หุ้นฮ็อต

| 24 กรกฎาคม 2560 | 14:02

JWD เก็งสตอรี่ปันผลพิเศษหลังตั้งกอง REIT - คาดงบ Q2/60 โตแรง

       JWD สูงสุดรอบเกือบ 3 เดือนพร้อมวอลุ่มหนาแน่น เก็งปันผลพิเศษจากการตั้งกอง REIT พ่วงคาดการณ์งบโค้งสองโตแรง เหตุเปลื้องภาระค่าใช้จ่ายพิเศษ วงการแนะซื้อสะสม เคาะเป้าสูงสุด 13.40 บาท ยังไม่รวมอัพไซด์จากปันผลพิเศษ ซึ่งคาดว่าจะเกิดขึ้นในปลายปีนี้ถึงต้นปีหน้า

  บมจ.เจดับเบิ้ลยูดี อินโฟโลจิสติกส์ (JWD) ราคาปรับขึ้น พร้อมปริมาณหุ้นที่ซื้อขายเพิ่มขึ้นเกินปกติ ราคาเปิดที่ 9.15 บาท ก่อนปรับขึ้นแตะ 9.30 บาท ซึ่งเป็นการปรับขึ้นกว่า 10% ในช่วง 2 สัปดาห์ และสูงสุดในรอบเกือบ 3 เดือน และย่อลงมาปิดเช้านี้ที่ 9.20 บาท เพิ่มขึ้น 0.20 บาท หรือ 2.22% ปริมาณการซื้อขายเพิ่มขึ้น 324% จากค่าเฉลี่ย 5 วันทำการก่อนหน้า
  JWD ทำธุรกิจให้บริการทางด้านโลจิสติกส์ภายในประเทศ (In-land Logistics) อย่างครบวงจร ครอบคลุมถึงการให้บริการรับฝากและบริหารสินค้า คิดเป็น 68-69% ของรายได้รวม ที่เหลือเป็นบริการขนส่งสินค้า และบริการอื่นๆ 
 บริษัทฯ เข้าจดทะเบียนในตลาดหุ้นเมื่อเดือน ก.ย. 2558 ที่ราคาไอพีโอ 11.00 บาท และราคาหุ้นเคยขึ้นไปทำจุดสูงสุดที่ 15.00 บาทในปี 59 ก่อนจะลงมาเคลื่อนไหวในกรอบ 7.80-10.10 บาท ตั้งแต่ต้นปี 60 
  รายได้ช่วง 3 ปีที่ผ่านมา (57-59) ทรงตัวอยู่ที่ประมาณ 2.1-2.3 พันล้านบาท ส่วนกำไรสุทธิทำได้ถึง 333 ล้านบาท ในปี 58 ซึ่งเป็นปีแรกที่เข้าตลาดหุ้น เพิ่มขึ้นจาก 143 ล้านบาทในปี 57 ก่อนจะพลิกขาดทุนสุทธิเกือบ 9 ล้านบาท ในปี 59 
  สาเหตุหลักที่ขาดทุน เนื่องจากปี 59 ได้จ่ายผลประโยชน์ตอบแทนแก่การท่าเรือแห่งประเทศไทย (กทท.)ย้อนหลัง 115.8 ล้านบาท , การบันทึกประมาณการหนี้สินจากคดีฟ้องร้องไฟไหม้คลังสินค้า 13.7 ล้านบาท และกำไรขั้นต้นลดลงจากการปิดปรับปรุงคลังสินค้าสองหลัง รวมถึงปริมาณสินค้าประมงที่เข้าจัดเก็บในคลังสินค้าห้องเย็นลดลงจากปัญหาการประมงผิดกฎหมาย (IUU Fishing)
 แต่ไตรมาสแรกปีนี้ JWD สามารถพลิกกลับมาทำกำไรได้ราว 40 ล้านบาท ผลจากอัตราเช่าคลังสินค้าที่เพิ่มขึ้นและเป็นการมีกำไร 2 ไตรมาสติด ต่อเนื่องจากไตรมาส 4/59 
  ผู้บริหาร JWD กล่าวว่า การกลับมามีกำไรติดต่อกัน 2 ไตรมาส เป็นการตอกย้ำว่าธุรกิจของ JWD เทิร์นอะราวด์ชัดเจน และคาดว่าจะสามารถทำกำไรได้ตามเป้า หลังจากที่บริษัทฯ ได้บันทึกค่าใช้จ่ายในการพัฒนาธุรกิจและตั้งประมาณการหนี้สินที่อาจเกิดขึ้น 2 รายการไปแล้วในปีที่ผ่านมา 
 สัญญาณหุ้น JWD ที่พุ่งแรงในช่วง 2 สัปดาห์นี้ เกิดขึ้นหลังจากบริษัทฯ ประกาศแผนจัดตั้งกอง REIT รวมไปถึงงบไตรมาส 2/60 ที่คาดว่าจะโตก้าวกระโดด จากอัตราการเช่าพื้นที่ของธุรกิจห้องเย็นเพิ่มขึ้น พร้อมมองว่าปีนี้จะเป็นปีแห่งการ Turnaround อีกครั้ง
