หุ้นฮ็อต

| 31 กรกฎาคม 2560 | 09:20

MALEE โดนเทหนัก หลังส่งออกน้ำมะพร้าวผิดแผน

  หุ้น MALEE โดนเท หลังการส่งออกน้ำมะพร้าวผิดแผน คาดกดกำไร Q2/60 หดตัวครั้งแรกรอบ 7 ไตรมาส ส่วนครึ่งปีหลังรับผลกระทบภาษีน้ำหวาน โบรกฯ หั่นประมาณการลง พร้อมมองปีหน้าฟื้นตัว

  ราคาหุ้น บมจ.มาลีกรุ๊ป หรือ MALEE เจอแรงขายอย่างหนัก กดราคาร่วงแรงปิดที่ 35.75 บาท ลดลง 3 บาท หรือ 7.74% ต่ำสุดในรอบเกือบ 1 ปี ปริมาณหุ้นที่ซื้อขายเพิ่มขึ้นกว่า 627% จากที่ซื้อขายวันละไม่ถึง 4 แสนหุ้น เพิ่มเป็น 2.4 ล้านหุ้น
  MALEE เป็นผู้ผลิตและจำหน่ายผลไม้กระป๋องและเครื่องดื่มน้ำผักและผลไม้ ทั้งในและต่างประเทศ ภายใต้เครื่องหมายการค้าตรา "มาลี" ปัจจุบัน มีผู้ถือหุ้นรายย่อยประมาณ 3,000 ราย
  หุ้น MALEE ให้ผลตอบแทนสูงกว่า 300% ในปี 59 ที่ผ่านมา สอดคล้องกับผลการดำเนินงาน ที่กำไรสุทธิโตก้าวกระโดดแตะ 530 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้นกว่า 60% จากกำไรสุทธิ 330 ล้านบาทในปี 58 ผลจากคุมค่าใช้จ่ายและการเงินได้ดี
  ส่วน Q1/60 บริษัทฯ ประกาศกำไรสุทธิราว 118 ล้านบาท ทรงตัวจากช่วงเดียวของปีก่อน แต่ในแง่ของราคาหุ้นกลับคึกคักมากขึ้น หลังแตกพาร์จาก 1 บาท เหลือ 0.50 บาท มีผลเมื่อวันที่ 16 พ.ค. ที่ผ่านมา
  สัญญาณหุ้น MALEE ที่เจอแรงขายหนักในช่วงนี้ เกิดขึ้ก่อนที่บริษัทฯ จะประกาศงบไตรมาส 2/60 ที่โบรกเกอร์คาดว่าจะหดตัวเป็นครั้งแรกในรอบ 7 ไตรมาส ในขณะที่การส่งออกน้ำมันพร้าวผิดจากแผนที่วางเอาไว้ เนื่องจากโครงการเพิ่มคุณภาพเพื่อให้เป็นที่ยอมรับในระดับสากลล่าช้ากว่าที่คาด รวมไปถึงการเก็บภาษีน้ำหวานที่จะเริ่มในเดือน ก.ย. นี้ ทำให้นักวิเคราะห์ปรับประมาณการปีนี้ลง จากเดิมที่คาดว่ากำไรจะเติบโต เหลือใกล้เคียง หรือลดลงเล็กน้อยจากปีก่อน
  บล.เออีซี ระบุว่า ด้วยผลจากแนวโน้มการเพิ่มมาตรฐานการนำเข้าน้ำมะพร้าวของกลุ่มประเทศยุโรป ออสเตรเลีย และสหรัฐฯ บวกกับ MALEE มีสัดส่วนรายได้สินค้าน้ำมะพร้าวคิดเป็น 25% ของรายได้รวม ส่งผลให้ในช่วง 2Q60 MALEE ได้ตัดสินใจทบทวนคุณภาพใหม่ทั้งระบบ Supply Chain ตั้งแต่ การจัดหาวัตถุดิบ ระบบการผลิต การบรรจุภัณฑ์ และการขนส่ง ซึ่งในส่วนของโรงงานบริษัทนั้นถือได้ว่าเป็นโรงงานที่มีคุณภาพด้านการผลิตที่ดีเยี่ยม แต่ด้านการจัดหาด้านวัตถุดิบของ Supplier บางแห่งยังต้องเพิ่มเกณฑ์ด้านคุณภาพให้ดีกว่าเดิม
