลงทุนในบริษัทย่อย ในขณะที่ต้นทุนการเงินสูง 
  ปัญหานี้เกิดขึ้นซ้ำซากในปี 59 ที่รายได้ยังคงลดเช่นกัน จากสถานการณ์เดิมคือ "คาดการณ์ Backlog ไม่มาตามนัด" หวังจะได้งานในปลายปี 58 และช่วง 6 เดือนแรกของปี 59 แต่ก็ไม่ได้ ส่วนของเดิมที่เคยได้จากรถไฟฟ้าสายสีม่วง ก็ส่งมอบงานไปหมดแล้ว
 จึงไม่แปลกที่ PLE จะเป็นหุ้นต่ำบาทมาตลอดในช่วง 2 ปีที่ผ่านมา โดยปี 58 เคลื่อนไหวในช่วง 0.78-2.10 บาท , ปี 59 เคลื่อนไหวในช่วง 0.69-1.14 บาท และปี 60 เคลื่อนไหวช่วง 0.81-1.42 บาท โดยเริ่มดูดีขึ้นในเดือนนี้ ที่ราคายังไม่เคยหลุดต่ำกว่า 1 บาทเลย คำถามคือราคาจะยืนระดับนี้ไปได้นานเพียงใด
  สัญญาณราคาหุ้น PLE ที่พุ่งขึ้นแรง ด้วยปริมาณหุ้นที่ซื้อขายเพิ่มขึ้นกว่า 600% เกิดขึ้นหลังจากมีข่าวการชนะประมูลงานก่อสร้างอาคารเทียบเครื่องบิน สนามบินสุวรรณภูมิ มูลค่างาน 1.42 หมื่นล้านบาท ซึ่ง PLE เข้าประมูลลักษณะกิจการร่วมค้า ร่วมกับพันธมิตรจีน แม้จะยังไม่ชัดเจนถึงส่วนแบ่งของงาน แต่อย่างน้อย ก็จะทำให้ PLE ได้ Backlog เพิ่มขึ้นเกือบเท่าตัว จากเดิมที่มีราว 1.5 หมื่นล้านบาท 
  บมจ.ท่าอากาศยานไทย (AOT) ประกาศผลการประมูลงานจ้างก่อสร้างอาคารเทียบเครื่องบินรองหลังที่ 1 (Satellite) และส่วนต่อเชื่อมอุโมงค์ด้านทิศใต้ โครงการพัฒนาท่าอากาศยานสุวรรณภูมิเฟส 2 มูลค่า 1.6 หมื่้นล้านบาท พบว่า กิจการร่วมค้า PVS ซึ่งประกอบด้วย PLE และ บจ.ไชน่าสเตท คอนสตรัคชั่น เอนยิเนียริ่ง (ประเทศไทย) เป็นผู้ชนะการประมูล ที่ราคา 1.42 หมื่นล้านบาท ต่ำกว่าราคากลางประมาณ 12% 
  ด้านผู้บริหารคาดว่ารายได้ปี 60 จะโต 20% จากปี 59 ที่มีรายได้ 5.39 พันล้านบาท ซึ่งเป็นคาดการณ์รายได้ที่อิงจาก Backlog เดิม 1.5 หมื่นล้านบาท ยังไม่นับรวมงานที่ได้ล่าสุด ที่จะหนุน Backlog เพิ่มขึ้นอีกประมาณ 7 พันลบ. หากอิงคาดการณ์แบ่งงาน 50:50 กับพันธมิตร
  แต่ที่ต้องจับตาคือ ประสิทธิภาพในการบริหารโครงการของ PLE ทั้งด้านต้นทุน ระยะเวลาส่งมอบงาน และอื่นๆ โดยเฉพาะด้านเงินทุน PLE จะใช้จากช่องทางใด ล่าสุดบริษัทฯ อยู่ในช่วงของการวางแผนขายหุ้นเพิ่มทุน PP ซึ่งเหลือจากการขาย RO ประมาณ 986 ล้านหุ้น ที่ผู้บริหารระบุว่ากำลังเจรจากับนักลงทุนทั้งในไทยและต่างประเทศ คาดว่าจะชัดเจนภายในปีนี้ โดยจะขายในราคาที่ไม่ต่ำกว่าที่ขายแบบ RO

  นอกจากนี้ การหั่นราคาลงถึง 12% จากราคากลางที่ 1.6 หมื่นล้านบาท ขณะที่อัตรากำไรขั้นต้นของงานภาครัฐ อยู่ที่ประมาณ 8-10% เท่านั้น จึงน่าคิดว่า PLE จะเหลือ "กำไรสุทธิ" จากงานนี้ซักเท่าไหร่ ในด้านของราคาหุ้น พบว่าในช่วง 3 วันทำการที่ผ่านมา PLE ปรับขึ้นต่อเนื่องรวมกว่า 20% ขณะที่นักวิเคราะห์มองว่างบไตรมาส 2/60 ของหุ้นรับเหมาทั้งกลุ่มยังไม่ดีนัก ซึ่งเป็นสิ่งที่ต้องระวังในการเข้าเก็งกำไร

RECOMMENDED NEWS

ข่าวยอดนิยม

Refresh


LATEST NEWS

ข่าวล่าสุด

Refresh

ดูข่าวทั้งหมด