หุ้นฮ็อต

| 3 สิงหาคม 2560 | 09:19

BCP โบรกฯ ชูหุ้นยัง Laggard แต่ระวังงบโค้ง 2 อ่อนตัว

 BCP บวก 4 สัปดาห์ติด ลุ้นเบรกกรอบ sideway ยาวตั้งแต่ปี 56 โบรกฯ มองราคาหุ้นยัง Laggard กลุ่มโรงกลั่น แต่ระวังงบไตรมาส 2/60 อ่อนตัว เหตุขนาดทุนจากสต๊อกน้ำมัน

  ราคาหุ้น บริษัท บางจาก คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ BCP วิ่งขึ้นต่อเนื่องในช่วง 4 สัปดาห์ที่ผ่านมา ล่าสุดปิดที่ 35.75 บาท ทำจุดสูงสุดในรอบเกือบ 6 เดือน อย่างไรก็ตาม หากมองในภาพใหญ่จะเห็นว่าราคาหุ้น BCP เคลื่อนไหว sideway อยู่ในกรอบประมาณ 28-38 บาท มาตั้งแต่ปี 56
  BCP ประกอบธุรกิจโรงกลั่นน้ำมันขนาด จำหน่ายน้ำมันสำเร็จรูปทั้งค้าปลีก ค้าส่ง รวมถึงการลงทุนในธุรกิจสำรวจและผลิตปิโตรเลียม โรงไฟฟ้าในรูปแบบต่างๆ และธุรกิจอื่นๆ ที่เกี่ยวเนื่อง
  ในช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมา BCP ปรับโครงสร้างภายในไปพอสมควร โดยเฉพาะการเปลี่ยนผู้ถือหุ้นใหญ่จาก ปตท. (PTT) มาเป็น สำนักงานประกันสังคม และกองทุนวายุภักษ์ ขณะเดียวกันบริษัทได้ขยายการลงทุนต่างๆ อย่างต่อเนื่อง ทั้งในส่วนของการเป็นผู้ขุดเจาะน้ำมัน ธุรกิจไฟฟ้า และขยายธุรกิจที่ไม่เกี่ยวข้องกับน้ำมันมากยิ่งขึ้น
  ทั้งนี้ ดูเหมือนว่าการลงทุนเริ่มจะเห็นผลมากขึ้น จากกำไรไตรมาส 1/60 ที่ผ่านมา ซึ่งทำได้ 2.08 พันล้านบาท สูงที่สุดเทียบกับไตรมาส 1 ของ 3 ปีที่ผ่านมา เมื่อเป็นเช่นนี้ ทำให้ราคาหุ้น BCP เริ่มกลับมาน่าสนใจมากขึ้น สอดคล้องกับมุมมองของนักวิเคราะห์หลายแห่ง ที่เชื่อว่าหุ้น BCP ยัง Laggard จากกลุ่มโรงกลั่นรายอื่นๆ
  บล.เมย์แบงก์ กิมเอ็ง (ประเทศไทย) ระบุว่า ราคาหุ้น BCP ปัจจุบันซื้อขายด้วย PER เพียง 9.7 เท่า และ PBV 1.1 เท่า ต่ำกว่าหุ้นโรงกลั่นในประเทศ แต่ผลประกอบการกว่า 50% มาจากธุรกิจการตลาดน้ำมันและโซล่าร์ฟาร์มที่ปกติซื้อขายมี premium เทียบกับกลุ่มพลังงาน พร้อมคาดเงินปันผลช่วงครึ่งปีแรก 0.80 บาท คิดเป็นผลตอบแทน 2.4% แนะนำ ซื้อ ราคาเป้าหมาย กลางปี 2561 เท่ากับ 40 บาท 
  สำหรับค่าการกลั่นช่วงที่ผ่านมาปรับตัวขึ้นทดสอบ 8.04 เหรียญ/บาร์เรล สูงสุดในรอบ 10 เดือน อีกทั้งทิศทางของ Premium Brent-Dubai ที่แคบลงเป็นบวกต่อค่าการกลั่นด้วย เราชอบ BCP จากการเป็นโรงกลั่น Defensive ผลประกอบการผันผวนต่ำ และยังมีปัจจัยบวกระยะกลางจากการที่จะนำ 2 บริษัทลูกเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ในช่วง 1-2 ปีต่อจากนี้ คือ ธุรกิจไบโอ และธุรกิจปั้มน้ำมัน
 สำหรับแนวโน้มกำไรไตรมาส 2/60 คาดทำได้ 945 ล้านบาท ลดลง 61% YoY และลดลง 55% QoQ ส่วนใหญ่เป็นผลจากผลจากสต๊อกที่คาดพลิกจากกำไร 297 ล้านบาท ในไตรมาสแรก เป็นขาดทุน 635 ล้านบาท ในไตรมาสนี้ และกำไรจากอัตราแลกเปลี่ยนที่คาดลดจาก 308 ล้านบาท ในไตรมาสแรก เหลือเพียง 168 ล้านบาท 
