หุ้นฮ็อต

| 19 กรกฎาคม 2560 | 09:20

TMB โดนเท แม้กำไรดีกว่าคาด แต่แนวโน้มครึ่งปีหลังยังน่าห่วง

 TMB ปิดร่วง 2.56% แม้กำไรไตรมาส 2/60 ดีกว่าคาด โบรกฯ แจงกำไรปูดจากรายการพิเศษราว 800-1,000 ล้านบาท ขณะที่แนวโน้มครึ่งปีหลังยังน่าห่วง จากการตั้งสำรองฯ ที่เพิ่มขึ้น

  ราคาหุ้น ธนาคารทหารไทย จำกัด (มหาชน) หรือ TMB ล่าสุดปิดที่ 2.28 บาท หรือลดลง 2.56% จากวันก่อนหน้า แม้บริษัทจะเพิ่งรายงานกำไรไตรมาส 2/60 ที่ 2.33 พันล้านบาท เติบโต 8.3% จากปีก่อน และยังดีกว่าที่ตลาดคาดการณ์ไว้กว่า 10% ขณะที่รายได้รวมอยู่ที่ 9.5 พันล้านบาท เพิ่มขึ้น 11.6% จากปีก่อน
  TMB ดำเนินธุรกิจธนาคารพาณิชย์เต็มรูปแบบแก่ลูกค้า 3 กลุ่มหลัก คือ กลุ่มลูกค้าธุรกิจขนาดใหญ่ ขนาดกลางและขนาดย่อม และลูกค้ารายย่อย โดยมีกลุ่ม ไอเอ็นจี สถาบันการเงินของประเทศเนเธอร์แลนด์ เป็นพันธมิตรทางธุรกิจและผู้ถือหุ้นรายใหญ่ร่วมกับกระทรวงการคลัง
  ช่วง 3 สัปดาห์ที่ผ่านมาราคาหุ้น TMB ส่งสัญญาณเชิงบวก ขยับจาก 2.20 บาท ขึ้นไปแตะ 2.40 บาท แต่หลังจากที่บริษัทรายงานกำไรไตรมาส 2/60 แม้จะออกมาดีกว่าคาด แต่ราคาหุ้นกลับถูกขายออกมาจนล่าสุดลงมาปิดที่ 2.28 บาท ซึ่งเป็นราคาต่ำสุดวานนี้ (18 ก.ค.)
  ประเด็นสำคัญอย่างหนึ่งที่ทำให้เกิด sell on fact ออกมาในครั้งนี้ อาจจะเป็นเพราะกำไรที่เติบโตในไตรมาส 2/60 เป็นเพราะกำไรพิเศษที่เกิดขึ้นเพียงครั้งเดียว แต่เมื่อพิจารณาในส่วนของผลการดำเนินงานจริงๆ แล้ว กำไรของ TMB ยังไม่ได้ดีอย่างที่หวังกันไว้
  บล.เคจีไอ ระบุว่า ผลประกอบการของ TMB ในไตรมาส 2/60 สูงกว่าประมาณการของเรา และ consensus 22% และ 18% ตามลำดับ เนื่องจากการบันทึกรายได้พิเศษจากการเป็น exclusive agent ให้กับ FWD Insurance ในขณะที่กำไรสุทธิงวด 6 เดือน อยู่ที่ 4.4 พันล้านบาท เพิ่มขึ้น 4.3% คิดเป็น 49% ของประมาณการทั้งปี
  จากการที่ TMB ได้บรรลุข้อตกลงที่จะเป็น exclusive agent ให้กับ FWD Insurance โดยมีกำหนดอายุสัญญา 15 ปี (เริ่มตั้งแต่เดือน ม.ค. 60) ทำให้ธนาคารบันทึกรายได้ค่าธรรมเนียมพิเศษจาก FWD Insurance ประมาณ 800 – 1,000 ล้านบาท ในไตรมาส 2/60 และรายการที่เกิดขึ้นเพียงครั้งเดียวนี้ก็ทำให้ Non-NII โตเกินปกติในไตรมาสนี้ แต่หากไม่รวมรายการนี้ กำไรสุทธิจะอยู่ในระดับที่ไม่น่าตื่นเต้น และต่ำกว่าประมาณการของเรา
  โดยรวมยังคงแนะนำเพียง ถือ TMB จากการที่ธนาคารมีการปล่อยกู้ให้กับลูกหนี้กลุ่ม SME สูงมากกว่า 50% ของพอร์ตสินเชื่อ และเหลืออัพไซด์ถึงราคาเป้าหมายของอีกไม่มากแล้ว นอกจากนี้การปล่อยให้เงินฝากไหลออก 6.7% เทียบกับสินเชื่อโต 4% ทำให้สัดส่วนสินเชื่อต่อเงินฝากขึ้นมาแตะระดับ 102% (จาก 92% เมื่อปีก่อน) ธนาคารต้องจำเป็นระดมเงินฝากเพิ่ม ซึ่งจะกดดันต่อ NIM ในอนาคตข้างหน้า
