หุ้นฮ็อต

| 4 กรกฎาคม 2560 | 13:38

SCB คาดงบ Q2/60 อ่อนตัว แต่ราคา Laggard กลุ่ม

    SCB ราคาร่วงพร้อมมูลค่าการซื้อขายหนาแน่น ตลาดกังวลกำไร Q2/60 อ่อนตัวทั้ง QoQ และ YoY รับผลกระทบปรับลดดอกเบี้ย กด MLR-MOR ต่ำสุดในระบบ แต่พบราคาหุ้นยัง Laggard กลุ่ม-ปันผลสม่ำเสมอ โบรกฯ เคาะเป้า 165-182 บาท
  ธนาคารไทยพาณิชย์ (SCB) ราคาปรับลงแรง พร้อมมูลค่าการซื้อขายหนาแน่น โดยเปิดที่ 157 บาท ก่อนปิดการซื้อขายภาคเช้าที่ราคาต่ำสุด 155 บาท มูลค่าการซื้อขาย 502.93 ล้านบาท มากเป็นอันดับ 8 
 SCB เป็นธนาคารพาณิชย์ครบวงจร ที่ล่าสุดมีขนาดสินทรัพย์ขึ้นมาเป็นอันดับ 2 ของไทย ที่ 2.66 ล้านล้านบาท และมีผู้ถือหุ้นรายย่อยกว่า 34,000 ราย
  ผลการดำเนินงาน SCB ในช่วง 2 ปีที่ผ่านมา (58-59) มีกำไรสุทธิในระดับราว 4.7 หมื่นล้านบาท ส่วนไตรมาส 1/60 มีกำไรสุทธิเกือบ 1.2 หมื่นล้านบาท สูงสุดในกลุ่มแบงก์ โดยเติบโตราว 13% จากช่วงเดียวกันปีก่อน หรือเติบโตสูงเป็นอันดับ 5 ของกลุ่ม 
  พอร์ตสินเชื่อ SCB ณ 31 มี.ค.60 เป็นสินเชื่อบุคคล 44.4% รองลงมาเป็นสินเชื่อขนาดใหญ่ 37.2% และเป็นสินเชื่อเอสเอ็มอี 18.5% ซึ่งในไตรมาสแรกที่ผ่านมาสินเชื่อเอสเอ็มอีค่อนข้างแผ่ว แต่สินเชื่อบุคคลยังเติบโต 
  แรงขายหุ้น SCB ที่เกิดขึ้นในช่วงนี้ ตอบรับข่าวคาดการณ์กำไรไตรมาส 2/60 จะอ่อนตัวลงทั้งจากไตรมาส 1 และช่วงเดียวกันปีก่อน จากการปรับลดอัตราดอกเบี้ย รวมถึงไม่มีกำไรพิเศษเหมือนกับช่วงเดียวกันปีก่อน 
  กลางเดือน พ.ค. ที่ผ่านมา ธนาคารไทยพาณิชย์ ได้ปรับลดดอกเบี้ยเงินกู้ทุกประเภท ทั้ง MLR-MOR-MRR ลง 0.25% ต่อปี ซึ่งการปรับลดครั้งนี้ ทำให้อัตราดอกเบี้ย MLR และ MOR ของ SCB ต่ำที่สุดในระบบ 
 สำรวจความเห็นนักวิเคราะห์ แม้จะมองว่าผลการดำเนินงานไตรมาส 2 ของ SCB จะอ่อนตัวลงทั้ง QoQ และ YoY โดยคาดว่าการลดดอกเบี้ยทุกประเภทจะกระทบ NIM แต่ราคาหุ้นยังถือว่า Laggard 
  บล.ทรีนีตี้ คาดการณ์กำไรไตรมาส 2/60 ของ SCB ที่ 11,596 ล้านบาท ลดลง 3% QoQ และ 10% YoY แม้จะยังคงประมาณการกำไรสุทธิปีนี้ที่ 5 หมื่นล้านบาท แต่ระบุอนาคตอาจจะต้องปรับลดประมาณการลงอีก เนื่องจากตัวเลขคาดการณ์กำไรสุทธิดังกล่าว ยังไม่ได้นับรวมผลกระทบจาก NIM ที่ลดลงจากการปรับลดอัตราดอกเบี้ย
