หุ้นฮ็อต

| 11 กรกฎาคม 2560 | 09:22

CKP ฟื้นจริงหรือ? หลังหุ้นเด้งสวนกระแสโบรกฯ หั่นเป้ากำไร

  CKP เด้งทำนิวไฮในรอบเกือบ 5 เดือน จับตาราคาหุ้นฟื้นจริงหรือไม่ หลังนักวิเคราะห์คาดงบไตรมาส 2/60 มีโอกาสขาดทุนต่อเนื่อง พร้อมหั่นเป้ากำไรช่วงปี 60-62 ลง

  หุ้น บริษัท ซีเค พาวเวอร์ จำกัด (มหาชน) หรือ CKP ไหลลงต่อเนื่องตั้งแต่ปลายปี 59 จากราว 3.80 บาท ลงไปทำจุดต่ำสุดที่ 2.98 บาท เมื่อกลางเดือน พ.ค. ที่ผ่านมา ก่อนที่ราคาหุ้นจะเริ่มฟื้นตัวกลับมาได้บ้าง จนวิ่งขึ้นไปทำจุดสูงสุดในรอบเกือบ 5 เดือนที่ 3.48 บาท ล่าสุดราคาหุ้นอ่อนตัวลงมาปิดที่ 3.30 บาท
  CKP ดำเนินธุรกิจหลักโดยการถือหุ้นในบริษัทอื่น (Holding Company) ที่ประกอบธุรกิจที่ผลิตและจำหน่ายไฟฟ้า โดยมีบริษัท ไฟฟ้าน้ำงึม 2 จำกัด ซึ่งประกอบธุรกิจโรงไฟฟ้าพลังน้ำเป็นบริษัทแกน
หากพิจารณาอย่างผิวเผิน ดูเหมือนว่า CKP ซึ่งเป็นผู้ผลิตและจำหน่ายไฟฟ้า น่าจะสร้างรายได้และกำไรได้อย่างสม่ำเสมอ แต่ผลประกอบการในช่วง 3 ปีที่ผ่านมา กลับลดลงอย่างต่อเนื่อง จนไตรมาส 4/59 พลิกเป็นขาดทุน 176 ล้านบาท ก่อนจะขาดทุนต่อเนื่องอีก 43 ล้านบาท ในไตรมาส 1 ที่ผ่านมา
  ปัจจัยกดดันหลักส่วนหนึ่งเป็นเพราะบริษัทอยู่ในช่วงลงทุนขยายธุรกิจทำให้มีภาระดอกเบี้ยจ่ายสมควร อย่างไตรมาส 1/60 บริษัทชี้แจงว่า ค่าใช้จ่ายทางการเงินของบริษัทเพิ่มขึ้น 46.59 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้น 17.55% จากค่าธรรมเนียมการออกหุ้นกู้และดอกเบี้ยจ่ายหุ้นกู้ของบริษัท และดอกเบี้ยจ่ายของโครงการโรงไฟฟ้าน้ำงึม 2 (NN2) เป็นหลัก
  ส่วนอีกปัจจัยสำคัญที่กดดันคือ การทำธุรกิจโรงไฟฟ้าพลังงานน้ำ ซึ่งปริมาณน้ำในแต่ละช่วงมีผลต่อการผลิตไฟฟ้าของบริษัท และที่ผ่านมาบริษัทต้องเจอกับภาวะที่ปริมาณน้ำในอ่างเก็บน้ำน้อยกว่าที่คาดไว้ ทำให้ปริมาณการผลิตไฟฟ้าทำได้น้อยลงเช่นกัน โดยไตรมาส 1/60 ที่ผ่านมา รายได้จากการขายไฟฟ้าโครงการ NN2 ลดลง 134.74 ล้านบาท หรือ 15.17% เพราะปริมาณการขายไฟฟ้าลดลง 68.86 ล้านหน่วย ตามปริมาณน้ำที่ไหลเข้าสู่อ่างเก็บน้ำลดลง
  ผลประกอบการที่อ่อนแอลงคงจะเป็นส่วนสำคัญที่กดดันราคาหุ้น CKP ตั้งแต่ปลายปีก่อน ถ้าเช่นนั้นแล้วราคาหุ้นที่เริ่มฟื้นตัวในช่วง 1-2 เดือนที่ผ่านมา จะเป็นสัญญาณว่าผลประกอบการของบริษัทเริ่มดีขึ้นแล้วหรือไม่?
  บล.เคจีไอ คาดว่า CKP จะมีผลขาดทุนปกติ 16 ล้านบาท ในไตรมาส 2/60 โดยโครงการ NN2 น่าจะผลิตไฟฟ้าได้ประมาณ 390 กิกกะวัตต์ ลดลง 23% จากปีก่อน และลดลง 6% จากไตรมาสแรก โดยประมาณการของเราอิงจากแผนบริหารจัดการน้ำแบบอนุรักษ์นิยมและปริมาณการผลิตที่บริษัทแจ้งไว้ที่ 110-150 กิกกะวัตต์/เดือน ทั้งนี้ โครงการ NN2 ผลิตไฟฟ้าได้ 507 กิกกะวัตต์ ในไตรมาส 2/59 และ 413 กิกกะวัตต์ ในไตรมาส 1/60 นอกจากนี้ โครงการบางประอิน Cogeneration 2 (BIC 2) ก็ยังไม่น่าจะผลิตไฟฟ้าได้ในไตรมาสนี้ เพราะเพิ่งเริ่มดำเนินการเชิงพาณิชย์ (COD) เมื่อปลายเดือน มิ.ย. ฉะนั้น หากรวมผลขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยน 45 ล้านบาทแล้ว คาดว่าบริษัทจะมีขาดทุนสุทธิ 61 ล้านบาทในไตรมาส 2/60
