หุ้นฮ็อต

| 21 กรกฎาคม 2560 | 13:25

หนี้เน่าถ่วง BBL ร่วงต่ำสุดรอบ 1 เดือน สวนกำไร Q2/60

        BBL โดนเทตลอดสัปดาห์ กดราคาต่ำสุดในรอบ 1 เดือน หลังแจ้งงบ Q2 แม้กำไรโต 12% YoY แต่ยังต้องจับตาคุณภาพหนี้ เหตุพบ NPL พุ่ง 25% หรือราว 1.7 หมื่นลบ. จากสิ้นปีก่อน สูงกว่า KTB ที่เพิ่มเพียง 8.7% วงการจ่อหั่นประมาณการ ส่วนใหญ่แนะถือ แต่ราคายังเทรดต่ำกว่าบุ๊ค 

  ธนาคารกรุงเทพ หรือ BBL ราคาหุ้นปรับลง พร้อมมูลค่าการซื้อขายหนาแน่น โดยเปิดที่ 182 บาท ก่อนปรับลงแตะ 180.50 บาท ต่ำสุดในรอบ 1 เดือน และปิดการซื้อขายภาคเช้าที่ 181 บาท ลดลง 1.50 บาท หรือ 0.82% มูลค่าการซื้อขาย 940.55 ล้านบาท มากเป็นอันดับ 2 
  BBL ธนาคารพาณิชย์สินทรัพย์อันดับ 1 ของไทย ขนาดพอร์ตสินเชื่อเกือบ 2 ล้านล้านบาท มี NVDR ถือหุ้นใหญ่ 33% และรายย่อยเกือบ 4 หมื่นราย 
  ผลการดำเนินงานของ BBL มีกำไรสุทธิในระดับเกิน 3 หมื่นล้านบาท มาตลอดช่วง 5 ปีที่ผ่านมา ในขณะที่เป็นหุ้นที่เทรดต่ำกว่ามูลค่าทางบัญชี (Book Value) มาอย่างต่อเนื่อง
  สัญญาณขายหุ้น BBL เกิดขึ้นต่อเนื่อง โดยปรับลดลงแล้วราว 5% ตั้งแต่ต้นสัปดาห์ แม้ว่าจะประกาศงบไตรมาส 2/60 ซึ่ง BBL เป็นหนึ่งในไม่กี่แบงก์ ที่กำไรสุทธิเพิ่มขึ้นเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน แต่ปรากฎว่าราคาหุ้นกลับร่วงลง สวนทางกับการเติบโของกำไร จากประเด็นหลักคือความกังวลในคุณภาพหนี้ หลังพบว่า NPL เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ
  BBL รายงานกำไรสุทธิไตรมาส 2/60 อยู่ที่ 8.05 พันล้านบาท เพิ่มขึ้น 12.2% YoY แต่ลดลง 3.1% QoQ ขณะที่กำไรสุทธิงวดครึ่งปีแรกอยู่ที่ 1.63 หมื่นล้านบาท เพิ่มขึ้น 5.6% YoY 
  เมื่อลองสแกนผลประกอบการ ด้านคุณภาพสินเชื่อพบว่า สินเชื่อด้อยคุณภาพ (NPL) ของ BBL ณ สิ้นเดือนมิ.ย.60 มีจำนวน 86,000 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 24.8% จากสิ้นปีก่อน หรือเพิ่มขึ้น 17,106 ล้านบาท 
  เปรียบเทียบกับ KTB ซึ่งเป็นแบงก์ขนาดใหญ่เหมือนกัน และเจอวิกฤต NPL มาตลอด กลับมี NPL เพิ่มขึ้นเพียง 8,000 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้น 8.72% เท่านั้น! ซึ่งเป็นการเพิ่มขึ้นในอัตราที่ต่ำกว่า BBL อยู่มาก 
  นอกจากนี้ ไตรมาส 2/60 พบว่า BBL กันสำรองเพิ่มขึ้นมาก สะท้อนจากตัวเลขค่าใช้จ่ายตั้งสำรองหนี้สูญฯ ที่5,688 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 60.6% จากไตรมาส 2/59 ที่ตั้งสำรองฯ จำนวน 3,542 ล้านบาท 
ขณะที่อัตราส่วนสำรองค่าเผื่อหนี้สงสัยจะสูญต่อเอ็นพีแอล ( NPL coverage ratio) ไม่ได้เพิ่มขึ้น แม้ตั้งสำรองเพิ่มขึ้นในรายงวด โดยตัวเลข coverage ratio ยังลดลงต่อเนื่องจาก 173.6% ในสิ้นปี59 เหลือ 160% ในงวด Q1/60 และเหลือ 151.2% ในสิ้นงวด Q2/60
