หุ้นฮ็อต

| 6 กรกฎาคม 2560 | 13:53

THAI วอลุ่มทะลัก 300% พื้นฐานดีขึ้น แต่ระวัง Q2 พลิกขาดทุน

       THAI วอลุ่มทะลักเกือบ 300% คาดเก็งกำไรราคาน้ำมันดิบร่วง ช่วยลดต้นทุน แถมรับข่าวบวกศูนย์ซ่อมเครื่องบินเริ่มก่อสร้างต้นปี 61 โบรกฯ อัพเป้าเป็น 23.80 บาท มองแผนปฏิรูป "การบินไทย" เริ่มเห็นผล อนาคตบันทึกขาดทุนจาก NOK ลดลง หลังสละสิทธิ์เพิ่มทุน แต่หวั่นช่วงสั้นราคาอาจอ่อนตัวลง เหตุงบ Q2/60 ส่อแววขาดทุน


     ราคาหุ้น บมจ.การบินไทย (THAI) ปรับตัวขึ้น สวนทางภาพรวมดัชนีหุ้นไทยที่ปรับตัวลดลงกว่า 9 จุด พร้อมมูลค่าการซื้อขายหนาแน่น ติด Top10 ในช่วงเช้า โดยราคาหุ้นเปิดที่ 19.60 บาท ก่อนปรับขึ้นแตะ 20.20 บาท และย่อลงมาปิดภาคเช้าที่ 19.90 บาท เพิ่มขึ้น 0.40 บาท หรือ 2.05% และมีปริมาณหุ้นที่ซื้อขายเพิ่มขึ้น 281% เทียบค่าเฉลี่ย 5 วันทำการก่อนหน้า
       THAI เป็นสายการบินแห่งชาติ และใหญ่ที่สุดในทวีปเอเชีย ให้บริการการบินเต็มรูปแบบ มีผู้ถือหุ้นใหญ่คือ " กระทรวงการคลัง" สัดส่วน 51% และผู้ถือหุ้นรายย่อยอีกกว่า 1 แสนราย ช่วงที่เหลือของปีมีแผนรับเครื่องบินใหม่อีก 5 ลำ ส่งผลให้สิ้นปีนี้จะมีฝูงบิน 100 ลำ 
        THAI ยังให้บริการสายการบินคุณภาพระดับกลางภายใต้บริษัทย่อย ชื่อ "ไทยสมายล์" และยังถือหุ้นใน บมจ.สายการบินนกแอร์ (NOK) ผู้ให้บริการสายการบินต้นทุนต่ำรายใหญ่อันดับ 2 ของประเทศ ในสัดส่วน 21.6% 
 ความสามารถในการแข่งขันของการบินไทยอ่อนแอลงในช่วงหลายปีที่ผ่านมา เพราะต้องเผชิญกับการเข้ามาของผู้เล่นรายใหม่ในตลาดทั้งเส้นทางบินในประเทศ และระหว่างประเทศ 
  ดังเช่น สถาบันจัดอันดับความน่าเชื่อถือ "ทริส เรตติ้ง" ระบุว่า สัดส่วนทางการตลาดของเส้นทางการบินระหว่างประเทศของบริษัทเมื่อวัดจากจำนวนผู้โดยสารลดลงจาก 32.9% ในปี 54 เป็น 25% ในปี 59 ในขณะที่สัดส่วนทางการตลาดของเส้นทางการบินภายในประเทศลดลงจาก 35.9% เหลือ 19.4% ในช่วงเวลาเดียวกัน
  สำรวจงบการเงินของการบินไทย มีผลขาดทุนสุทธิ 3 ปีซ้อน (56-58) ที่ 1.2 หมื่นล้านบาท , 1.5 หมื่นล้านบาท และ 1.3 หมื่นล้านบาท ตามลำดับ และเพิ่งจะพลิกมีกำไรสุทธิ 15 ล้านบาทในงวดปี 59 และต่อเนื่องมาถึงไตรมาส 1/60 ที่มีกำไรสุทธิ 3.1 พันล้านบาท
  ด้านราคาหุ้น THAI เคลื่อนไหวค่อนข้างผันผวน ตั้งแต่ปี 59 ต่อเนื่องถึงปีนี้ จากราคาไม่ถึง 10 บาท ขึ้นไปแตะ 32 บาท ก่อนลดลงมาที่ราว 20 บาท ในปัจจุบัน 
 สัญญาณหุ้น THAI ปรับตัวขึ้นในเช้าวันนี้ น่าจะมี 2 ประเด็นบวก ทำให้มีแรงเก็งกำไรเข้ามาในระยะสั้น คือ 
        1.ราคาน้ำมันดิบโลกอ่อนตัวลงในระยะสั้น ปรับฐานราว 3-4% วานนี้ น่าจะดีต่อต้นทุนของการบินไทย โดยสัญญาน้ำมันดิบ WTI ลดลง 4.12% มาอยู่ที่ 45.13 เหรียญฯ/บาร์เรล หลังขึ้นมา 8 วันติด และสัญญาน้ำมันดิบ BRENT ลดลง 3.67% มาที่ 47.79เหรียญฯ/บาร์เรล
     2.ความคืบหน้าของการลงทุนศูนย์ซ่อมอากาศยานต์ที่ใหญ่ที่สุดในโลก โดยล่าสุด บริษัทแอร์บัส อินดัสตรี ได้ทำหนังสือตอบรับการลงทุนร่วมกับการบินไทย ในการพัฒนาศูนย์ซ่อมอากาศยานที่ท่าอากาศยานอู่ตะเภา เฟส 1 อย่างเป็นทางการแล้ว เฟสแรกใช้งบลงทุน 1.5 หมื่นล้านบาท คาดจะเริ่มก่อสร้างในเดือน มี.ค.61 และเปิดดำเนินการเชิงพาณิชย์ในปี 64 ผู้บริหารประเมินว่าจะสร้างรายได้ประมาณ 1.2 พันล้านบาท/ปี และตั้งเป้าคืนทุนภายใน 3 ปี 
