หุ้นฮ็อต

| 14 กรกฎาคม 2560 | 13:55

NVD เด้งรับงบเทิร์นอะราวด์ ไม่หวั่นแม้ขาย PP ราคาต่ำ

         NVD ทำนิวไฮในรอบ 6 เดือน แม้เพิ่มทุนขาย PP ต่ำกว่าราคากระดาน สำรวจพบกองทุนชื่อดังทั้ง ตปท.และไทยใส่เงิน จับตาอนาคต หลังโบรกฯ คาดปีนี้พลิกมีกำไร เป็นจุดเริ่มต้นของการเทิร์นอะราวด์ เคาะเป้าหมาย 6.72 บาท แต่ระวังราคาหุ้นขึ้นแรงตลอดสัปดาห์ อาจเจอแรงขายทำกำไร

  บมจ.เนอวานา ไดอิ (NVD) ราคาแรงต่อเนื่องตั้งแต่ต้นสัปดาห์ ทำจุดสูงสุดรอบ 6 เดือน พร้อมมูลค่าการซื้อขายหนาแน่น โดยเปิดที่ 5.60 บาท ก่อนปรับขึ้นแตะ 6.00 บาท สูงสุดในรอบ 6 เดือน และย่อลงมาปิดภาคเช้าที่ 5.80 บาท เพิ่มขึ้น 0.40 บาท หรือ 7.41% มูลค่าการซื้อขายสูงสุดเป็นอันดับ 1 ในตลาด mai พร้อมด้วยวอลุ่มเทรดสูงผิดปกติ 752% เมื่อเทียบค่าเฉลี่ย 5 วันทำการก่อนหน้า
 NVD เป็นแกนหลักในสายธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ของกลุ่มสิงห์ โดยมี บมจ.สิงห์ เอสเตท (S) เป็นถือหุ้นใหญ่ราว 60% และมีผู้ถือหุ้นรายย่อยประมาณ 1,500 ราย ปัจจุบันมีโครงการอสังหาริมทรัพย์ภายใต้กลุ่ม NVD ราว 15 โครงการ
  NVD เกิดจากการควบรวมกิจการระหว่าง ไดอิกรุ๊ป และ เนอวานา ดีเวลลอปเมนท์ เมื่อปลายปี 59 ก่อนเปลี่ยนชื่อบริษัทเป็น เนอวานา ไดอิ พร้อมเปลี่ยนชื่อหุ้นจาก DAII เป็น NVD เมื่อวันที่ 9 พ.ค.ที่ผ่านมา
  ปัจจุบัน NVD ประกอบธุรกิจ 4 กลุ่มหลัก โดย 3 กลุ่มแรกเป็นธุรกิจดั้งเดิมคือ 1.ผลิตภัณฑ์รั้วสำเร็จรูป ภายใต้เครื่องหมายการค้า FENZER 2.ธุรกิจรับสร้างบ้าน 3.ธุรกิจผลิตภัณฑ์ประตูและอลูมิเนียมสำเร็จรูป และ 4.สายธุรกิจใหม่ คือพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ผ่าน "เนอวานา ดีเวลลอปเม้นท์"
  ด้านราคาหุ้น NVD เคยทำยอดดอยไว้ที่ 6.25 บาทเมื่อกลางเดือน ม.ค.60 ต้อนรับการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างผู้ถือหุ้น โดยมี สิงห์ เอสเตท เข้ามาถือหุ้นใหญ่อย่างเป็นทางการ ก่อนจะไซด์เวย์อยู่ระดับ 4-5 บาท
 ผลการดำเนินงาน NVD ในช่วงปี 57-58 มีกำไรสุทธิในระดับเพียง 12-13 ล้านบาท และพลิกขาดทุนกว่า 15 ล้านบาท ในปี 59 ก่อนที่จะเทิร์นอะราวด์เป็นกำไรถึง 60 ล้านบาทในไตรมาส 1/60 เพิ่มขึ้น 200% จากที่ขาดทุน 60 ล้านบาทในงวดไตรมาส 1/59 
  การพลิกมีกำไรในไตรมาส 1/60 นี้ เป็นผลจากการขยายสู่ "ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์" ทางลัดผ่านการลงทุนใน "บ.เนอวานาฯ" ที่เริ่มเห็นผลอย่างเป็นรูปธรรม จากโครงการอสังหาริมทรัพย์ในกลุ่มราว 15 โครงการ และบางโครงการพร้อมโอนทันที สะท้อนจากรายได้งวดไตรมาส 1/60 ที่ 681 ล้านบาท เป็นรายได้จากอสังหาฯ ถึง 537 ล้านบาท
  ล่าสุด NVD เดินหน้าระดมทุนนำเงินขยายธุรกิจอสังหาฯ โดยการเพิ่มทุนขายให้นักลงทุนเฉพาะเจาะจง (PP) เป็นครั้งที่ 2 ให้นักลงทุน 18 รายจำนวน 147.30 ล้านหุ้น ราคาหุ้นละ 5 บาท ชำระเงินสัปดาห์หน้า หลักๆ จะนำไปใช้ในโครงการดีฟายน์ กรุงเทพกรีฑา และโครงการเนอวานา ไอคอน กรุงเทพกรีฑา 
