หุ้นฮ็อต

| 30 มิถุนายน 2560 | 13:46

ปริศนา MPIC เทรดสนั่น 53 ล้านหุ้น มาจากไหน งานนี้ไม่กล้าอย่าเสี่ยง

       ปริศนา MPIC เทรดสนั่น 53 ล้านหุ้น เพิ่มขึ้นเกือบ 900% จาก 5 วันทำการก่อนหน้า มาจากไหน เหตุฟรีโฟลทต่ำไม่ถึง 10% และอยู่ระหว่างแก้ไขเพื่อคงสถานะ บจ. ส่องพื้นฐานยังขาดทุนเรื้อรัง ล่าสุดมีขาดทุนสะสมกว่า 1 พันลบ.การเข้าเก็งกำไรต้องระวังเป็นอย่างสูง ระวังโดนลากไปเชือด

  บมจ.เอ็ม พิคเจอร์ส เอ็นเตอร์เทนเม้นท์ (MPIC) ราคาพุ่งแรงตั้งแต่เปิดตลาดฯ พร้อมปริมาณหุ้นที่ซื้อขายเพิ่มขึ้นอย่างผิดปกติ โดยราคาเปิดที่ 1.89 บาท ก่อนปรับขึ้นแตะ 2.24 บาท หรือบวกราว 24% ทำนิวไฮรอบเกือบ 2 ปี ก่อนจะย่อลงมาปิดเช้านี้ที่ 2.04 บาท เพิ่มขึ้น 0.23 บาท หรือ 12.71% ปริมาณการซื้อขายเพิ่มขึ้นถึง 890% เทียบค่าเฉลี่ย 5 วันทำการก่อนหน้า 
  MPIC เดิมคือ บมจ.ทราฟฟิกคอร์นเนอร์ โฮลดิ้งส์ (TRAF) ปี2551 ได้ควบรวมกับ บริษัท เอ็ม พิคเจอร์ส ในเครือ บมจ.เมเจอร์ ซีนีเพล็กซ์ กรุ้ป (MAJOR) และเปลี่ยนชื่อเป็น บมจ.เอ็ม พิคเจอร์ส เอ็นเตอร์เทนเม้นท์ ทำธุรกิจสื่อภาพยนตร์ครบวงจร ทั้งผลิตภาพยนตร์ไทย และจำหน่ายลิขสิทธิ์ภาพยนตร์ต่างประเทศ 
  ภารกิจหลักของบริษัทฯ คือ การซื้อลิขสิทธิ์ภาพยนตร์ไทยและภาพยนตร์ต่างประเทศจากค่ายที่มีชื่อเสียงเป็นที่รู้จัก และต้องคาดการณ์ว่าเมื่อนำเข้ามาฉายในไทยแล้ว จะเป็นที่ต้องการและตรงกับรสนิยมของผู้บริโภค ซึ่งบริษัทฯ จะนำเสนอภาพยนตร์ผ่านหลายช่องทาง ทั้งโรงภาพยนตร์ ,Cable TV , Free TV , Internet และ Video on demand เป็นต้น 
  MPIC มี MAJOR เป็นผู้ถือหุ้นใหญ่กว่า 92% หรือราว 1,200 ล้านหุ้น จากหุ้นจดทะเบียนทั้งสิ้น 1,300 ล้านหุ้น ดังนั้น ด้วยฟรีโฟลทที่ต่ำเพียง 7.52% ทำให้ MPIC อยู่ระหว่างการปรับปรุงแก้ไขให้พ้นจากเกณฑ์เพิกถอนมาต่อเนื่องหลายปี ที่ผ่านมาหุ้นบริษัทฯ จึงไม่ค่อยเคลื่อนไหว และมีปริมาณการซื้อขายน้อยมาก 
 สถานการณ์ราคาหุ้นที่พุ่งขึ้นมาในวันนี้ ด้วยปริมาณหุ้นที่ซื้อขายสูงถึง 53 ล้านหุ้น มากกว่าค่าเฉลี่ย 5 วันทำการก่อนหน้าที่ซื้อขายเฉลี่ยประมาณ 5.9 ล้านหุ้นต่อวัน หรือเพิ่มขึ้นถึง 890% จึงน่าสงสัยอย่างยิ่งว่า หุ้นที่ขนออกมาเทรด เป็นของใครกันแน่ และมีเบื้องหน้าเบื้องหลังหรือไม่? 
