หุ้นฮ็อต

| 18 กรกฎาคม 2560 | 09:16

JMART คึกคัก เก็งงบ Q2/60 กำไรแรง - ราคา laggard หุ้นลูก

  JMART เทรดคึก ดันหุ้นนิวไฮรอบ 3 เดือน เก็งงบ Q2/60 กำไรโตแรง โบรกฯ มีโอกาสปรับประมาณการขึ้น แถมราคา laggard หุ้นลูก JMT

  ราคาหุ้น บริษัท เจ มาร์ท จำกัด (มหาชน) หรือ JMART วานนี้ (17 ก.ค.) ปิดที่ระดับสูงสุดของวัน 14 บาทเพิ่มขึ้น 0.90 บาท หรือ 6.87% ซึ่งเป็นระดับสูงสุดในรอบ 3 เดือน พร้อมกับปริมาณหุ้นที่ซื้อขายเพิ่มขึ้นกว่า 466% จากค่าเฉลี่ย 5 วันทำการก่อนหน้า จากที่คยเทรดวันละ 3.7 ล้านหุ้น เพิ่มเป็น 17.23 ล้านหุ้น 
  JMART เป็นบริษัทโฮลดิ้ง มีบริษัทย่อยที่ดำเนินธุรกิจอยู่ 6 บริษัท คือ
  1. บริษัท เจมาร์ท โมบาย จำกัด ซึ่งบริษัทถือหุ้น ในสัดส่วนร้อยละ 99.99 ประกอบธุรกิจจัดจำหน่ายโทรศัพท์เคลื่อนที่และอุปกรณ์ที่เกี่ยวข้อง ทั้งค้าปลีกและค้าส่ง ทั้งนี้ เจมาร์ท โมบาย เป็นบริษัทแกนของบริษัทตามหลักเกณฑ์การประกอบธุรกิจโฮลดิ้ง
  2. บริษัท เจ เอ็ม ที เน็ทเวอร์ค เซอร์วิสเซ็ส จำกัด (มหาชน) หรือ JMT ซึ่งบริษัทถือหุ้นอยู่ในสัดส่วนร้อยละ55.88 ดำเนินธุรกิจติดตามหนี้ บริหารหนี้ด้อยคุณภาพ ให้บริการสินเชื่อลิสซิ่งและสินเชื่อรายย่อย
  3. บริษัท เจเอเอส แอสเซ็ท จำกัด (มหาชน) ซึ่งบริษัทถือหุ้นอยู่ในสัดส่วนร้อยละ 67.50 ดำเนินธุรกิจบริหารพื้นที่เช่าในส่วนของธุรกิจมือถือ และศูนย์การค้าแบบคอมมูนิตี้ มอลล์
  4. บริษัท เจ ฟินเทค จำกัด ซึ่งบริษัทถือหุ้น ในสัดส่วนร้อยละ 90.1 ดำเนินธุรกิจให้บริการสินเชื่อลิสซิ่งและสินเชื่อรายย่อย
  5. บริษัท เจ แคปปิตอล จำกัด ซึ่งบริษัทถือหุ้นอยู่ในสัดส่วนร้อยละ 99.99 ดำเนินธุรกิจเกี่ยวกับการลงทุน
  6. บริษัท สมาร์ทไอเท็ม จำกัด ซึ่งบริษัทถือหุ้นอยู่ในสัดส่วนร้อยละ 99.99 ดำเนินธุรกิจพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ (ขายสินค้าบนเครือข่ายอินเตอร์เน็ต)
  รวมทั้งบริษัทย่อยที่ JMART ถือหุ้น ทางอ้อม ถือหุ้นโดย JMT ประกอบด้วย 
  1. บริษัท เจ อินชัวรันซ์ โบรกเกอร์ จำกัด ดำเนินธุรกิจเพื่อเป็นนายหน้าขายประกันภัยให้กับบริษัทฯ ประกันภัยต่างๆ โดย JMT ถือหุ้น ในสัดส่วนร้อยละ 99.99
