หุ้นฮ็อต

| 12 กรกฎาคม 2560 | 09:31

จับตาเกมหุ้น DCORP จบตรงไหน หลังร่วงติดฟลอร์-ดันชนซิลลิ่ง

 จับตาเกมหุ้น DCORP จะจบตรงไหน หลังวันศุกร์ราคารูดติดฟลอร์ ก่อนดันชนซิลลิ่งวานนี้ ด้านผู้บริหารแจงผู้ถือหุ้นรายใหญ่ถูกฟอร์ซเซล ยืนยันธุรกิจยังเดินตามแผน ขณะที่ผลการดำเนินงานยังไม่พ้นขาดทุน ด้านราคาหุ้นสวิงแรงรอบ 52 สัปดาห์ มีจุดสูงสุด 14.80 บาท และต่ำสุด 3.24 บาท ดังนั้นใจไม่แข็งพอ ไม่ควรเสี่ยง

  หุ้น บริษัท ดีมีเตอร์ คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ DCORP เคลื่อนไหวอย่างร้อนแรงตั้งแต่เมื่อวันศุกร์ (7 ก.ค.) ที่ร่วงลงติดฟลอร์ ก่อนที่วานนี้ (11 ก.ค.) จะดันขึ้นปิดซิลลิ่งที่ 4.20 บาท พร้อมด้วยปริมาณหุ้นที่ซื้อขายเพิ่มขึ้นอย่างผิดปกติถึง 1,576% เทียบค่าเฉลี่ย 5 วันทำการก่อนหน้า จากที่เทรดวันละ 14 ล้านหุ้น เพิ่มมาเป็น 226 ล้านหุ้น
  DCORP ทำธุรกิจรับจัดหา ผลิต และ/หรือร่วมผลิตรายการโทรทัศน์ผ่านดาวเทียม ผลิตและจำหน่ายไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียน รวมทั้งให้บริการจัดการพลังงาน (Energy Saving Service) จดทะเบียนในตลาด mai
  หากยังจำกันได้ DCORP ชื่อเดิมคือ บริษัท เอเซีย จอยท์ พาโนราม่า จำกัด (มหาชน) หรือ AJP ที่เพิ่งเปลี่ยนชื่อพร้อมโครงสร้างผู้ถือหุ้นและโครงสร้างธุรกิจเมื่อปี 2558 ล่าสุดเน้นลุยธุรกิจพลังงานทดแทน โดยมี "โอสถานุเคราะห์" ถือหุ้นใหญ่ 6.87% และรายย่อยถือหุ้นเกือบ 3,000 ราย
  เมื่อวันศุกร์ที่ 7 ก.ค. ที่ผ่านมา DCORP ร่วงติดฟลอร์ โดยผู้บริหารร่อนเอกสารชี้แจงว่าเป็นเพราะมีผู้ถือหุ้นรายใหญ่บางรายทถูกบังคับขายหุ้น (Force Sell) โดยไม่ได้เปิดเผยว่าเป็น "ใคร" กันแน่ พร้อมกับยืนยันแผนธุรยังดำเนินตามปกติ
  นายอนิศ โอสถานุเคราะห์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร DCORP ระบุว่า สาเหตุราคาหุ้นปรับลงติดฟลอ มาจากผู้ถือหุ้นรายใหญ่ถูกบังคับขาย หลังหุ้นอื่นในพอร์ตขาดทุนหนัก ทำให้ถูกบังคับขายหุ้นออกมาทั้งหมด
  "ราคาหุ้นที่ร่วงวันนี้น่าจะเกิดจากผู้ถือหุ้นใหญ่บางรายถูกบังคับขายออกมา เนื่องจากหุ้นอื่นๆ ในพอร์ตขาดทุน ประกอบกับมีการถือหุ้น DCORP อยู่ด้วยทำให้ถูกบังคับขายออกมาทั้งหมด"นายอนิศกล่าว
  นอกจากนี้ ยืนยันว่าการดำเนินงานของบริษัททั้งหมดยังเป็นไปตามแผนการเดิมทั้งหมด ทั้งการเข้าซื้อหุ้นโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ในประเทศฟิลิปปินส์ และการจ่ายไฟฟ้าเข้าระบบในเชิงพาณิชย์ของโรงไฟฟ้าชีวภาพใน จ.สุพรรณบุรี
  พร้อมยืนยันว่าปัจจุบันไม่มีการออกตั๋วเงินระยะสั้น (B/E) หรือหนี้สินอื่นๆ ทั้งระยะสั้นและระยะยาว ประกอบกับปัจจุบันบริษัทมีเงินสดอยู่ที่ 500 ล้านบาท จึงไม่มีความเสี่ยงในเรื่องดังกล่าว
  รายงานข่าวจากตลาดหลักทรัพย์ ระบุว่า ผู้ถือหุ้นใหญ่ 5 อันดับของ DCORP ได้แก่ 
1.นาย ภัทรศักดิ์ โอสถานุเคราะห์ ถือ 37,970,270 หุ้น หรือ 6.87%
2.นาย โชติพันธุ์ เตียวิวัฒน์ ถือ 25,000,000 หุ้น หรือ 4.52%
3.นาย จเรศักดิ์ ทรงวุฒิวิชัย ถือ 22,809,754 หุ้น หรือ 4.12%
4.นาย มงคล ประกิตชัยวัฒนา ถือ 21,872,700 หุ้น หรือ 3.95% 
5.UOB KAY HIAN PRIVATE LIMITED ถือ 20,000,000 หุ้น หรือ 3.62%