  โดยภาพรวม ผลการดำเนินงานของโครงการ NN2 น่าเป็นห่วงมากขึ้น เราจึงปรับลดประมาณการกำไรสุทธิปี 60-62 ลง 44% 27% และ 15% ตามลำดับ และจากแนวโน้มผลการดำเนินงานที่อ่อนแอของโครงการ NN2 ในช่วงครึ่งปีแรกนี้ และได้ปรับลดประมาณการยอดผลิตไฟฟ้าทั้งปีของโครงการลงจาก 2,065 กิกกะวัตต์ เหลือ 1,800 กิกกะวัตต์ แต่อย่างไรก็ตาม เราคาดว่ายอดผลิตไฟฟ้าช่วงครึ่งปีหลังจะเพิ่มขึ้น เนื่องจากจะมีฝนตกมากขึ้นในพื้นที่ของโครงการ NN2 นอกจากนี้ ได้ทบทวนประมาณการปี 61-62 และปรับลดยอดผลิตไฟฟ้าลง 8% และ 5% ตามลำดับเพื่อสะท้อนถึงความเสี่ยงในเรื่องของปริมาณน้ำเหนือเขื่อน
  ทั้งนี้ ประเมินราคาเป้าหมายปี 60 ใหม่ที่ 2.90 บาท ลดลงจากเดิมที่ 3 บาท จากการปรับลดประมาณการกำไรลง นอกจากนี้โครงการ XPCL ยังอยู่ในขั้นตอนของการพัฒนาโครงการ และกำหนดจะเปิดดำเนินการในปี 62 ดังนั้น บริษัทจึงจำเป็นต้องทุ่มงบลงทุนก้อนใหญ่ลงไปในอีก 2 ปีข้างหน้า ซึ่งจะทำให้ไม่สามารถจ่ายปันผลได้มากเท่าคู่แข่งในกลุ่มธุรกิจโรงไฟฟ้าแบบ conventional ได้ในระยะสั้น ฉะนั้น จึงปรับลดคำแนะนำจาก ถือ เป็น ขาย
  ด้าน บล.เมย์แบงก์ กิมเอ็ง (ประเทศไทย) ยังคงคำแนะนำ Trading Buy เนื่องจากแนวโน้มการเติบโตของผลประกอบการในระยะยาวยังไม่เปลี่ยนแปลง และอัพไซด์จากโครงการใหม่ที่ยังไม่ถูกรวมในประมาณการ แต่ปรับลดราคาเป้าหมายลงเป็น 3.44 บาท จาก 3.5 บาท สะท้อนการปรับลดประมาณการ หลังการผลิตจาก NN2 ต่ำกว่าแผนในครึ่งปีแรก โดยผลประกอบการระยะสั้นช่วงไตรมาส 2/60 ถูกกดดันจากปริมาณน้ำที่อยู่ในระดับต่ำ แต่คาดจะฟื้นในครึ่งปีหลัง
  โดยภาพรวม เราปรับลดประมาณการกำไรปี 60-61 ลง 36.8% และ 16.6% เป็น 293 และ 422 ล้านบาท ตามลำดับ จากการปรับลดปริมาณขายในปี 60-61 ของ NN2 ลง 15% และ 10% ตามลำดับ ส่งผลให้รวมครึ่งปีแรกปริมาณขายไฟฟ้าจาก NN2 คิดเป็นเพียง 34% ของเป้าปริมาณขายทั้งปี และปรับลดการขายปี 60 ของ BIC ลง 5.5% สะท้อนการหยุดซ่อม 2 สัปดาห์ ในไตรมาส 1 ที่ผ่านมา
นอกจากนั้นโรงไฟฟ้า BIC2 กำลังผลิต 120 เมกะวัตต์ อยู่ระหว่างก่อสร้างมีความคืบหน้า 89% โดยเชื่อว่าจะเริ่มส่งผลบวกได้ในช่วงครึ่งปีหลัง

  ในระยะสั้น ดูเหมือนว่าผลประกอบการของ CKP จะยังไม่สดใสนัก หากเป็นเช่นนั้น ราคาหุ้นที่ฟื้นตัวขึ้นมานี้ก็อาจจะเป็นเพียงแค่สีสันในระยะสั้น แต่หากราคายังไต่ขึ้นไปได้ต่อ ก็อาจจะได้เห็นปัจจัยบวกใหม่ๆ เข้ามาเซอไพร์สก็เป็นได้

RECOMMENDED NEWS

ข่าวยอดนิยม

Refresh


LATEST NEWS

ข่าวล่าสุด

Refresh

ดูข่าวทั้งหมด