  2. บริษัท บริหารสินทรัพย์ เจ จำกัด ดำเนินธุรกิจเพื่อรับซื้อหนี้ด้อยคุณภาพที่มีภาระผูกพันทางกฎหมาย โดยเจเอ็มที ถือหุ้น ในสัดส่วนร้อยละ 99.99
  และบริษัทร่วมที่บริษัทถือหุ้น คือ บริษัท ซิงเกอร์ประเทศไทย จำกัด (มหาชน) หรือ SINGER โดยJMART ถือหุ้น ในสัดส่วนร้อยละ 24.99 โดยเพิ่งเข้าไปซื้อหุ้นในปี 58 
  สัญญาณหุ้น JMART ที่พุ่งแรงวานนี้ เป็นการเก็งกำไรงบไตรมาส 2/60 ที่นักวิเคราะห์คาดว่าจะเติบโตดี โดยมีโอกาสที่จะปรับประมาณการขึ้น นอกจากนี้ Flagship Apple Store เตรียมเปิดที่ ไอคอนสยาม ยังส่งผลบวกต่อหุ้นในกลุ่มค้าปลีกมือถืออีกด้วย
  บล. เคจีไอ ระบุว่า Flagship Apple Store เตรียมเปิดที่ ไอคอนสยาม กระทบต่อหุ้นกลุ่มค้าปลีกมือถือเป็นบวก ดังนี้ 1) เป็น Flagship Store ที่จะกระตุ้นการตลาดสินค้า Apple ในไทย ซึ่งจะเน้นเปิดเพียง 1 – 2 แห่งใจกลางเมือง จึงเป็นบวกต่อยอดขายสาขาในต่างจังหวัด และผู้ประกอบการฯ อย่าง COM7 และ JMART (COM7 ไม่มีสาขาใจกลางเมือง) 
  2) Apple ให้ความสำคัญกับตลาดไทยมากขึ้น มีโอกาสเลื่อนการจัดชั้นไทยขึ้น (เดิมไทย จะได้สินค้าใหม่ เช่น iPhone ใหม่ ช้าและน้อยกว่าประเทศอื่น) 
  3) การจัดอันดับดัชนีการเข้าถึงบริการดิจิทัล ของ Global Connectivity index (GCI) ประจำปี 2560 ไทยอยู่อันดับที่ 33 (ขึ้นจาก 35) จากการจัดอันดับ 50 ประเทศทั่วโลก ยังชี้ให้เห็นถึงช่องว่างในการเข้าถึงฯ ของไทยที่ยังไม่ถึงจุดอิ่มตัวและสามารถพัฒนาขึ้นได้อีกมาก (ดีมานด์สมาร์ทโฟน / คอมพิวเตอร์ ในต่างจังหวัดยังมีช่องว่างอีกมาก) แนะนำ “เก็งกำไร” COM7 และ JMART 
  ด้าน บล.บัวหลวง คาดกำไร 2Q17 ของ JMART ที่ 125 ล้านบาท เติบโต 23%YoY และ 7%QoQ ได้ปัจจัยหนุนจาก รายได้การขายอุปกรณ์สื่อสารฯ-สมาร์ทโฟน ซึ่งเป็นกำไรหลักราว 50% ที่คาดจะเติบโตได้อย่างต่อเนื่อง หนุน SSSG เติบโตสูง โดยยอดขายรวมคาดเติบโตได้ในระดับ 15% ได้อีกปัจจัยหนุนจากยอดขายผ่านสมาร์ทโฟน SINGER คาดจะช่วยให้ SINGER มีผลประกอบการที่ฟื้นตัว และคาดไม่ขาดทุนในไตรมาสนี้ นอกจากนี้ BLS คาดกำไร JMT จะเติบโตสูงเป็น 90 ล้านบาท (โตราว 160%YoY) 