  ดังนั้นบริษัทจึงดำเนินแก้ไขปัญหาด้วยวิธีดังนี้ 1) ฝึกอบรม Supplier เก่าให้ผ่านคุณสมบัติด้านคุณภาพ และ 2) จัดหาวัตถุดิบจาก Supplier ใหม่ที่ผ่านคุณสมบัติแล้ว ซึ่งล้วนจำเป็นต้องใช้เวลาในการแก้ไขปัญหา โดยเบื้องต้นคาดว่าบริษัทจะมีความพร้อมกลับมารองรับออเดอร์ได้เต็มศักยภาพได้ตั้งแต่ช่วง 4Q60
  ดังนั้นปัจจัยลบดังกล่าวจึงกดดันให้ในช่วง 2Q60 คาด MALEE มีรายได้จากการผลิตและจำหน่าย หดตัว 8.3%YoY อีกทั้งด้วยผลแห่งการประหยัดต่อขนาดที่ลดลง บวกกับสินค้าน้ำมะพร้าวส่งออกเป็นสินค้ามาร์จิ้นสูง ส่งผลให้คาดอัตรากำไรขั้นต้นจะลดเหลือ 31.5% จากช่วง 2Q59 ที่ 33.5% และคาดมี Net Margin ลดเหลือ 7.0% จากช่วง 2Q59 ที่ 8.1% ทำให้ช่วง 2Q60 คาด MALEE มีกำไรสุทธิ 111.7 ล้านบาท หดตัว 21.6%YoY
  บล.ดีบีเอสวิคเคอร์ส ระบุธุรกิจน้ำมะพร้าวภายใต้สัญญารับจ้างผลิต (CMG) ของ MALEE มีแนวโน้มว่าจะไม่สามารถเติบโตได้ในปีนี้ได้ เราได้มีการปรับลดประมาณการกำไรของบริษัทลงในอัตรา 4%/3% สำหรับงวดปี 60/61 ตามลำดับ หลังจากมีการปรับลดอัตราการเติบโตยอดขายรวมปีนี้เป็น 6.9% จากเดิมที่ 10.4% เนื่องจากสัดส่วนยอดขายน้ำมะพร้าวเป็นประมาณ 20-25% จากยอดขายทั้งหมด ทั้งนี้ดูเหมือนว่าขบวนการตรวจสอบคุณภาพน้ำมะพร้าวของบริษัทจะทำได้ล่าช้ากว่าที่คาดไว้ ปัจจุบันมี supplier ในสัดส่วนเพียง 80% ที่ผ่านเรื่องคุณสมบัติ สำหรับการที่ต้องมาตรวจสอบนั้นเป็นนโยบายตามมาตรฐาน AIJN ของ European Fruit Juice Association
  แม้ด้านการคิดภาษีสรรพสามิตความหวานยังไม่ได้ข้อสรุป แต่เมื่อพิจารณาแล้วคาดว่าจะส่งผลลบต่ออัตรากำไรขั้นต้นของ MALEE ได้ในระยะสั้น จากเดิมที่ไม่เคยคิดมาก่อน หากมีการนำมาปฏิบัติตั้งแต่ปีนี้
  อย่างไรก็ตาม นักวิเคราะห์ต่างมองว่าผลการดำเนินงานของ MALEE จะฟื้นตัวตั้งแต่ปีหน้าเป็นต้นไป หลังจากปรับปรุงคุณภาพการผลิตน้ำมะพร้าวเรียบร้อยแล้ว ในขณะที่ราคาหุ้นปรับลงมามากแล้ว จึงอาจเป็นโอกาสในการเข้าสะสม
