หุ้นฮ็อต

| 7 กรกฎาคม 2560 | 09:29

VNT พุ่ง All time high จับตาแผนเพิกถอนจาก ตลท.

 VNT ราคาพุ่งทำ ALL time high แตะ 21.70 บาท เก็งงบไตรมาส 2/60 กำไรดีต่อเนื่อง ตามสเปรด PVC จับตาแผนเพิกถอนจาก ตลท. ยังเดินหน้าหรือไม่ หลัง Asahi Glass ทำเทนเดอร์ได้เพียง 0.01%

  หุ้นบริษัท วีนิไทย จำกัด (มหาชน) หรือ VNT ปรับตัวขึ้นแรงและมีปริมาณหุ้นที่ซื้อขายเพิ่มขึ้นเกินปกติ โดยราคาพุ่งแตะ 21.70 บาท ซึ่งเป็นสถิติสูงสุดใหม่ตลอดกาล (All time high) ได้อีกครั้ง ก่อนย่อตังลงมาปิดที่ 20.90 บาท เพิ่มขึ้น 3.46% และมีปริมาณหุ้นที่ซื้อขายเพิ่มขึ้นกว่า 1,024% เทียบค่าเฉลี่ย 5 วันทำการก่อนหน้า จากที่เคยซื้อขายวันละ 2.4 ล้านหุ้น เพิ่มเป็น 24.75 ล้านหุ้น
  VNT เป็นผู้ผลิตและจำหน่ายผลิตภัณฑ์ผงพลาสติกพีวีซีและโซดาไฟ ภายใต้เครื่องหมายการค้า SIAMVIC วีซีเอ็ม จัดอยู่ในกลุ่มอุตสาหกรรมปิโตรเคมีขั้นต่อเนื่อง โดยจัดจำหน่ายให้แก่ผู้ประกอบการที่ต้องการนำผงพลาสติกพีวีซีไปใช้ในการแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์สำเร็จรูปในกลุ่มอุตสาหกรรมปิโตรเคมีขั้นปลาย
  เมื่อเดือน ธ.ค. 59 ที่ผ่านมา VNT เปลี่ยนโครงสร้างผู้ถือหุ้นครั้งใหญ่ หลังกลุ่มโซลเวย์ และบริษัทในกลุ่ม คือ บริษัท ไวนิล โฮลดิ้ง เอจี (Solvay Vinyls Holind AG) ซึ่งเป็นผู้ถือหุ้นรายใหญ่ของบริษัทฯ ได้เข้าทำสัญญาขายหุ้น VNT ให้บริษัท อาซาฮี กลาส จำกัด จำนวน 695,511,059 หุ้น หรือ 58.77% ในราคา 15 บาทต่อหุ้น หรือประมาณ 10,448 ล้านบาท ซึ่งต่ำกว่าราคากระดานในขณะนั้น ซึ่งอยู่ที่ราว 18 บาท จากนั้นกลุ่มอาซาฮี ได้ทำคำเสนอซื้อ (เทนเดอร์ ออฟเฟอร์) หุ้น VNT จากนักลงทุน ทุกรายในราคาเดียวกัน
  ผลการทำคำเสนอซื้อ ปรากฎว่ามีผู้แสดงเจตนาขายหุ้น VNT เพียง 152,450 หุ้น คิดเป็น 0.01% ส่งผลให้ Asahi Glass ถือหุ้นเพิ่มขึ้นเป็น 58.78% ในขณะที่ผู้ถือหุ้นใหญ่อันดับ 2 คือ บริษัท พีทีที โกลบอล เคมิคอล จำกัด (มหาชน) หรือ PTTGC ปฏิเสธคำเสนอซื้อ และยังถือหุ้นเท่าเดิมที่ 296 ล้านหุ้น หรือ 24.98%
  สาเหตุที่แทบจะไม่มีผู้ขายหุ้นให้อาซาฮี เป็นเพราะราคาเสนอซื้อเพียง 15 บาท ต่ำกว่าราคากระดาน อีกทั้งการเติบโตของกำไร VNT ถือว่าค่อนข้างดี และยังมีการจ่ายปันผลในระดับสูงอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะในปี 59 ที่กำไรสุทธิเพิ่มแตะ 1.12 พันล้านบาท จากปี 58 มีกำไร 566 ล้านบาท ส่วนไตรมาส 1/60 มีกำไรสุทธิถึง 769 ล้านบาท