  เรามองว่ามีโอกาสที่จะมีการปรับประมาณการกำไรขึ้นหลังจากงบฯ ออก เพราะกำไร 1H17 ตามที่เราคาดจะคิดเป็น 47% ของประมาณการกำไรทั้งปี 2017 ในขณะที่กำไร 1H16 คิดเป็นเพียง 43% ของกำไรปี 2016 ดังนั้นเรามองว่าประมาณการกำไรมีโอกาสปรับขึ้นได้หากงบฯ ออกมาดีตามคาด 
  ในขณะที่หากเทียบกับหุ้นลูกคือ JMT พบว่าราคาหุ้น JMART ปรับขึ้นเพียง 12.63% จากต้นปี ในขณะที่ JMT ปรับขึ้นถึง 48.28% นับว่ายัง laggard อยู่มาก อีกทั้งปัจจุบัน P/E ยังต่ำกว่ากลุ่ม
  บล.บัวหลวง ระบุ ในช่วง 1 เดือนที่ผ่านมาราคาหุ้น JMT ปรับตัวขึ้นมาราว 30-35% JMART ถือหุ้น JMT 56% ดังนั้นหากคำนวนจาก NAV ที่เพิ่มขึ้น คาดราคาหุ้น JMART ควรปรับตัวขึ้นสะท้อน 17-20% ในขณะที่ผ่านมา JMART ปรับตัวขึ้นเพียง 6% เท่านั้น ดังนั้นเราประเมินว่าหาก JMART ปรับตัวขึ้นสะท้อน NAV อย่างเต็มที่ ราคาหุ้น JMART ควรอยู่ที่ 14.40-14.80 บาท
  ราคาหุ้นปัจจุบันเทรดบน P/E 18.5 เท่า ซึ่งกำไรราว 50% ของบริษัทมาจากธุรกิจค้าปลีกและมือถือ และอีกราว 50% มาจาก JMT ซึ่งทำธุรกิจในกลุ่มสินเชื่อบุคคล โดย P/E ค่าเฉลี่ยของทั้งสองกลุ่มนี้อยู่ที่ 25-30 เท่า เรามองว่าราคาหุ้นจะ Re-Rate ขึ้นไปเทรดบน P/E สูงเท่ากลุ่มฯได้ 
  ด้าน บล.กรุงศรี แนะซื้อเก็งกำไร JMART(เป้า Consensus 15.50 บาท จากประเด็น 1) ราคายัง Laggard หุ้นลูก โดย MTD ราคาหุ้น JMT ซึ่ง JMART ถือหุ้น 56% ปรับตัวขึ้น 14% ขณะที่ JMART เพิ่มขึ้นเพียง 3%, 2)แนวโน้มผลประกอบการ 2Q17 เติบโตต่อเนื่องจากยอดขายที่เพิ่มขึ้นและผลกำไรจากบริษัทลูก JMT ที่สูงขึ้น, 3) J-Fintech ธุรกิจปล่อยสินเชื่อคาดพลิกมีกำไรในปีนี้จากที่ขาดทุน 150 ล้านบาทในปีที่ผ่านมา

  หากเทียบการปรับขึ้นของ JMT ราคา JMART ก็ควรอยู่ที่ 14.40-14.80 บาท ซึ่งเหลืออัพไซด์อีกไม่มาก แต่หากเทียบกับราคาเหมาะสมที่ 16 บาท ก็นับว่ายังมีช่องให้ทำกำไร ที่สำคัญคืองบไตรมาส 2/60 ที่กำลังจะประกาศออกมาจะเติบโตตามคาดหรือไม่ เป็นจุดที่ต้องจับตาอย่างใกล้ชิดเช่นกัน

RECOMMENDED NEWS

ข่าวยอดนิยม

Refresh


LATEST NEWS

ข่าวล่าสุด

Refresh

ดูข่าวทั้งหมด