  ประเด็นคุณภาพสินเชื่อ สอดคล้องกับความกังวลของหลายโบรกฯ โดยเฉพาะในช่วงที่เหลือของปี ที่อาจจะกดดันให้ธนาคารกรุงเทพตั้งสำรองมากขึ้น ขณะที่กำไรไตรมาส 2/60 แม้ออกมาเติบโต แต่ก็ถือว่าโตได้น้อยกว่าที่ตลาดคาด ทำให้บางค่ายเตรียมหั่นประมาณการ BBL พร้อมแนะถือ ขณะที่บางค่ายแนะเปลี่ยนตัวเล่น
  บล.ฟินันเซีย ไซรัส กล่าวว่า กำไร BBL ทำได้น้อยกว่าที่คาด จากค่าใช้จ่ายที่ไม่ใช่ดอกเบี้ยที่สูงเกินคาด หักล้างกับรายได้ทั้งดอกเบี้ยและไม่ใช่ดอกเบี้ยที่ขยายตัวดี ส่วน NPL เพิ่มขึ้นเป็น 3.7% และด้วยคุณภาพหนี้ที่ยังน่ากังวล จึงมีแนวโน้มปรับราคาเป้าหมายลงจาก 230 บาท แนะนำเปลี่ยนไปลงทุนใน KBANK ที่เป็น Top pick ของแบงก์ใหญ่แทน
  เช่นเดียวกับ บล.กรุงศรี ที่ระบุ BBL ทำกำไรได้ต่ำกว่าที่คาด 6% โดยมีกำไรสุทธิ 8,047 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 12% YoY แต่ลดลง 3% QoQ และ "บล.ซีไอเอ็มบี" กล่าวว่า กำไรธนาคารกรุงเทพต่ำกว่าที่คาด 7.5% พร้อมมองสินเชื่อจะขยายตัวดีในครึ่งหลังปีนี้ จากลูกค้าธุรกิจขนาดใหญ่แต่จะตามมาด้วยผลตอบแทนจากสินเชื่อที่ลดลง แนะนำ ถือราคาเป้าหมาย 180 บาท
  บล.เคจีไอ กล่าวว่า คุณภาพสินทรัพย์ไม่ดีขึ้น โดยทั้ง NPL coverage และส่วนรองรับหนี้เสียลดลงทั้งคู่ โดย NPL ยังคงเพิ่มขึ้นต่อเนื่องในอัตรา 25% จากสิ้นปีก่อน และเพิ่มขึ้น 10% จากไตรมาส 1/60 ซึ่งมีสาเหตุสำคัญมาจากการที่สินเชื่อจัดชั้นกล่าวถึงเป็นพิเศษ (สินเชื่อค้างชำระ <3 เดือน) เปลี่ยนสถานะมาเป็น NPL ในไตรมาส 2/60
  ถึงแม้BBL จะตั้งสำรองก้อนใหญ่ในไตรมาสนี้รองรับ NPL แต่ก็ไม่ได้ช่วยให้ NPL coverage ratio เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ สะท้อนจาก coverage ratio อยู่ที่ 151% ลดจาก 160% ใน Q1/60 และ 174% ในสิ้นปีก่อน และหาก NPL ยังคงเพิ่มขึ้นต่อเนื่องก็มีความเสี่ยงที่ BBL ยังต้องตั้งสำรองเพิ่มขึ้นอีกในครึ่งหลังปีนี้ แนะถือ ราคาเป้าหมาย 189 บาท
  บล.ดีบีเอส วิคเคอร์ส กล่าวว่า NPL ของธนาคารเพิ่มขึ้น 11% QoQ เป็น 8.59 หมื่นล้านบาท ส่งผลให้ NPL ratio ขยับขึ้นสู่ 3.7% และ Coverage ratio ลดเป็น 151% จาก 160% ในสิ้น Q1/60 จึงแนะนำถือ ราคาเป้าหมาย 190 บาท

 คุณภาพสินเชื่อที่ยังไม่ดีขึ้น นับว่าเป็นปัจจัยกดดันหุ้น BBL แต่หากดูราคาหุ้นบนกระดานที่ยังต่ำกว่า Book Value ล่าสุดที่ 202 บาท และต่ำกว่าราคาเหมาะสมเฉลี่ยที่ 191 บาท ก็นับว่าเป็นระดับราคาที่อาจจูงใจให้หาจังหวะเก็บ สำหรับนักลงทุนที่ชื่นชอบหุ้นตัวนี้


 

RECOMMENDED NEWS

ข่าวยอดนิยม

Refresh


LATEST NEWS

ข่าวล่าสุด

Refresh

ดูข่าวทั้งหมด