  บล.เอเอสแอล ระบุว่า ผลการดำเนินงาน VNT ในไตรมาส 1 ที่ผ่านมา มีรายได้รวม 4749 ล้านบาท (+3.1% QoQ ,+21.6% YoY) จากราคาขายที่สูงเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะในกลุ่มสินค้าพีวีซีและโซดาไฟจากการส่งออกสินค้าทั้ง 2 ของจีนที่ลดลง นอกจากนี้การขาย อิพิคลอโรไฮดริน ก็เพิ่มขึ้นจากความต้องการที่สูงขึ้นของประเทศสหรัฐอเมริกา ส่งผลให้มีกำไรสุทธิ 770 ล้านบาท (-3.74% QoQ , +674.65% YoY) โดยมีอัตรากำไรสุทธิเพิ่มขึ้นร้อยละ 13.7 จากความมีเสถียรภาพในกระบวนการผลิต และการเพิ่มขึ้นของส่วนต่างระหว่างราคาขายและต้นทุนวัตถุดิบหลักอย่างมีนัยสำคัญ
  เรามีมุมมองเชิงบวกต่อ VNT จากการปรับตัวสูงขึ้นของราคาในกลุ่มผงพลาสติก PVC ที่ทำให้ Spread ของราคาต้นทุนและราคาขาย จึงทำให้ VNT มีรายได้ในไตรมาสที่ 2 ปีนี้สูงขึ้น ประกอบกับลูกค้าในประเทศและในกลุ่มประเทศในคาบสมุทรอินเดีย นิวซีแลนด์ จีน และสหรัฐอเมริกา ที่ยังมีความต้องการอยู่เรื่อยๆ
  บล.เคทีบี (ประเทศไทย) ระบุ VNT เป็นหุ้นที่ผลการดำเนินงานออกมาดีติดต่อกันถึงสองไตรมาสที่ผ่านมา กำไรอยู่ที่ 800 และ 770 ล้านบาท ใน 4Q-16 และ 1Q-17 ตามลำดับ เหตุผลหลักๆ มาจาก spread ของ PVC ที่ค่อนข้างสูง โดยเฉพาะเดือน มิ.ย. ที่กลับมาเกิน $1000 เหรียญ อีกครั้งหลัง peak ไปใน 4Q-16 ที่ $1150 เหรียญ/ตัน
  แต่ประเด็นสำคัญที่นักลงทุนต้องคำนึง สำหรับการลงทุนในหุ้น VNT คือ สถานภาพของกิจการหลังจากเปลี่ยนผู้ถือหุ้นใหญ่ เนื่องจากกลุ่มอาซาฮีเคยระบุชัดเจนในแบบทำคำเสนอซื้อ ว่ามีความประสงค์จะเพิกถอนหลักทรัพย์ VNT ออกจากการเป็นหลักทรัพย์จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ ในช่วงเวลา 12 เดือนนับจากวันสิ้นสุดระยะเวลารับซื้อ ซึ่งต้องได้รับอนุมัติจากบอร์ด และผู้ถือหุ้น 

 คงต้องจับตาว่าหลังจาก PTTGC และผู้ถือหุ้นรายอื่นไม่ขายหุ้น VNT ให้กับอาซาฮี แผนการเพิกถอนจากตลท. จะยังคงเดินหน้าหรือไม่ อย่างไร การเก็งกำไรในช่วงนี้อาจต้องอาศัยความเร็วในการเข้า-ออก เพราะนอกจากแรงขายทำกำไรที่อาจเกิดขึ้นได้แล้ว การเพิกถอนจากตลาดฯ ยังถือเป็นอีกหนึ่งความเสี่ยงที่ต้องนำมาประกอบการตัดสินใจด้วย

RECOMMENDED NEWS

ข่าวยอดนิยม

Refresh


LATEST NEWS

ข่าวล่าสุด

Refresh

ดูข่าวทั้งหมด