หุ้นฮ็อต

| 12 กรกฎาคม 2560 | 14:00

จับสัญญาณ SPALI หลังเซอร์ไพร์ส งดปันผลครั้งแรกรอบ 10 ปี

      SPALI ร่วงหนัก หลังเซอร์ไพร์สงดปันผลเป็นครั้งแรกในรอบราว 10 ปี แต่ชดเชยด้วยการแจกวอร์แรนต์ SPALI-W4 โบรกฯ ชี้ส่งสัญญาณกระแสเงินสดตึงตัว จับตานักลงทุนสถาบันปรับพอร์ต ด้านผู้บริหารแจงเพื่อสร้างความแข็งแกร่งของฐานะการเงิน เปิดโอกาสการกู้ในอนาคต เผยเลือกทำในปีนี้ เหตุเป็นปีที่ผลการดำเนินงานดี ซึ่งจะลดความกังวลของนักลงทุนได้
  
  บมจ.ศุภาลัย (SPALI) ราคาร่วงแรงตั้งแต่เปิดการซื้อขาย พร้อมมูลค่าการซื้อขายหนาแน่น โดยเปิดที่ 24 บาท ก่อนปรับลงแตะ 23.90 บาท ทำนิวโลว์รอบ 2 เดือน และปิดภาคเช้าที่ 24.70 บาท ลดลง 1.80 บาท หรือ 6.79% มูลค่าการซื้อขาย 648 ล้านบาท และมีปริมาณหุ้นที่ซื้อขายเพิ่มขึ้นกว่า 725% เทียบค่าเฉลี่ย 5 วันทำการก่อนหน้า
 "ศุภาลัย" ประกอบธุรกิจพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ 3 ประเภท ได้แก่ 1.ธุรกิจที่อยู่อาศัยทั้งแนวราบและแนวสูง 2.ธุรกิจอาคารสำนักงานให้เช่า และ 3.ธุรกิจโรงแรมและรีสอร์ท โดยมีตระกูล "ตั้งมติธรรม" เป็นผู้ถือหุ้นใหญ่
  ผลประกอบการในช่วง 3 ปีที่ผ่านมา SPALI ทำกำไรสุทธิอยู่ในช่วง 4.3-4.8 พันล้านบาท และงวด Q1/60 มีกำไรสุทธิ 686.50 ล้านบาท ลดลงจาก 1.39 พันล้านบาทใน Q1/59 (-51% YoY, -43% QoQ) ต่ำกว่าที่ตลาดคาด หลังยอดโอนทำได้น้อย โดย ณ สิ้นงวดไตรมาส 1/60 บริษัทฯ มี Backlog อยู่ที่ 3.97 หมื่นล้านบาท จะรับรู้รายได้ปีนี้ราว 1.36 หมื่นล้านบาท ที่เหลือทยอยรับรู้ถึงปี 63 
  SPALI มีนโยบายจ่ายปันผลต่อเนื่องทุกปีด้วยนโยบายไม่น้อยกว่า 35% ของกำไรสุทธิโดยการจ่ายปันผลของ SPALI ในแต่ละปี คิดเป็นอัตราผลตอบแทนเงินปันผลราว 4% และล่าสุดปี 59 จ่ายปันผล 1.05 บาท จัดอยู่ในอันดับต้นๆ ของหุ้นในกลุ่มอสังหาริมทรัพย์ที่ปันผลดี 
  แต่เช้านี้ SPALI แจ้งมติคณะกรรมการที่ค่อนข้างเซอร์ไพร์สตลาดฯ ด้วยการประกาศงดจ่ายปันผล สำหรับผลการดำเนินงานปีนี้ จากปกติที่จ่ายปีละ 2 ครั้ง ถือเป็นการงดปันผลครั้งแรกในรอบราว 10 ปี แต่หลังจากนั้นในปี 61 เป็นต้นไปจะจ่ายปันผลตามนโยบายที่บริษัทเคยแจ้งไว้
  อย่างไรก็ตาม แม้จะงดปันผลแต่บอร์ดชดเชยปันผล ด้วยการแจกวอร์แรนต์ SPALI-W4 โดยได้อนุมัติเพิ่มทุน 429 ล้านหุ้นรองรับการแจกวอร์แรนต์ 429 ล้านหน่วย ในอัตรา 4 หุ้นเดิมต่อ 1 หน่วยวอร์แรนต์ อายุ 1 ปี อัตราใช้สิทธิ 1 หน่วยวอร์แรนต์ต่อ 1 หุ้นสามัญราคาหุ้นละ 4 บาท เพื่อระดมเงินราว 1.7 พันล้านบาทในช่วง 1 ปีข้างหน้านี้ 
  SPALI ชี้แจงว่า ประโยชน์จากการแจกวอร์แรนต์ เพื่อรักษาระดับอัตราหนี้สินต่อทุนให้อยู่ในระดับที่เหมาะสม สร้างภาพลักษณ์ที่ดีในมุมมองสถาบันการเงิน ลดภาระดอกเบี้ยจ่าย และเป็นเงินทุนรองรับการขยายโครงการอสังหาริมทรัพย์ในอนาคต