  หากจะดูพื้นฐานของ MPIC พบว่าขาดทุนต่อเนื่องตลอด 5 ปีที่ผ่านมา (55-59) โดยขาดทุนสุทธิ 314.70 ล้านบาท, 246.55 ล้านบาท, 183.26 ล้านบาท, 100.10 ล้านบาท และ 82.98 ล้านบาท ตามลำดับ ขณะที่รายได้จากราว 1,000 ล้านบาทเมื่อปี 55 ลดเหลือเพียง 500 ล้านบาทเมื่อปี 59 ส่วนไตรมาส 1/60 ยังคงขาดทุน 45.45 ล้านบาท ส่งผลให้ ณ สิ้นมี.ค. 60 MPIC มีขาดทุนสะสมอยู่กว่า 1,000 ล้านบาท จึงดูไร้เหตุผลที่หุ้นจะพุ่งขึ้นมากขนาดนี้
  MPIC ชี้แจงว่าไตรมาสแรกที่ขาดทุน 45.45 ล้านบาท สาเหตุมาจากภาพยนตร์ที่เข้าฉายไตรมาสดังกล่าว ทำรายได้น้อยกว่าต้นทุนที่เพิ่มขึ้น โดยรายได้รวมทรงตัวที่ 93 ล้านบาท แต่ต้นทุนผลิตและการขายลิขสิทธิ์ภาพยนตร์อยู่ที่ 81.55 ล้านบาท เพิ่มขึ้นถึง 117% YoY และค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารอยู่ที่ 63.16 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 17% YoY ส่วนใหญ่เป็นค่าใช้จ่ายในการโปรโมทภาพยนตร์ 
 หากมองในมุมของผู้ถือหุ้นใหญ่อย่าง MAJOR การขาดทุนเรื้อรังของ MPIC ย่อมไม่เป็นผลดีต่องบการเงินรวมของ MAJOR ซึ่งเป็นบริษัทจดทะเบียนในตลาดหุ้นเช่นกัน คำถามคือ MAJOR พอใจที่จะแบกรับภาระขาดทุนร่วมกับ MPIC ไปอีกนานเท่าใด?
  ประเด็นที่น่าสนใจคือ ต้องจับตาว่าทางออกของ MAJOR ในฐานะผู้ถือหุ้นใหญ่จะทำอย่างไรกับ MPIC ระหว่างการเพิกถอนออกจากตลาดหุ้นไปเลย หรือว่าหาแนวทางแก้ไขเรื่องฟรีโฟลทให้เป็นไปตามเกณฑ์ ที่ตามปกติมีอยู่ไม่กี่แนวทาง เช่น การแบ่งขายออกมาบางส่วน หรือแนวทางการเพิ่มทุนเปิดทางพันธมิตรเข้ามา ซึ่งทั้งหมดนี้ยังไม่มีคำตอบ

  หากตัดผู้ถือหุ้นใหญ่คือ MAJOR ออกไป เท่ากับว่า MPIC มีหุ้นหมุนเวียนในกระดานเพียง 100 ล้านหุ้น ซึ่งในการซื้อขายครึ่งวันเช้าที่ผ่านมา มีการซื้อขายคิดเป็นครึ่งหนึ่งของฟรีโฟลททั้งหมด ขณะที่สถานะของ MPIC ที่อ่อนแอ ก็ยังมองไม่เห็นทางว่าจะพลิกมีกำไรได้เมื่อไหร่ การเก็งกำไรจึงต้องใช้ความระมัดระวังอย่างสูง เพราะหุ้นฟรีโฟลทน้อยเมื่อติดดอยแล้วมักลงได้ยาก

RECOMMENDED NEWS

ข่าวยอดนิยม

Refresh


LATEST NEWS

ข่าวล่าสุด

Refresh

ดูข่าวทั้งหมด