    แม้ว่าทั้ง 2 ประเด็นนี้ อาจจะเข้ามาสนับสนุนราคาในระยะสั้น แต่สิ่งสำคัญต้องติดตามคือ "ความสามารถในการทำกำไร" ของการบินไทยในระยะยาว หลังเริ่มเข้าสู่แผนปฏิรูปเฟส 3 ซึ่งหากพิจารณาจากพื้นฐาน นับว่า THAI มีแนวโน้มผลประกอบการดีขึ้น และเตรียมออกจากแผนฟื้นฟูฯ ในเร็วๆนี้ แต่ใน Q2/60 วงการมองจะพลิกกลับมาขาดทุน จากที่มีกำไรใน Q1/60 เนื่องจากเข้าโลว์ซีซั่น แต่นับว่าเป็นการขาดทุนลดลงเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันปีก่อน
     ล่าสุด ผอ.สำนักงานคณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจ (สคร.) กล่าวว่า มีความเป็นไปได้ที่ THAI จะออกจากแผนฟื้นฟูฯ เนื่องจากขณะนี้การดำเนินงานเริ่มดีขึ้นจากที่ผ่านมา เริ่มกลับมามีกำไร แต่ยังต้องติดตามประสิทธิภาพในระยะยาว การดำเนินการตรงวัตถุประสงค์ที่การบินไทยวางแผนไว้หรือไม่ และจะมีความยั่งยืนหรือไม่ แต่ยืนยันยังไม่ใช่ในปีนี้ 
      ขณะที่วงการปรับเพิ่มคำแนะนำเป็น "ซื้อ" จาก "ถือ" และยังได้เพิ่มราคาเป้าหมายเป็น 23.85 บาท จาก 19.90 บาท เพราะมองบวกต่อแผนปฏิรูปบริษัทฯ และการไม่เพิ่มทุนใน NOK ช่วยลดการแบกรับผลขาดทุนในงบรวม พร้อมกับปรับเพิ่มเป้ากำไรปีนี้และปีหน้า 
     บล.เคจีไอ ปรับเพิ่มคำแนะนำหุ้น THAI เป็นซื้อ (จากถือ) ปรับเพิ่มราคาเป้าหมายปีนี้เป็น 23.85 บาท จากเดิม 19.09 บาท หลังปรับเพิ่มคาดการณ์กำไรสุทธิในปี 60-61 ขึ้นอีก 34% และ 14% เป็น 4.3 พันล้านบาท และ 5.4 พันล้านบาท ตามลำดับ โดยจะได้แรงหนุนจากการควบคุมต้นทุนจากแผน master plan และราคาน้ำมันเครื่องบินที่ลดลง รวมถึงการบริหารจัดการเส้นทางบินได้ดี และอัตราการใช้งานเครื่องบินเพิ่มขึ้นตามการปรับปรุงประสิทธิภาพภายในองค์กร
     ข้อดีของการที่ THAI ไม่ซื้อหุ้นเพิ่มทุนของ NOK ทำให้ประหยัดเงินที่จะต้องซื้อหุ้นเพิ่มทุนไปได้ 588 ล้านบาท แม้ว่าจะทำให้สัดส่วนการถือหุ้นใน NOK ลดลงเหลือ 21.57% จาก 39.2% แต่ถือว่าส่งผลดีต่อ THAI อีกเช่นกัน เพราะจะรับรู้ผลขาดทุนจาก NOK ในอนาคตลดลง 
     สำหรับงวด Q2/60 (เม.ย.-มิ.ย.) คาดว่า THAI จะขาดทุนสุทธิที่ระดับ 1 พันล้านบาท ดีขึ้นจาก Q2/59 ที่ขาดทุนสุทธิ 2.92 พันล้านบาท โดยปัจจัยบวกที่สำคัญในช่วง Q2/60 ได้แก่ (1) load factor เพิ่มขึ้นเป็น 80% (2) ต้นทุนน้ำมันเครื่องบินที่ลดลง 5.7% มาอยู่ที่เฉลี่ย 60.4 เหรียญฯ/บาร์เรล และ (3) การคุม SG&A ได้ดีจากแผนปฏิรูปการบินไทย 
      แม้ล่าสุดโบรกฯ ปรับเพิ่มคาดการณ์กำไร -ราคาเป้าหมาย ซึ่งนับว่าส่งสัญญาณในทางบวกต่ออนาคตการบินไทย แต่สิ่งที่ต้องระวังคือ ในงวด Q2/60 วงการคาดจะพลิกกลับมาขาดทุนราว 1 พันล้านบาท ประเด็นนี้อาจจะกดดันราคาหุ้นได้อีก นอกจากนี้ ต้องติดตามโฉมหน้ากรรมการผู้อำนวยการ (DD) การบินไทย "คนใหม่" ที่จะมาสานต่อแผนปฏิรูปเฟส 3 ว่าจะทำได้ดีเพียงใด?

RECOMMENDED NEWS

ข่าวยอดนิยม

Refresh


LATEST NEWS

ข่าวล่าสุด

Refresh

ดูข่าวทั้งหมด