  นอกจากนี้ อีกประเด็นที่สำคัญคือ ทำให้ฐานะทางการเงินเข้มแข็งขึ้น ความเสี่ยงทางการเงินลดลง อันจะเพิ่มโอกาสที่ credit rating จะได้รับการพิจารณาปรับเลื่อนขึ้นอีก 
  "ไตรเตชะ ตั้งมติธรรม" กรรมการผู้จัดการ SPALI เปิดเผยกับ "สำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทย" ว่า สาเหตุที่บอร์ดเพิ่มทุนเนื่องจากต้องการลดอัตราส่วนหนี้สินที่มีภาระดอกเบี้ยสุทธิต่อส่วนของผู้ถือหุ้น (Net Gearing Ratio) ให้อยู่ที่ 0.60-0.80 เท่า จากตอนนี้อยู่ที่เกือบ 0.90 เท่า ซึ่งไม่เกี่ยวกับเงื่อนไขในการกู้แบงก์แต่อย่างใด เพราะปัจจุบันบริษัทยังมีความสามารถในการกู้ได้อีกถึง 2 เท่า
 ด้านราคาหุ้นเช้านี้เปิดตลาดปรับลดลงทันที ด้วยวอลุ่มหนาแน่นผิดปกติ หลังตลาดผิดหวังที่ไม่มีเงินปันผลงวดปี 60 นี้ ขณะที่นักวิเคราะห์บางค่ายเห็นว่า อาจส่งผลให้นักลงทุนสถาบันลดน้ำหนักลงทุนใน SPALI ไปเพิ่มน้ำหนักตัวอื่นแทน 
  บล.หยวนต้า (ประเทศไทย) แนะนำขาย ราคาเป้าหมาย 23.40 บาท โดยมี 4 เหตุผล ดังนี้ (1) การใช้สิทธิแปลงสภาพ warrant ส่งผลให้ราคาหุ้นลดลง 17% และสัดส่วนผู้ถือหุ้นลดลง 20% (2) งดจ่ายเงินปันผลระหว่างกาลและเงินปันผลประจำปี 60 (3) Valuation ไม่น่าสนใจ มี P/E 8.4 เท่า เทียบกับค่าเฉลี่ยย้อนหลัง 10 ปีเพียง 7.4 เท่า และ (4) มองว่านักลงทุนสถาบันจะปรับพอร์ตการลงทุนใน SPALI ออก เพราะนักลงทุนกลุ่มนี้ต้องการผลตอบแทนจากเงินปันผลสม่ำเสมอ จึงน่าจะลดน้ำหนักการลงทุนใน SPALI ไปสู่หุ้นอื่นในกลุ่มเดียวกันแต่ให้ผลตอบแทนจากเงินปันผลที่สูงกว่า
  เช่นเดียวกับ บล. ทิสโก้ ที่มองว่าการประกาศงดจ่ายเงินปันผลแสดงถึงภาวะเงินสดที่ตึงตัว โดยอัตราหนี้สินที่เพิ่มขึ้นในช่วงที่ผ่านมา ทำให้บริษัทต้องออกใบสำคัญแสดงสิทธิเพื่อรองรับงานในมือ และการดำเนินงานในอนาคต ทำให้ต้องงดจ่ายเงินปันผลจากยอดจองที่ต่ำในช่วงต้นปี แต่ยังคงคำแนะนำ ถือ มูลค่าที่เหมาะสม 23 บาท รอการอัพเดทข้อมูลจากผู้บริหารในวันที่ 18 ก.ค. นี้ 
  ต่างกับอีก 2 ค่ายที่ยังมองค่อนไปทางบวกต่อประเด็นนี้ โดยมองว่านักลงทุนไม่ได้หวังปันผลใน SPALI อยู่แล้ว ขณะที่การเพิ่มทุนจะทำให้ดีต่อผลประกอบการในระยะยาว โดย EPS ปี 61 ยังเติบโตแม้จะมีจำนวนหุ้นเพิ่มขึ้นจากการเพิ่มทุน
  บล.โนมูระ พัฒนสิน มีมุมมอง Neutral โดยมองว่าผู้ที่ลงทุนใน SPALI ไม่ได้คาดหวังเงินปันผลอยู่แล้ว เนื่องจาก payout ratio ที่ SPALI จ่ายที่ราว 35% ต่ำกว่าบริษัทอื่น รวมถึง dividend yield ที่ราว 4.1% ก็ต่ำกว่าค่าเฉลี่ยกลุ่มฯ ที่ราว 4.8%โดยมอง SPALI ยังอยู่ในฐานะ growth stock ซึ่งการเพิ่มทุนผ่าน SPALI- W4 จะเป็นผลดีต่อการเติบโตระยะยาว 
