หุ้นฮ็อต

| 3 กรกฎาคม 2560 | 09:19

SCI ปิดต่ำสุดรอบ 9 เดือน โบรกฯ หั่นกำไร 59% - พบผู้บริหารดอดขาย

  SCI ไหลลงต่อเนื่อง ปิดต่ำสุดในรอบ 9 เดือน หลังโบรกฯ หั่นเป้ากำไรลง 59% เหตุงานในลาวเลื่อน ขณะที่ผู้บริหารชิงขายทำกำไรตั้งแต่ปลายปีก่อน

  ราคาหุ้น บริษัท เอสซีไอ อีเลคตริค จำกัด (มหาชน) หรือ SCI ไหลลงต่อเนื่อง จากที่เคยขึ้นไปทำจุดสูงสุดที่ 13.10 บาท เมื่อต้นเดือน ก.พ. ที่ผ่านมา ล่าสุดปิดที่ 8.10 บาท ต่ำสุดในรอบเกือบ 9 เดือน 
  SCI ประกอบธุรกิจแบ่งออกเป็น 4 กลุ่มหลัก คือ 1.ผลิตและจำหน่ายตู้สวิทช์บอร์ด รางเดินสายไฟและอุปกรณ์รองรับ 2.ผลิตและจำหน่ายเสาไฟฟ้าแรงสูง เสาสื่อสารโทรคมนาคม และโครงสร้างเหล็กชุบกัลวาไนซ์และบริการชุบสังกะสี 3.ธุรกิจโรงไฟฟ้าพลังงานทดแทน (ปัจจุบันมีธุรกิจโรงไฟฟ้าพลังน้ำขนาดเล็ก) 4.ธุรกิจบริการรับเหมาติดตั้งระบบส่งไฟฟ้าแรงสูงและระบบไฟฟ้าจำหน่าย
  SCI เพิ่งเข้าระดมทุนเมื่อเดือน ต.ค. ปี 58 ที่ราคา IPO 5.90 บาท ขณะที่ผลการดำเนินงานกำไรปรับลดลงต่อเนื่องตั้งแต่เข้าเทรด โดยปี 58 มีกำไรสุทธิ 187.05 ล้านบาท ลดลงเหลือ 162.52 ล้านบาทในปี 59 
  ส่วนงวดไตรมาส 1/60 มีกำไรสุทธิ 6.36 ล้านบาท แม้จะดีขึ้นเมื่อเทียบกับไตรมาสเดียวกันของปีก่อน ซึ่งขาดทุน 4.8 ล้านบาท แต่แนวโน้มกำไรทั้งปีของบริษัทที่ผู้บริหารเคยกล่าวไว้ว่าจะเติบโตอย่างก้าวกระโดดนั้น ดูเหมือนจะมีอุปสรรคเข้ามา
  บล.เคจีไอ ระบุว่า ถึงแม้เราคาดว่ากำไรของ SCI ในไตรมาส 2/60 จะอยู่ที่ 34 ล้านบาท แต่ก็ยังต่ำกว่าประมาณการเดิมของเรา การที่รัฐบาลลาวอยู่ระหว่างการทบทวนโครงการสายส่งไฟฟ้า 500kV สองเฟสว่าจะขยายขนาดสายส่งหรือไม่ ทำให้งาน EPC ของ SCI ในโครงการแรกต้องหยุดชะงักลงชั่วคราว และการทบทวนของรัฐบาลลาวก็ทำให้เราปรับลดประมาณการกำไรสุทธิปี 60 ลง 59% เหลือ 181ล้านบาท และปี 61 ลดลง 20% เหลือ 524 ล้านบาท
  โดยเราขยับไปใช้ราคาเป้าหมายช่วงครึ่งปีแรกที่ 8 บาท จากเดิม 12 บาท เพื่อสะท้อนถึงการปรับลดประมาณการกำไร นอกจากนี้ ยังปรับลดคำแนะนำจาก ถือ เป็น ขาย จนกว่ารัฐบาลลาวจะตัดสินใจขั้นสุดท้ายเกี่ยวกับโครงการสายส่งไฟฟ้า 500kV ซึ่งหมายถึงการที่จะเริ่มงานก่อสร้างได้อีกครั้ง โดยเราคาดว่ารัฐบาลลาวจะตัดสินใจขั้นสุดท้ายภายใน ไตรมาส 3/60