  บล.เออีซี ระบุ ช่วงที่ผ่านมาราคาหุ้นของ MALEE ปรับลงแรงราว 15.7%QTD ซึ่งเรามองว่าได้สะท้อนการปรับลดประมาณการของ Consensus ที่คาดกำไรปกติปีนี้จะหดตัวลงแล้ว อีกทั้งหากมองข้ามไปยังปีหน้าที่กำไรจะพลิกกลับมาโตสดใสอีกครั้ง จากการกลับมารองรับออเดอร์น้ำมะพร้าวส่งออกได้เต็มศักยภาพ และแผนเพิ่มประสิทธิภาพด้วยเครื่องจักรใหม่ อีกทั้งราคาหุ้นปัจจุบันยังมี Upside 11.4% จากมูลค่าพื้นฐานปี 2561 ที่ 46.25 บาท (วิธี DCF) และคาดให้ Div.Yield ปีนี้ 2.3% เราจึงปรับเพิ่มคำแนะนำจาก "ขาย" เป็น "ซื้อ"
  บล.ดีบีเอสวิคเคอร์ส คงคำแนะนำ ถือ สำหรับ MALEE หลังปรับประมาณการ ราคาพื้นฐานใหม่จึงปรับลดจากเดิมเป็น 42.50 บาท ซึ่งประเมินด้วย P/E ปี 60 ที่ 20 เท่า (ต่ำกว่ากลุ่มที่ 25 เท่า) ข้อดีของบริษัทเป็นเรื่องอัตราการเติบโตกำไรเฉลี่ยแบบ CAGR ระหว่างปี 59-62 ที่ 20% และมีอัตราผลตอบแทนส่วนผู้ถือหุ้น (ROE) ที่สูง อีกทั้งการที่ปีนี้ยอดขายน้ำมะพร้าวไม่เติบโต แต่พอถึงปีหน้าจะกลับมาเติบโตสูงขึ้น จากฐานที่ต่ำในปีนี้
  ส่วน บล.ทิสโก้ แนะนำ “ถือ” MALEE จากประเด็น 1) คาดการส่งออกจะเริ่มกลับมาปีหน้าหลังจากบริษัทได้ปรับปรุงเพิ่มมาตรฐานสินค้าน้ำมะพร้าวให้เป็นที่ยอมรับของระดับสากล 2) ยอดส่งออกสินค้าของ แบรนด์ Malee เองในกลุ่มประเทศ CLMV ยังเติบโตได้ดี 3) ปรับประมาณการใหม่อีกครั้ง สะท้อนการส่งออกน้ำมะพร้าวที่ไม่เติบโตในปีนี้ แต่จะเริ่มกลับมาในปีหน้า เราคาดกำไรสุทธิเฉลี่ยในปี 2018-19F ยังเติบโตอยู่ที่ 16% (CAGR2y) ปรับราคาเป้าหมายเป็นปี 2018F อยู่ที่ 42 บาท

 หุ้น MALEE ดูเหมือนว่าจะมีหลายอุปสรรคที่ต้องฝ่าฟันในปีนี้ ทำให้นักวิเคราะห์หั่นเป้าหมายลงจากระดับเกิน 50 บาท เหลือ 42-46 บาท แต่ราคาหุ้นที่ร่วงลงต่อเนื่องทำให้มีอัพไซด์เพิ่มขึ้น อาจเป็นโอกาสของผู้ที่ต้องการสะสมหุ้น หากเชื่อว่าบริษัทจะฟื้นตัวอย่างโดดเด่นอีกครั้งในปีหน้า ซึ่งผลการดำเนินงานไตรมาส 2/60 ที่ใกล้ประกาศออกมา อาจพอทำให้เห็นภาพในอนาคตได้ในระดับหนึ่ง

RECOMMENDED NEWS

ข่าวยอดนิยม

Refresh


LATEST NEWS

ข่าวล่าสุด

Refresh

ดูข่าวทั้งหมด