  สัญญาณหุ้น NVD ถูกกระชากขึ้นแรง จนทำนิวไฮในรอบ 6 เดือนที่ 6 บาท พร้อมวอลุ่มหนาแน่นผิดปกติ แม้ว่าจะเคาะราคาขายหุ้นเพิ่มทุน PP เพียง 5 บาท ต่ำกว่าราคากระดาน แต่รายชื่อผู้ซื้อน่าสนใจ โดยพบว่ามีกองทุนจากต่างชาติเข้าใส่เงินทั้ง Templeton Fund และกองทุนในไทย คือ กองทุนส่วนบุคคล บล.ไทยพาณิชย์ จำนวน 95 กองทุน 
  เช่นเดียวกับการเพิ่มทุนขาย PP เมื่อกลางเดือน มิ.ย.ที่ผ่านมาราว 52 ล้านหุ้น ก็ได้รับความสนใจจากนักลงทุนสถาบันทั้งไทยและต่างประเทศเข้าซื้อหุ้น โดยมี RVC Emerging Asia Fund เป็นกองทุนสัญชาต Cayman Island เข้าซื้อ 2.7 ล้านหุ้น
  ด้านนักวิเคราะห์ มองว่า NVD เป็นหุ้นในกลุ่มสิงห์ ที่เติบโตสูงและรวดเร็ว จากโครงการคอนโดฯ ใกล้ไอคอนสยาม มูลค่าสูงถึง 6 พันล้านบาท และยังมีที่ดินเปล่าทำเลดีจำนวนมาก ที่จะพัฒนาเป็นโครงการแนวราบ และยังสามารถตัดขายที่ดินเปล่าบางส่วนที่อยู่ติดถนนใหญ่ได้อีกด้วย ซึ่งจะสามารถสร้างผลกำไรได้รวดเร็วในช่วง 3 ปีข้างหน้านี้ 
  บล.ดีบีเอส วิคเคอร์ส คาดว่าปีนี้จะเห็นพัฒนาการกำไรของ NVD อย่างน่าทึ่งราว 291 ล้านบาท ..จากปีก่อนที่ขาดทุนเกือบ 16 ล้านบาท เนื่องจากปีนี้รับรู้รายได้จากการรวมเนอวาน่าเข้ามาเต็มปี ส่วนปี61และ 62 โตก้าวกระโดด 49% YoY และ 102% YoY ตามลำดับ โดยจะทยอยรับรู้รายได้ 2 โครงการใหญ่ที่คาดว่ายอดขายจะดีมากคือ 1.คอนโดฯ ใกล้ไอคอน สยาม และรถไฟฟ้าสายสีทอง ชื่อ "Banyan Tree Residence Bangkok" มูลค่า 6 พันล้านบาท คาดเปิดขาย ก.ย.60 สร้างเสร็จปลายปี 61 แล้วไปโอนเต็มที่ในปี 62 และ 2.บ้านแนวราบ โครงการ "Difine ศรีนครินทร์-ร่มเกล้า" มูลค่าขาย 2 พันล้านบาท คาดเปิดขาย Q4/60 
 ปัจจุบัน บริษัทฯ มีโครงการที่เปิดขาย 1.4 หมื่นล้านบาท และมียอดขายรอโอน (Backlog) ณ ปลาย มิ.ย.60 ที่ 790 ล้านบาท 
  หลังเพิ่มทุน PP จำนวนหุ้นจะเพิ่มขึ้นเป็น 1,380.60 ล้านหุ้น ทำให้ market cap เป็น 7.5 พันล้านบาท นอกจากนี้ ยังจะมี ESOP-W1 อีกจำนวน 25 ล้านหน่วยที่จะแปลงเป็นหุ้นสามัญในอนาคตอีกด้วย 
  ดีบีเอสฯ จึงแนะนำ ซื้อ มองว่า NVD เป็นหัวหอกสำคัญในกลุ่ม S ที่ได้มาจากการรวมกิจการ มีการเติบโตผลการดำเนินงานที่น่าสนใจ ราคาพื้นฐานที่ 6.72 บาท มีส่วนเพิ่มได้อีกถึง 24% ส่วนราคาพื้นฐานอีก 2 ปีข้างหน้า (ในปี 62) อยู่ที่ 7.40 บาท

 จากนี้ไปคงต้องจับตาอนาคตของ NVD ในฐานะแกนหลักด้านอสังหาฯ ของกลุ่มสิงห์ ซึ่งภายหลังการเพิ่มทุน PP นอกจากจะทำให้ขนาดมาร์เก็ตแคปเพิ่มขึ้นแล้ว สภาพคล่องในการซื้อขายจะดีขึ้น โดยสัดส่วนการถือหุ้นของ S จะลดลงจาก 60% เหลือราว 51% ด้านราคาพื้นฐาน NVD บล.ดีบีเอสฯ ให้ไว้ที่ 6.72 บาท ถือว่ายังมีอัพไซด์ แต่ราคาหุ้นที่แรงต่อเนื่องมาทั้งสัปดาห์ อาจเจอแรงขายทำกำไรได้ อีกทั้งยังต้องติดตามว่าการเทิร์นอะราวด์จะสวยหรูตามที่โบรกฯ คาดการณ์หรือไม่

RECOMMENDED NEWS

ข่าวยอดนิยม

Refresh


LATEST NEWS

ข่าวล่าสุด

Refresh

ดูข่าวทั้งหมด