หุ้นฮ็อต

| 21 กรกฎาคม 2560 | 09:19

KCE บาทแข็งกดหุ้นหลุด 100 บ. จับตางบ Q2/60 ฟื้นความเชื่อมั่นได้หรือไม่

 KCE ร่วงต่อเนื่อง 10% ในช่วง 3 สัปดาห์ที่ผ่านมา ล่าสุด ปิดต่ำกว่า 100 บาท อีกครั้ง ทำจุดต่ำสุดใหม่ในรอบ 4 เดือน จับตาผลประกอบการไตรมาส 2/60 จะเรียกความเชื่อมั่นได้หรือไม่ ขณะที่นักวิเคราะห์เสียงแตก แนะทั้งซื้อและขาย

  ราคาหุ้น บริษัท เคซีอี อีเลคโทรนิคส์ จำกัด (มหาชน) หรือ KCE ร่วงลงต่อเนื่อง 10% ในช่วง 3 สัปดาห์ที่ผ่านมา จนล่าสุดลงไปทำจุดต่ำสุดในรอบ 4 เดือนที่ 98.5 บาท ก่อนจะเด้งขึ้นมาปิดที่ 99.25 บาท โดยก่อนหน้านี้ ราคาหุ้น KCE เคยขึ้นไปทำจุดสูงสุดตลอดกาลไว้ที่ 130 บาท เมื่อเดือน ธ.ค. 59 ก่อนจะถูกเทขายจนลงไปแตะ 93.25 บาท เมื่อเดือน มี.ค. ที่ผ่านมา
  KCE เป็นผู้ผลิตและจำหน่ายแผ่นพิมพ์วงจรอิเล็กทรอนิกส์ PCB ซึ่งเป็นแผ่น Epoxy Glass ที่มีสื่อนำไฟฟ้า เช่น ตะกั่ว ทองแดงเคลือบอยู่ และผลิตแผ่น PCB หลายชั้น ซึ่งเป็นชิ้นส่วนพื้นฐานสำคัญในการประกอบเครื่องคอมพิวเตอร์ เครื่องมือสื่อสารโทรคมนาคม อุตสาหกรรมยานยนต์และอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์เกือบทุกชนิด
  จากสถานการณ์เงินบาทแข็งค่าขึ้นเทียบกับดอลลาร์สหรัฐ ล่าสุดลดลงมาแตะ 33.5 บาทต่อดอลลาร์ จากเมื่อปลายปีก่อนซึ่งอยู่ที่ 35.8 บาทต่อดอลลาร์ ย่อมส่งผลกระทบต่อบริษัทที่รับรู้รายได้เป็นสกุลเงินดอลลาร์อย่าง KCE ซึ่งมีโอกาสที่อัตรากำไรของบริษัทจะลดลงได้
  บล.ดีบีเอสวิคเคอร์ส (ประเทศไทย) ระบุว่า การที่เงินบาทแข็งค่าเทียบกับดอลลาร์สหรัฐ จึงปรับเปลี่ยนประมาณการสมมุติฐานค่าเงินบาทของ KCE จากเดิมคาดการณ์ไว้ที่ 36.6 บาทต่อดอลลาร์ ในช่วงปี 60 และ 61 ปรับเป็น 34.5 บาทต่อดอลลาร์ และ 35 บาทต่อดอลลาร์ ตามลำดับ ผลกระทบ คือ อัตรากำไรขั้นต้นปรับลดลงจากเดิม โดยปี 60 จาก 33.7% เป็น 33.5% และปี 61 จาก 34.3% เป็น 34.1% ฉะนั้น จึงปรับประมาณการปี 60 และปี 61 ลดลง 3% และ 5% ตามลำดับ
  อย่างไรก็ดี ได้ปรับเพิ่มคำแนะนำเป็น ซื้อ จากเดิม ถือ ด้วยราคาพื้นฐานใหม่ที่ 123 บาท อิง P/E ปี 61 ที่ 18 เท่า เพื่อสะท้อนแนวโน้มกำไรที่แข็งแกร่ง และ ROE สูง แม้ต้นทุนทองแดงได้เพิ่มขึ้น แต่ก็ได้รับการชดเชยจากประสิทธิภาพการผลิตที่ดีขึ้น เนื่องจากโรงงานแห่งใหม่สำหรับเฟส 1 และ 2 ได้ถึงจุดคุ้มทุน (Break Even) คือ อัตราการผลิตเป็น 100% มาตั้งแต่ไตรมาส 2/59 จึงได้รับประโยชน์จากภาวะ Economy of Scales รวมทั้งการควบคุมต้นทุนการผลิต สำหรับปีนี้คาดว่าจะเริ่มเฟส 3 ช่วยเพิ่มกำลังการผลิตอีก 24% จากปัจจุบัน ทั้งนี้ คาดว่าอัตราการเติบโตของกำไรปีนี้และปีนี้ จะอยู่ที่ 14% และ 18% จากปีก่อนหน้า