  แต่หากไม่รวมผลจากรายการพิเศษและสต๊อกน้ำมัน เราประเมินกำไรจากการดำเนินงานจะอ่อนตัวลง 22% จากไตรมาสแรก และลดลง 11% จากปีก่อนที่ 1.28 พันล้านบาท เป็นไปในทิศทางเดียวกับกลุ่มโรงกลั่นที่ถูกกดดันจากค่าการกลั่นที่อ่อนตัวลง รวมถึงการหยุด HCU ที่เป็นหน่วยสร้างมูลค่าเพิ่ม 26 วัน
  ด้าน บล.โนมูระ พัฒนสิน มองว่าหุ้น BCP ยัง Laggard จากหุ้นกลุ่มโรงกลั่นรายอื่นๆ โดยมองว่าการที่ราคาน้ำมันฟื้นตัว ผสานค่าการกลั่นพุ่งใกล้แตะ 8 เหรียญ/บาร์เรล โดยมูลค่าหุ้น BCP ค่อนข้างน่าสนใจ จากการที่บริษัทมีสัดส่วนจากโรงกลั่นสูง และมีราคาหุ้นถูกกว่ากลุ่ม จากค่า PER 9.74 เท่า PBV 1.06 เท่า ขณะที่ค่า PER และ PBV ของกลุ่มอยู่ที่ 14 เท่า และ 1.5 เท่า ตามลำดับ ขณะเดียวกันยังมีอัตราเงินปันผลถึง 4.1%
  ไม่เพียงแต่มูลค่าหุ้นที่ถูกเมื่อเทียบกับหุ้นโรงกลั่นเท่านั้น BCP ยังถือว่าค่อนข้างถูกเมื่อเทียบกับกลุ่มพลังงานทั้งหมด หากพิจารณาจากค่า PER ที่ 7.23 เท่า ต่ำเป็นอันดับ 3 ของกลุ่ม และในช่วง 2 ปีย้อนหลังนี้ อัตราเงินปันผลตอบแทนยังสูงกว่า 5% อีกด้วย ด้วยเหตุนี้ ทำให้หุ้น BCP ดูเหมือนจะกลายเป็นหุ้นปันผลไปเสียแล้ว อย่างไรก็ดี หลังจากโชว์ผลงานที่ดีในไตรมาสแรก ทำให้นักวิเคราะห์มองว่า BCP มีลุ้นจะเติบโตต่อเนื่องเป็นปีที่ 2 ติดต่อกัน
  บล.เอเอสแอล คาดว่า กำไรสุทธิของบริษัทน่าจะเติบโตถึง 21% อยู่ที่ 5.78 พันล้านบาท ส่วนหนึ่งเป็นผลจากกำลังการกลั่นรวมที่เพิ่มขึ้น โดยธุรกิจโรงกลั่นบริษัทวางเป้าหมายกำลังการกลั่นที่ 1.11แสนบาร์เรลต่อวัน เพิ่มขึ้น 9% จากปีก่อน คาดว่าค่าการกลั่นพื้นฐานจะอยู่ที่ 6.75 เหรียญ/บาร์เรล ส่วนธุรกิจตลาด คาดว่าค่าการตลาดอยู่ที่ 0.8 บาทต่อลิตร โดยมีเป้าหมายยอดขายต่อเดือนที่ 530 ล้านลิตร เพิ่มขึ้น 10% จากปีก่อน ด้านธุรกิจไบโอดีเซล บริษัทคาดว่าจะมียอดขายเพิ่มขึ้น 20% และธุรกิจไฟฟ้าจาก BCPG จะมีกำลังการผลิตเพิ่มขึ้นจากโรงไฟฟ้าพลังความร้อนในอินโดนีเซีย โรงไฟฟ้าแสงอาทิตย์ในญี่ปุ่น โรงพลังงานลมในฟิลิปปินส์
  ทั้งนี้ เราประเมินมูลค่าเหมาะสมไว้ที่ 39 บาท เทียบเท่า PE 9.3 เท่า และ PBV 1.25 เท่า โดยประเมินเงินปันผลไว้ไม่น้อยกว่า 2 บาทต่อหุ้น คิดเป็นผลตอบแทน 5.8%

  BCP มีลุ้นที่จะกลับมาเป็นหุ้นเติบโตอีกครั้ง หลังจากที่กำไรไตรมาสแรกออกมาค่อนข้างดี คิดเป็น 43.65% ของปีที่แล้วทั้งปี ด้วยเหตุนี้น่าจะเป็นปัจจัยหนุนสำคัญให้ราคาหุ้นขยับขึ้นมาต่อเนื่องตั้งแต่ปลายปีก่อน แต่จากมุมมองของนักวิเคราะห์หลายแห่งแล้ว ไตรมาส 2 นี้ ผลกำไรอาจจะอ่อนตัวลง แต่หากยังเป็นไปตามคาดหมายหรือทำได้ดีกว่าคาด ก็มีโอกาสที่ราคาหุ้นจะตอบรับในเชิงบวกต่อเนื่องก็เป็นได้

RECOMMENDED NEWS

ข่าวยอดนิยม

Refresh


LATEST NEWS

ข่าวล่าสุด

Refresh

ดูข่าวทั้งหมด