หุ้นฮ็อต

| 19 กรกฎาคม 2560 | 13:45

KTC เด้งรับงบ Q2/60 ยังโตดี จับตาเกมหลังจากนี้อาจไม่ง่าย

       KTC รีบาวน์แรง หลังงบ Q2/60 ดีเกินคาด ทำสถิตินิวไฮรายไตรมาส แต่ยังต้องจับตา แผนปรับกลยุทธ์บรรเทาผลกระทบจากเกณฑ์คุมบัตรเครดิต-สินเชื่อส่วนบุคคลของแบงก์ชาติ ที่จะส่งผลชัดเจนตั้งแต่ครึ่งหลังปีนี้ สำรวจความเห็นนักวิเคราะห์หลายค่ายยังแนะซื้อ มองราคารับข่าวร้ายไปหมดแล้ว

  บมจ.บัตรกรุงไทย (KTC) ราคาปรับขึ้น พร้อมมูลค่าการซื้อขายหนาแน่น รับผลประกอบการไตรมาส 2/60 ออกมาดีกว่าคาด โดยเปิดที่ 108 บาท ก่อนปรับขึ้นแตะ 112 บาท และย่อลงมาปิดภาคเช้าที่ 110.50 บาท เพิ่มขึ้น 5 บาท หรือ 4.74% วอลุ่มเพิ่มขึ้น 474% จากค่าเฉลี่ย 5 วันทำการก่อนหน้า นับว่าเป็นการฟื้นตัว หลังจากเกือบหลุด 100 บาทไปเมื่อต้นเดือน ก.ค.ที่ผ่านมา 
 KTC ทำธุรกิจบัตรเครดิต และธุรกิจสินเชื่อบุคคล และมีธนาคารกรุงไทย เป็นผู้ถือหุ้นใหญ่สัดส่วน 49.45% มีผู้ถือหุ้นรายย่อยประมาณ 4,400 ราย 
  ณ สิ้นเดือนมิ.ย.60 บริษัทมีสมาชิก 3 ล้านบัญชี (+9% YoY) แบ่งเป็น บัตรเครดิต 2.18 ล้านบัตร (+10% YoY) และสินเชื่อบุคคล 8.5 แสนบัญชี (+8% YoY)
  ผลการดำเนินงาน KTC อยู่ในเกณฑ์ดี กำไรนิวไฮตลอด 4 ปี (56-59) จาก 1.2 พันล้านบาท , 1.7 พันล้านบาท, 2.0 พันล้านบาท และ 2.5 พันล้านบาทตามลำดับ เช่นเดียวกับราคาหุ้นเมื่อปี 56 จากระดับสูงสุด 51.50 บาท ขึ้นมาทำ all time high เมื่อปี 59 ที่ 156.50 บาท! 
  ขณะที่ปี 60 ราคาหุ้น KTC ย่อลงแตะระดับต่ำสุดในรอบเกือบ 1 ปีที่ 100 บาท เมื่อเดือนต้น ก.ค. ที่ผ่านมา จากความกังวลประเด็นที่ ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) จะออกเกณฑ์กำกับสินเชื่อบัตรเครดิต และสินเชื่อส่วนบุคคลที่เข้มงวดขึ้น ซึ่งอาจกระทบต่อการขยายฐานลูกค้าใหม่ของ KTC โดยผู้บริหารยอมรับเรื่องนี้จะกระทบผลการดำเนินงาน
 สัญญาณหุ้น KTC ฟื้นตัวขึ้นอีกครั้ง หลังประกาศผลการดำเนินงานไตรมาส 2/60 มีกำไรสุทธิ 787 ล้านบาท สูงสุดเป็นประวัติการณ์รายไตรมาส และมากกว่าที่ตลาดฯ คาดการณ์           สำรวจความเห็นนักวิเคราะห์หลักทรัพย์ มองว่าผลกระทบจากเกณฑ์ใหม่จะเกิดขึ้นแน่นอนในครึ่งหลังปีนี้ และเต็มที่ในปีหน้า หลายค่ายหั่นราคาเป้าหมาย แต่จากความสามารถในการสร้างรายได้ และคุมค่าใช้จ่าย รวมถึงคุณภาพสินทรัพย์ที่แข็งแกร่ง ส่วนใหญ่ยังคงคำแนะนำ "ซื้อ" KTC ราคาเหมาะสมอยู่ระหว่าง 111-156 บาท 
  บล.ฟินันเซีย ไซรัส กล่าวว่า กำไรสุทธิ Q2/60 ดีกว่าคาดและทำจุดสูงสุดใหม่ที่ 787 ลบ. โต 7% QoQ และโต 36% YoY จากรายได้ดอกเบี้ยรับและค่าธรรมเนียมที่ดีกว่าคาดมาก กำไรสุทธิครึ่งปีแรกอยู่ที่ 59% ของประมาณการทั้งปีที่ 2.57 พันล้านบาท โต 3% YoY ยังมีอัพไซด์เพิ่มเติมจากค่าใช้จ่ายทางการตลาดและ Credit cost ที่น้อยกว่าคาด คงคำแนะนำซื้อ ราคาเป้าหมาย 120 บาท