 ช่วง 4 ปีที่ผ่านมา KCE เป็นหนึ่งในหุ้นที่เติบโตดีอย่างต่อเนื่อง โดยกำไรเพิ่มขึ้นจาก 1.17 พันล้านบาท เมื่อปี 56 ขยับขึ้นมาเป็น 3.03 พันล้านบาท เมื่อปี 59 แต่ในช่วงไตรมาสแรกที่ผ่านมา กำไรของ KCE ค่อนข้างน่าผิดหวัง ทำได้ 662.2 ล้านบาท ลดลง 11.8% จากงวดเดียวกันของปีก่อน ด้วยเหตุนี้ทำให้นักวิเคราะห์บางรายมีมุมมองที่ต่างออกไป
  บล.ทิสโก้ ระบุว่า ผลประกอบการไตรมาส 1/60 อ่อนแอกว่าที่คาด โดยหากไม่รวมผลของอัตราแลกเปลี่ยนที่ 39 ล้านบาท กำไรจากการดำเนินงานจะอยู่ที่ 623 ล้านบาท ลดลง 14% จากปีก่อน โดยอัตรากำไรช่วงไตรมาส 1/60 ลดลงจาก 34% เป็น 30.7% เป็นผลจากเงินบาทที่แข็งค่าขึ้นซึ่งทำให้ยอดขายลดลง และราคาทองแดงที่เพิ่มขึ้นกดดันอัตรากำไรราว 2.5%
  ด้วยต้นทุนราคาทองแดงที่เพิ่มขึ้น และเงินบาทที่แข็งค่า ทำให้เรามองว่ามีความเสี่ยงเชิงลบต่อผลประกอบการ จึงแนะนำ ขาย ให้ราคาเหมาะสมที่ 88 บาท อิง P/E 15 เท่า ซึ่งประมาณการนี้ เราได้รวมปัจจัยบวกของการเพิ่มกำลังการผลิตและอัพไซด์ที่จำกัดเข้าไปแล้ว
  เช่นเดียวกับ บล.ทรีนีตี้ ซึ่งระบุว่า ผลประกอบการไตรมาส 1/60 ออกมาต่ำกว่าที่ตลาดคาดการณ์ไว้ โดยปัจจัยที่กดดัน ได้แก่ เงินบาทที่แข็งค่าในช่วงที่ผ่านมาซึ่งส่งผลกระทบต่ออัตราการเติบโตของยอดขายประมาณ 2% ต้นทุนทองแดงที่เริ่มมีการปรับตัวขึ้นมาตั้งแต่ปลายปี เราปรับประมาณการปีนี้ลงเหลือ 3,172 ล้านบาท จากเดิมที่ 3,539 ล้านบาท จากต้นทุนทองแดงที่กดดันในช่วงของครึ่งปีแรก รวมถึงปรับคาดการณ์อัตรากำไรขั้นต้นลงจากเดิมที่ 35% เหลือเพียง 33.6% เพื่อสะท้อนปัจจัยกดดันดังกล่าว พร้อมปรับราคาเป้าหมายใหม่เป็น 97.50 บาท จึงแนะนำ ขายก่อน และค่อยหาจังหวะซื้อใหม่
  ในส่วนของราคาทองแดงซึ่งเป็นหนึ่งในวัตถุดิบสำคัญสำหรับสินค้าของ KCE ล่าสุดอยู่ที่ประมาณ 2.7 ดอลลาร์ต่อปอนด์ ขยับขึ้นมาจากช่วงเดือน เม.ย. ซึ่งอยู่ที่ราว 2.5 - 2.6 ดอลลาร์ต่อปอนด์ อย่างไรก็ตามราคาปัจจุบันยังสูงกว่าช่วงเดียวกันของปีก่อนซึ่งอยู่ที่ประมาณ 2 - 2.3 ดอลลาร์ต่อปอนด์

 ดูเหมือนว่าสถานการณ์ของ KCE ในปีนี้จะแตกต่างออกไปจากที่ผ่านมา ด้วยฐานกำไรที่สูงขึ้น และสถานการณ์แวดล้อมอย่างค่าเงินและต้นทุนวัตถุดิบที่ไม่เอื้อ การจะเติบโตให้ได้ต่อเนื่องอีกปีจึงไม่ง่ายนัก จะเห็นได้จากไตรมาสแรกที่ผ่านมา ฉะนั้น การจะเข้าลงทุนในหุ้น KCE ชั่วโมงนี้ อาจจะต้องจับจังหวะกันให้ดียิ่งขึ้น เพราะหุ้นดีก็ติดดอยได้ หากเข้าผิดจังหวะ

RECOMMENDED NEWS

ข่าวยอดนิยม

Refresh


LATEST NEWS

ข่าวล่าสุด

Refresh

ดูข่าวทั้งหมด