  ผลกระทบหลักในไตรมาส 2/60 จาก NIM ที่อ่อนตัวตามการปรับลดอัตราดอกเบี้ย และคุณภาพหนี้ที่ยังเป็นปัจจัยกดดัน อย่างไรก็ตาม ปัจจัยข้างต้นเป็นปัจจัยที่กระทบทั้งกลุ่มธนาคารขนาดใหญ่ แต่ราคาหุ้นของ SCB ยัง Laggard ทำให้อัพไซด์น่าสนใจที่สุดในกลุ่มฯ จึงยังคงคำแนะนำ "ซื้อ" และคงราคาเป้าหมายไว้ที่ 174 บาท
  บล.ฟินันเซียไ ซรัส คาดกำไรไตรมาส 2/60 ลดลง 4% QoQ และ 10% YoY อยู่ที่ 1.15 หมื่นล้านบาท จากแรงกดดันของการปรับลดดอกเบี้ยทุกประเภท ต่างจากแบงก์อื่นที่ปรับลดเฉพาะ MRR ซึ่งคาดว่าจะกระทบ NIM ราว 0.12-0.15% ต่อปี สวนทางกับค่าใช้จ่ายที่เพิ่มขึ้นทั้ง QoQ และ YoY จากการปรับปรุงระบบงานและพนักงาน คงประมาณการกำไรปีนี้ที่ 4.78 หมื่นล้านบาท เพิ่มขึ้น 0.4% YoY และคงราคาเป้าหมายที่ 182 บาท แนะนำซื้อ 
  ขณะที่ บล.เมย์แบงก์ กิมเอ็ง ระบุว่า ปัจจุบันราคาหุ้น SCB ยัง laggard จากกลุ่ม โดยปรับตัวขึ้นเพียง 2.9% จากต้นปี ในขณะที่กลุ่มธนาคารที่ปรับตัวขึ้น 6.47% และเทียบกับ BBL ปรับขึ้น 15.9% และ KBANK เพิ่มขึ้น 10.9% จากต้นปี แนะนำซื้อสะสม ราคาเป้าหมาย 169.00 บาท โดยคาดกำไร Q2/60 เติบโตเล็กน้อยเมื่อเทียบกับปีก่อน เนื่องจากฐานที่สูงในช่วงปีก่อนจากกำไรพิเศษธุรกิจประกันประมาณ 4 พันล้านบาท โดยคาดต้นทุนมีแนวโน้มลดลง ขณะที่รายได้จากสินเชื่อเพิ่มขึ้นราว 5%

 นอกจากนี้ยังพบว่า SCB จ่ายปันผลต่อเนื่องปีละ 5.50 บาท ในช่วง 2 ปีที่ผ่านมา หากปีนี้ยังสามารถจ่ายได้ที่ระดับเดิม เทียบกับราคาปัจจุบัน ให้อัตราผลตอบแทนราว 3-3.5% ขณะที่ราคาเหมาะสมที่โบรกฯ ประเมินอยู่ที่ระดับ 165-182 บาท ยังถือว่ามีอัพไซด์จากราคากระดาน ดังนั้น การร่วงลงของหุ้น SCB จึงอาจเป็นโอกาสสำหรับผู้ที่ต้องการลงทุน แต่ก็ยังต้องจับตางบไตรมาส 2/60 ที่กำลังจะประกาศออกมา ว่าจะเป็นไปตามคาด หรือสร้างเซอร์ไพร์สหรือไม่

RECOMMENDED NEWS

ข่าวยอดนิยม

Refresh


LATEST NEWS

ข่าวล่าสุด

Refresh

ดูข่าวทั้งหมด