  ในขณะที่จำนวนหุ้นทั้งหมดที่ซื้อขายวันศุกร์มีประมาณ 53 ล้านหุ้น หรือเท่ากับจำนวนหุ้นของผู้ถือหุ้นใหญ่ 2 รายแรกรวมกัน
  ก่อนที่วานนี้ราคาหุ้น DCORP จะพลิกเป็นหนังคนละม้วน ดีดขึ้นปิดชนซิลลิ่งโดยพบว่าในช่วง 52 สัปดาห์หุ้น DCORP สวิงแรงมาก ขึ้นไปสูงสุดถึง 14.80 บาท และต่ำสุดที่ 3.24 บาท ในขณะที่ไม่มีใครยืนยันได้ว่าการฟอร์ซเซล จะเกิดขึ้นอีกหรือไม่
  ตรวจสอบผลการดำเนินงาน DCORP พบว่ายังมีผลขาดทุนสุทธิต่อเนื่อง จากขาดทุน 909 ล้านบาทในปี 58 ลดลงมาเหลือ 86 ล้านบาทในปี 59 ส่วนไตรมาส 1/60 ขาดทุนสุทธิ 16.96 ล้านบาท โดยผู้บริหารเคยให้สัมภาษณ์ มั่นใจปีนี้พลิกกำไรหลังปรับโครงสร้างธุรกิจรุกพลังงานทดแทนและนวัตกรรม พร้อมตั้งเป้าหมายรายได้ปี 64 แตะ 1 พันล้านบาท จาก 239 ล้านบาทในปี 59
  ส่วนฐานะการเงิน DCORP นับว่าเป็นบริษัทที่หนี้สินต่อทุน (D/E) อยู่ในระดับต่ำเพียง 0.05 เท่า แต่มีขาดทุนสะสมสูงกว่า 1 พันล้านบาท

 ความผันผวนของหุ้น DCORP จึงเป็นสิ่งที่นักลงทุนต้องระมัดระวังอย่างมาก โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อเกิดจากการที่ผู้ถือหุ้นใหญ่ "เล่นเกม" กับหุ้นมากเกินไป จนเกิดเหตุการณ์ถูกฟอร์ซเซลออกมา ในขณะที่พื้นฐานธุรกิจยังตั้งอยู่บนความคาดหวัง ที่ยังไม่เห็นเป็นรูปธรรม

RECOMMENDED NEWS

ข่าวยอดนิยม

Refresh


LATEST NEWS

ข่าวล่าสุด

Refresh

ดูข่าวทั้งหมด