  ด้าน บล.เอเซียพลัส ระบุว่า TMB รายงานกำไรสุทธิดีกว่าคาด โดยมาจากรายได้ค่าธรรมเนียมฯ access fee ที่ทยอยรับรู้ ซึ่งมีการบันทึกย้อนหลังสำหรับไตรมาส 1/60 ด้วย หากไม่รวมรายการดังกล่าว พบว่ากำไรจากธุรกิจหลักเติบโตต่ำกว่าคาด ส่วนใหญ่เป็นผลจากการเพิ่มขึ้นของค่าใช้จ่ายพนักงาน หักล้างผลบวกของสินเชื่อสุทธิที่เติบโต และ NIM ที่ยังทรงตัวได้ดีกว่าคาด ส่วนแนวโน้มในไตรมาส 3/60 คาดอ่อนตัวลงจากไตรมาส 2/60 เนื่องจากการลดลงของรายได้ค่าธรรมเนียมฯ ที่บันทึกเข้ามามากเกินปกติในงวดไตรมาส 2/60 แต่ในส่วนของธุรกิจหลัก ประเมินว่ายังทรงตัว เช่นเดียวกับค่าใช้จ่ายสำรองหนี้ฯ และ NPL
  ทั้งนี้ แม้ว่า TMB ยังมี downside risk เนื่องจาก NIM ในช่วงครึ่งปีแรกทำได้เพียง 3.11% ต่ำกว่าที่ประเมินไว้ที่ 3.24% เนื่องจากการปล่อยสินเชื่อในกลุ่มผลตอบแทนต่ำ ทั้งสินเชื่อรายใหญ่และสินเชื่อที่อยู่อาศัย และการลดลงของต้นทุนดอกเบี้ยจ่ายเริ่มจำกัดมากขึ้น แต่น่าจะได้แรงหนุนจากการเพิ่มขึ้นของรายได้ค่าธรรมเนียมฯ จากธุรกรรม bancassurance ที่ร่วมกับ FWD ประกันชีวิต ทำให้คาดกำไรสุทธิปี 60-61 เติบโต 11.9% และ 8.6% แต่ราคาหุ้นปัจจุบันมีอัพไซด์เหลือน้อยเมื่อเทียบกับราคาเหมาะสมที่ 2.40 บาท แนะนำให้สลับไปลงทุนในหุ้นธนาคารพาณิชย์อื่นๆ 
  ขณะที่ บล.บัวหลวง ระบุว่า แนวโน้มไตรมาส 3/60 ของ TMB คาดกำไรจะเติบโตได้ จากแนวโน้มรายได้ค่าธรรมเนียมที่เติบโตดี โดยคงประมาณการกำไรปี 60 ที่ 9.8 พันล้านบาท อย่างไรก็ดีเรามองว่าผลประกอบการของธนาคารยังคงค่อยเป็นค่อยไปในช่วงครึ่งปีหลัง ในขณะที่เรากังวลต่อความเสี่ยงของกำไร จากการตั้งสำรองที่ที่อาจมากกว่าคาด จึงคงคำแนะนำ ขาย
  สำหรับการตั้งสำรองฯ ของ TMB ในช่วงไตรมาส 2/60 อยู่ที่ 2,282 ล้านบาท ยังคงสูงขึ้นจากปีก่อนซึ่งอยู่ที่ 1,998 ล้านบาท และสูงขึ้นจากไตรมาสแรก ซึ่งอยู่ที่ 2,241 ล้านบาท
  ขณะเดียวกัน หากพิจารณามูลค่าหุ้นในมุมของค่า P/E เทียบกับหุ้นในกลุ่มธนาคารตัวอื่นๆ แล้ว TMB ก็ดูเหมือนจะไม่ถูกนัก จากค่า P/E ปัจจุบันที่ 12.14 เท่า เกือบจะสูงที่สุดในกลุ่ม โดยเป็นรองเพียง ธนาคารกรุงศรีอยุธยา (BAY) ซึ่งอยู่ที่ 12.18 เท่า ขณะที่ค่า P/BV ล่าสุดอยู่ที่ 1.16 เท่า 

  ที่ผ่านมาผลประกอบการของ TMB ถูกกดดันจากการตั้งสำรองฯ ในสัดส่วนที่สูงมาโดยตลอด ขณะที่การเติบโตของสินเชื่อก็ยังไม่ได้โดดเด่นมากนัก ที่ผ่านมาเราจึงเห็นราคาหุ้นของ TMB ปรับตัวขึ้นได้ต่ำกว่าตลาด ฉะนั้น หากแนวโน้มการตั้งสำรองฯ ยังคงเพิ่มขึ้น โอกาสที่จะได้เห็นราคาหุ้น TMB กลับมาโดดเด่นอีกครั้งคงจะไม่ง่ายนัก

RECOMMENDED NEWS

ข่าวยอดนิยม

Refresh


LATEST NEWS

ข่าวล่าสุด

Refresh

ดูข่าวทั้งหมด