  JWD แจ้งเมื่อกลางเดือน ก.ค.ที่ผ่านมาว่า ได้ร่วมกับ บจ.เอไอเอ็ม รีท แมนเนจเม้นท์ (AIM) ศึกษารูปแบบและแผนการลงทุน เพื่อเตรียมจัดตั้งกอง REIT โดยจะเข้าลงทุนใน 3 โครงการของบริษัทฯ ได้แก่ 1. โครงการแปซิฟิค ห้องเย็น จ.สมุทรสาคร 2.โครงการเจดับเบิ้ลยูดี แปซิฟิค จ.ฉะเชิงเทรา และ 3.โครงการดาต้าเซฟ จ.ฉะเชิงเทรา 
  บล.ทิสโก้ คาดว่าขนาดกอง REIT น่าจะอยู่ที่ 1.5 พันล้านบาท ในส่วนของ JWD ซึ่งคาดว่าบริษัทจะขายเข้ากอง REIT และเช่ากลับมาบริหารต่อไป ดังนั้น เราจึงไม่คาดว่าจะมีผลกระทบต่อรายได้ของบริษัทในส่วนงานดังกล่าว แต่อาจจะมีผลกระทบต่อ GPM เนื่องจากจะมีต้นทุนค่าเช่าเพิ่มเข้ามา  
  นอกจากนี้ เรายังคาดว่าบริษัทจะได้รับ one-time gain จากการขายเข้ากอง REIT แต่สำหรับตัวเลขกำไรในส่วนนี้ยังไม่ได้ระบุแน่ชัด จึงยังคงแนะนำให้ “ซื้อ” โดยมีราคาเป้าหมายที่ 10 บาท 
  บล.หยวนต้า คาดว่าการตั้งกอง REIT ของ JWD จะแล้วเสร็จในช่วงปลายปีนี้หรือไตรมาส 1 ปีหน้าซึ่งมีลุ้นการจ่ายปันผลพิเศษได้สูงสุดถึงหุ้นละ 1.20 บาทที่ยังไม่รวมในประมาณการ พร้อมแนะนำซื้อสะสม เป้าหมาย 13.40 บาท 
 มองผลประกอบการที่เข้าสู่การฟื้นตัวในปี 2560 และเติบโตสูงในปี 2561 จากแรงหนุนของธุรกิจห้องเย็นที่กลับมาสร้างกำไรอีกครั้ง, ธุรกิจยานยนต์มีการเติบโตต่อเนื่องจากการได้ลูกค้าใหม่ ขณะที่ธุรกิจจัดเก็บสินค้าอันตรายและเช่าคลังสินค้าเป็น Recurring ที่สร้างกระแสเงินสดต่อเนื่อง
  คาดผลประกอบการ Q2/60 เติบโต YoY และ QoQ เป็น 45 ล้านบาท และจะดีขึ้น YoY และ QoQ ไปอีกอย่างน้อย 3-4 ไตรมาสข้างหน้า จากการใช้ Utilization Rate ของธุรกิจห้องเย็นที่เพิ่มขึ้น และธุรกิจศูนย์กระจายสินค้าเคมีภัณฑ์จะเข้าสู่จุดคุ้มทุนใน Q3/60 และเริ่มสร้างกำไรตั้งแต่ Q4/60 เป็นต้นไป 
  Valuation ที่สูง จะถูกชดเชยด้วยกำไรที่เติบโตก้าวกระโดด +67% YoY เป็น 183 ล้านบาทในปี 2560 และ +93% YoY เป็น 354 ล้านบาท ในปี 2561 ส่งผลให้ PER2560 ลดลงจาก 50.2 เท่า เหลือ 26.0 เท่าในปี 2561 และมี Upside Risk จากการจัดตั้งกองทุน REIT ที่ยังไม่รวมไว้ในประมาณการ
  บล.กสิกรไทย แนะซื้อ ที่ราคาเป้าหมายกลางปี 2561 ที่ 10.30 บาท แม้ราคาหุ้นจะปรับเพิ่มขึ้นถึง 7.1% ในช่วงสองสัปดาห์ที่ผ่านมาหลังบริษัทประกาศแผนจัดตั้ง REIT โดยราคาปิดล่าสุดยังคิดเป็นส่วนลดจากราคาเป้าหมายของเรา 14.4% นอกจากนี้ ทิศทางผลประกอบการยังอยู่ในทิศทางฟื้นตัวต่อเนื่องตามคาด โดยเฉพาะธุรกิจห้องเย็นซึ่งรายได้ที่เพิ่มขึ้นส่วนใหญ่จะสะท้อนไปยังกำไรทันทีจากต้นทุนคงที่ในระดับที่สูง นอกจากนี้ แผนลงทุนใหม่ยังมีความเป็นไปได้ที่จะสำเร็จได้ในปีนี้ โดยเฉพาะการลงทุนในห้องเย็นในประเทศอินโดนีเซีย

 ประเด็นที่ต้องจับตาสำหรับ JWD ก็คือ งบไตรมาส 2/60 ว่าจะออกมาดีตามที่คาดหรือไม่ รวมไปถึงความคืบหน้าของการจัดตั้งกอง REIT ซึ่งกว่าจะได้เห็นน่าจะเป็นช่วงปลายปีนี้หรือต้นปีน้า ในขณะที่ต้องยอมรับว่าราคาหุ้นได้สะท้อนสตอรี่ในด้านบวกไปมากแล้ว

RECOMMENDED NEWS

ข่าวยอดนิยม

Refresh


LATEST NEWS

ข่าวล่าสุด

Refresh

ดูข่าวทั้งหมด