  ทั้งนี้ ภายหลังการงดจ่ายปันผลรอบปี 60 และหาก SPALI - W4 ใช้สิทธิครบทั้งหมด คาดว่า SPALI จะมี Net Gearing Ratio ลดลงมาอยู่ที่ 0.81 เท่าในปี60 และ 0.67 เท่าในปี 61 ตามลำดับ ซึ่งถือเป็นระดับที่ SPALI คิดว่าเหมาะสมในสถานการณ์ปัจจุบัน
  บล.เมย์แบงก์ กิมเอ็ง ที่มองว่ารายได้และกำไรสุทธิของปีนี้จะยังทำนิวไฮ แต่ประมาณการ EPS ปีนี้จะลดลง เคาะเป้าหมาย 23.20 บาท ยังแนะซื้อ มองว่าระยะยาว EPS ปี 61 ยังเติบโตได้ แม้ปีนี้ SPALI จะน่าสนใจลดลงบ้างหลังเพิ่มทุน 
  ทั้งนี้ Dilution ที่เกิดคาดจะเกิดขึ้นทั้งหมดในปีนี้ที่ 20% SPALI จะได้เงินทุนใหม่ประมาณ 1,720 ล้านบาทมีส่วนเกินมูลค่าหุ้น 1,287 ล้านบาทและคาดจะสามารถลดภาระหนี้ระยะสั้นลงได้ โดย ณ สิ้น Q1/60 มีหนี้ระยะสั้นกับสถาบันการเงินประมาณ 8,000 ล้านบาท และมีฐานทุนที่แข็งแกร่งโดยมีอัตราส่วนหนี้สินต่อทุน (DE Ratio) เพียง 1.2 เท่า ซึ่งใกล้เคียงกับบริษัทชั้นนำในกลุ่ม
 ขณะที่ระดับรายได้และกำไรสุทธิของปีนี้คาดยังคงทำ New Record High ได้ แต่ EPS ณ สิ้นปีบนประมาณการเดิมจะลดลงเป็นเท่ากับ 2.66 บาท/หุ้น จากเดิมที่ 3.32 บาท/หุ้น ซึ่งระดับ EPS ใหม่ลดลงจากปีก่อน 6.6% YoY 
  ดังนั้น ราคาเป้าหมายปีนี้หลังรวม Dilution แล้วจะเท่ากับ 23.20 บาท/หุ้น แต่ยังชอบและแนะนำ ซื้อ โดยมองว่าในระยะสั้น นักลงทุนจะยังคงให้ความสนใจลงทุนใน SPALI เพื่อรับสิทธิ W4 ขณะที่ในระยะยาว มองว่า EPS ในปี 61 จะสามารถเติบโตได้ แม้ในปีนี้ SPALI จะน่าสนใจลดลงในมุมของการเป็นหุ้น Dividend และ Growth Stock แต่เรามองว่ายังเป็นหุ้น Defensive ที่เด่น
 สอดคล้องกับ "ไตรเตชะ ตั้งมติธรรม" กรรมการผู้จัดการ SPALI ที่ให้สัมภาษณ์กับ "สำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทย" ว่าสาเหตุที่เลือก งดปันผลและตัดสินใจแจกวอร์แรนต์ในปีนี้ เนื่องจากเป็นปีที่ผลการดำเนินงานจะออกมาค่อนข้างดี จากยอดขายและรายได้ที่เป็นไปตามเป้าหมาย ซึ่งจะช่วยลดความกังวลของนักลงทุนได้ 
  โดยหลังจากนี้ฐานะทางการเงินของบริษัทฯ จะดีขึ้นและมีความพร้อมในการกู้เงินเพื่อลงทุนโครงการในอนาคตหากมีโอกาสที่ดีเข้ามา และยืนยันว่าในปีหน้าจะกลับมาจ่ายปันผลในระดับไม่ต่ำกว่า 35% ของกำไรสุทธิเหมือนเดิม
  
 การตัดสินใจลงทุนในหุ้น SPALI จึงต้องชั่งน้ำหนักให้ดี ว่าเงินปันผลสำคัญแค่ไหน ซึ่งผลการดำเนินงานไตรมาส 2/60 ที่กำลังจะประกาศออกมา น่าจะพอเห็นภาพว่าอนาคตของบริษัทจะยังเป็น growth stock จริงหรือไม่ ซึ่งหากโชว์ผลงานออกมาดี นักลงทุนก็คงคลายความกังวลได้อย่างที่ผู้บริหารต้องการ

RECOMMENDED NEWS

ข่าวยอดนิยม

Refresh


LATEST NEWS

ข่าวล่าสุด

Refresh

ดูข่าวทั้งหมด