หุ้นฮ็อต

| 1 สิงหาคม 2560 | 09:19

WHAUP วิ่งต่อเนื่องเก็งงบ Q2/60 โตเด่น แต่ระวังอาจเจอ sell on fact

  WHAUP วิ่งขึ้นต่อเนื่องหลังจากแตกพาร์เพิ่มสภาพคล่อง โบรกฯ คาดงบไตรมาส 2/60 เติบโตดี หลังเห็นผลงานของ GLOW ซึ่งถือหุ้นร่วมกันในโครงการ GHECO-1 แต่ระวังเจอ sell on fact เพราะอัพไซด์จากเป้าหมายนักวิเคราะห์เริ่มจำกัด

  ราคาหุ้น บริษัท ดับบลิวเอชเอ ยูทิลิตี้ส์ แอนด์ พาวเวอร์ จำกัด (มหาชน) หรือ WHAUP ปรับตัวขึ้นต่อเนื่องราว 7% หลังจากลดพาร์ลงมาเหลือ 1 บาท จากเดิมที่ 5 บาท ส่งผลให้ราคาหุ้นปรับตัวลดลงมา 5 เท่า ซื้อขายกันอยู่ที่ราว 6 บาท
  WHAUP ประกอบธุรกิจหลักใน (1) ธุรกิจสาธารณูปโภค โดยจำหน่ายน้ำดิบ ผลิตและจำหน่ายน้ำเพื่ออุตสาหกรรม และบริหารจัดการน้ำเสีย ให้แก่ผู้ประกอบการอุตสาหกรรมในนิคมอุตสาหกรรมและเขตประกอบการอุตสาหกรรมต่างๆ (2) ธุรกิจพลังงาน โดยลงทุนในธุรกิจผลิตและจำหน่ายไฟฟ้าทั้งในประเทศและต่างประเทศ
  WHAUP เป็นหุ้น IPO ที่เพิ่งเข้าเทรดเดือน เม.ย. ที่ผ่านมา โดยราคาหุ้นปรับตัวขึ้นไปเพียง 6% หลังจากเปิดการซื้อขาย ก่อนที่จะปิดต่ำกว่าราคาไอพีโอลงมา 0.95% สำหรับการซื้อขายวันแรก หลังจากนั้นราคาหุ้นค่อยๆ ซึมลง ก่อนจะเริ่มฟื้นตัวกลับมาได้ต่อเนื่อง ด้วยแนวโน้มผลประกอบการที่น่าจะออกมาดี ประกอบกับการที่บริษัทตัดสินใจแตกพาร์เพื่อเพิ่มสภาพคล่องอีกด้วย
  ปัจจัยสำคัญที่หนุนให้ราคาหุ้นค่อยๆ วิ่งขึ้นมาได้ในช่วงหลังนี้ คงหนีไม่พ้นการที่บริษัทใกล้จะประกาศกำไรไตรมาส 2/60 ออกมาแล้ว ซึ่งตลาดคาดหมายว่าจะออกมาในทิศทางเชิงบวก โดยเฉพาะอย่างยิ่ง หลังจากที่ โกลว์ พลังงาน (GLOW) ซึ่งเป็นผู้ถือหุ้นใหญ่ในโครงการหลักของบริษัทรายงานกำไรเติบโตดี
  บล.หยวนต้า (ประเทศไทย) คาดว่าราคาหุ้น WHAUP จะตอบรับเชิงบวก เนื่องจาก GLOW ซึ่งถือหุ้น 65% ในโครงการ GHECO-1 รายงานกำไรสุทธิไตรมาส 2/60 ขยายตัว 49% จากไตรมาสแรก เป็น 2,829 ล้านบาท ตามปริมาณขายไฟของ GHECO-1 ที่เพิ่มขึ้น 61% เป็น 1,402.60 kWh
ทั้งนี้ WHAUP ถือหุ้นใน GHECO-1 สัดส่วน 35% และเป็นรายได้หลักของบริษัท จึงคาดว่างบไตรมาส 2/60 จะออกมาดีเช่นกัน โดยคาดการณ์กำไรสุทธิในไตรมาส 2/60 ของ WHAUP ที่ 476 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 74.8% จากไตรมาสแรก ซึ่งเป็นผลจากแรงหนุนของ GHECO-1 และรับรู้รายได้โรงไฟฟ้าใหม่อีก 32.5 เมกะวัตต์ ตั้งแต่เดือน พ.ค. ที่ผ่านมา