  บล.กรุงศรี กล่าวว่า นักลงทุนมีมุมมองที่เป็นบวกต่อคุณภาพสินทรัพย์ที่แข็งแกร่ง แต่ยังเป็นกังวลกับยอดใช้จ่ายบัตรเครดิตที่ชะลอตัว และความเสี่ยงที่จะมีเกณฑ์ใหม่มาคุมเพิ่มเติม บล.กรุงศรี ได้ปรับลดประมาณการกำไรสุทธิปี 60-61 ลง 5-11% ตามสินเชื่อที่ชะลอตัว และ NIM ที่ลดลง
  คาดการณ์การเติบโตของกำไรปี60-62 โตในระดับ 10% เท่ากัน และปรับเพิ่มคำแนะนำเป็น "ซื้อ" แต่ปรับลดราคาเป้าหมายลงเหลือ 135 บาท (จาก 150 บาท) คิดเป็น P/E ปี 60 ที่ 12.7 เท่า และ P/BV ที่ 2.9 เท่า มองว่าราคาหุ้นสะท้อนข่าวร้ายทั้งหลายไปหมดแล้ว จึงเป็นโอกาสดีที่จะเข้าซื้อ
  บล.แลนด์ แอนด์ เฮ้าส์ คาดเกณฑ์ใหม่จะกระทบเต็มที่เริ่มใน Q4/60 ทั้งยอดใช้จ่ายผ่านบัตรเติบโตชะลอลง ,พอร์ต สินเชื่อขยายตัวต่ำลง , NIM แคบลงจากเพดานดอกเบี้ย จึงคาดว่า กำไรปีนี้น่าจะเติบโตได้ใกล้เคียงแผนคือ 9% YoY แต่ปีหน้าซึ่งมีผลกระทบเต็มปี กำไรหดตัว -7% YoY เหลือ 2.5 พันลบ.   อย่างไรก็ตาม มองว่า KTC ยังมีเครื่องมือรักษากำไรจากการลดค่าใช้จ่ายสำรอง เพราะ Coverage ratio แข็งแกร่งถึง 529% ราคาหุ้นสะท้อนข่าวร้ายไปแล้ว แนะ "ซื้อ" เป้าหมาย 122 บาท
บล.ธนชาต คาดว่ามาตรการกำกับสินเชื่อบัตรเครดิต และสินเชื่อบุคคลที่จะออกมาใหม่นี้จะส่งผลกระทบต่อผลกำไรในครึ่งปีหลังนี้ แต่เชื่อว่าราคาหุ้นที่ปรับตัวลงมาได้สะท้อนผลของข่าวร้ายนี้ไปแล้ว จึงยังคงคำแนะนำ "ซื้อ" ราคาเป้าหมาย 156 บาท 
  บล.ไอร่า กล่าวว่า แม้กำไรครึ่งปีแรกจะคิดเป็น 54% ของประมาณการทั้งปี แต่ก็ยังกังวลเกี่ยวกับมาตรการควบคุมหนี้ครัวเรือนที่จะออกมาในช่วงต้นเดือน ส.ค. นี้ คาดจะออกมาเป็นใน 2 ลักษณะ คือ 1) ควบคุม Credit Limit สำหรับลูกค้าใหม่ ซึ่งจะไม่กระทบต่อประมาณการกำไรที่ทำไว้ 2) ปรับลดดอกเบี้ยจาก 20% ลงเหลือ 18% บังคับใช้ทั้งลูกค้าเก่าและใหม่ จะส่งผลกระทบต่อ EPS ปี 60 ที่ 1.88 บาท และ ปี 61 ที่ 2.12 บาท แต่คาดว่า ธปท.จะควบคุมเฉพาะ Credit Limit มากกว่า จึงยังคงคำแนะนำ "ถือ" ราคาเป้าหมาย 111 บาท

 กำไร Q2/60 ที่เติบโตแข็งแกร่งอาจจะช่วยลดความกังวลจากกฎเกณฑ์ ธปท.ไปได้ชั่วคราว แต่สิ่งที่ตลาดรอคอย คือ กติกาใหม่ที่น่าจะประกาศอย่างเป็นทางการในเดือน ส.ค.นี้ ซึ่งจะกระทบ KTC แน่นอน ตั้งแต่ครึ่งหลังของปีนี้เป็นต้นไป ส่วนจะมากน้อยเพียงใด คงต้องขึ้นอยู่กับแผนการรับมือของผู้บริหาร เพื่อรักษาการเติบโตของกำไร บนฐานรายได้ที่ใหญ่ขึ้น ท้ายที่สุดแล้วผลการดำเนินงานที่ออกมา จะเป็นตัวพิสูจน์เองว่า ที่ผ่านมาราคาหุ้น KTC รับข่าวร้ายไปหมดแล้วหรือยัง

RECOMMENDED NEWS

ข่าวยอดนิยม

Refresh


LATEST NEWS

ข่าวล่าสุด

Refresh

ดูข่าวทั้งหมด