 ที่ผ่านมา ดูเหมือนหุ้น SCI จะมีปัจจัยบวกเข้ามาเป็นพักๆ แต่ด้วยกำไรที่ไหลลงต่อเนื่อง ทำให้ราคาหุ้นค่อนข้างจะผันผวน วิ่งขึ้นวิ่งลงในกรอบ 7 – 13 บาท 
  อย่างช่วงต้นปี 59 หุ้น SCI บริษัทประกาศว่ามีกองทุนต่างประเทศเข้ามาถือหุ้น โดยซื้อจากผู้ถือหุ้นใหญ่ รวมถึงการเข้ามาถือหุ้นของกองทุนใหญ่ในไทยด้วย ส่งผลให้ราคาหุ้นวิ่งขึ้นจาก 8-9 บาท ไปแตะ 11-12 บาท ก่อนจะร่วงกลับลงมาตามกำไรที่ลดลง ขณะที่กองทุนต่างประเทศที่เข้ามาถือ คือ Templeteon Asset Mgt. ตามข้อมูลจาก ก.ล.ต. ซึ่งไม่แน่ใจว่าใช่กองทุน Templeton หรือไม่ เพราะสะกดไม่เหมือนกัน
  ขณะที่ช่วงต้นปีนี้ เกรียงไกร เพียรวิทยาสกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของบริษัท เปิดเผยไว้ว่า แนวโน้มผลการดำเนินงานในปีนี้ คาดว่าจะเติบโตอย่างก้าวกระโดด โดยได้รับปัจจัยหนุนจากการที่รัฐบาลเดินหน้าลงทุนโครงสร้างพื้นฐานขนาดใหญ่ (เมกะโปรเจ็กต์) เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ และเอกชนมีการขยายการลงทุนเสาส่ง 4G เพื่อรองรับการใช้งานของผู้บริโภค ทั้งนี้ บริษัทได้รับงานเสาส่งไฟฟ้าแรงสูงจากการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) และการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (กฟภ.) มูลค่า 850 ล้านบาท ซึ่งจะทยอยรับรู้รายได้ในปีนี้ และยังมีงานที่รอการประมูลในปีนี้อีกเป็นจำนวนมาก แต่ด้วยกำไรปี 59 ที่ลดลงต่อ บวกกับแรงกดดันจากงานที่ชะลอไป ทำให้หุ้นร่วงลงมาอย่างที่เห็นในปัจจุบัน
  อย่างไรก็ตาม หากย้อนดูรายงานการซื้อขายหุ้นของผู้บริหาร (แบบ 59-2) พบว่าผู้บริหารของ SCI บางราย เลือกที่จะขายหุ้นบางส่วนออกมาตั้งแต่ปลายปี 59 โดยเป็นการขายหุ้นรวมกัน 2.02 ล้านหุ้น ที่ราคาเฉลี่ย 11.23 บาท คิดเป็นมูลค่ากว่า 22.6 ล้านบาท

 ดูเหมือนว่าหุ้น SCI จะถูกคาดหวังจากตัวธุรกิจที่เกี่ยวเนื่องกับโครงสร้างพื้นฐานของประเทศ แต่ด้วยความล่าช้าที่เกิดขึ้นทั้งในไทยและต่างประเทศ ทำให้ราคาหุ้นที่วิ่งขึ้นไปดักรอไม่สามารถจะยืนอยู่ได้ และด้วยค่า PE ปัจจุบันที่ยังสูงถึง 35 เท่า เป็นอันดับ 6 ของกลุ่มพลังงาน ถือเป็นงานที่ค่อนข้างท้าทายอย่างมากสำหรับผู้บริหาร ว่าจะสามารถปั้นกำไรให้กลับมาเติบโตทันกับความคาดหวังได้หรือไม่

RECOMMENDED NEWS

ข่าวยอดนิยม

Refresh


LATEST NEWS

ข่าวล่าสุด

Refresh

ดูข่าวทั้งหมด