  ส่วนแนวโน้มทั้งปี 60 คาดกำไรสุทธิ เติบโต 47.4% จากปีก่อน เป็น 1,706 ล้านบาท จากการรับรู้โรงไฟฟ้าใหม่ 4 แห่ง รวม 125 เมกะวัตต์ โดยจะทยอยเข้าสู่ระบบในไตรมาส 2 3 และ 4 และรับรู้เต็มปีในปี 61 ซึ่งจะช่วยหนุนกำไรให้ขยายตัวต่ออีก 29.2% จากปีนี้ เป็น 2,204 ล้านบาท เราประเมินราคาเหมาะสมที่ 6.90 บาท ให้คำแนะนำ ซื้อ
  ด้าน บล.ธนชาต ให้คำแนะนำ “ซื้อ” เช่นเดียวกัน โดยให้ราคาเป้าหมายที่ 7 บาท ปัจจัยสนับสนุนหลักคือ การเติบโตของกำไรที่แข็งแกร่งตั้งแต่ไตรมาส 2/60 จนถึงปี 61 จากกำลังการผลิตที่เข้ามา เรามองว่า P/E ในปี 60 ที่ 25 เท่า ไม่แพง เมื่อเทียบกับประมาณการกำไรเติบโตเฉลี่ย 3 ปีที่ 63% โดยคิดเป็น PEG 0.4 เท่า ในปีนี้ และมองว่าการขยายของระเบียงเศรษฐกิจภาคตะวันออก (EEC) จะผลักดันราคาหุ้นได้อีก
 โดยภาพรวมมองว่า WHAUP มีความเสี่ยงที่ต่ำ เนื่องจากค่าน้ำที่จะได้รับเป็นแบบ cost-plus ในส่วนการขายไฟฟ้าบริษัทขายให้รัฐบาลถึง 87% ของกำลังการผลิตทั้งหมดภายใต้สัญญาระยะยาว (PPAs) เรามองว่าจะมีแค่แนวโน้มค่าแก๊ซที่เพิ่มขึ้นจะส่งผลกระทบต่อส่วน 13% ของไฟฟ้าที่ขายให้เอกชน อย่างไรก็ตาม รัฐบาลได้ช่วยลดผลกระทบต้นทุนของผู้ผลิตไฟฟ้า ผ่านค่า Ft (เผื่อให้ผลตอบแทนแก่ผู้ผลิตที่เหมาะสม) 
  อย่างไรก็ตาม การล่าช้าของโครงการใหม่ๆ จากประมาณการวันเปิดทำการของเราจะส่งผลกระทบต่อประมาณการกำไรของเราได้
  ทั้งนี้ บล.ดีบีเอสวิคเคอร์ส (ประเทศไทย) ระบุว่า ในปี 60 WHAUP จะเปิดดำเนินการเชิงพาณิชย์โรงไฟฟ้า 4 แห่งในเดือน พ.ค., ก.ค., ก.ย. และ พ.ย. รวม 130 เมกะวัตต์ และในปี 61-62 จะทยอยเปิดอีก 3 โครงการ ส่งผลให้กำลังการผลิตไฟฟ้าจะเพิ่มจาก 350 เมกะวัตต์ ในสิ้นปี 59 เป็น 542 เมกะวัตต์ ในปี 62 ส่วนธุรกิจสาธารณูปโภคอื่นๆ ที่ต้องใช้ในนิคมอุตสาหกรรมก็มีการขยายด้วยเช่น ธุรกิจน้ำ และการบำบัดน้ำเสีย เป็นต้น ซึ่งโรงงานปิโตรเคมีและโรงไฟฟ้าเป็นอุตสาหกรรมที่ต้องใช้น้ำมาก

  โดยภาพรวมแล้ว ดูเหมือนว่า WHAUP จะเป็นหุ้นที่น่าจะเติบโตได้ต่อเนื่องในระยะยาว แต่ในระยะสั้นอาจจะต้องระวังแรงขายทำกำไรที่อาจจะเกิดขึ้นได้เมื่อบริษัทรายงานผลประกอบการออกมาเรียบร้อยแล้ว และเมื่อพิจารณาจากราคาเหมาะสมของนักวิเคราะห์ที่อยู่ราว 6.9 - 7 บาท ทำให้อัพไซด์จากราคาปัจจุบันอาจจะไม่ได้มากนัก

RECOMMENDED NEWS

ข่าวยอดนิยม

Refresh


LATEST NEWS

ข่าวล่าสุด

Refresh

ดูข่าวทั้งหมด