หุ้นฮ็อต

| 29 มิถุนายน 2560 | 13:43

THCOM ดิ่งกังวลกติกาภาครัฐ ราคานี้โอกาสหรือความเสี่ยง?

    THCOM ต่ำสุดในรอบ 8 เดือน หวั่นปี 61 ไม่สามารถยิงไทยคม 9 ได้ตามแผน อนาคตแขวนอยู่กับนโยบายรัฐ ส่องพื้นฐานงบ Q2/60 ไม่สดใสเหตุรายได้ธุรกิจดาวเทียมอ่อนแอ ขณะที่ผู้บริหารเคยส่งซิกเตรียมทบทวนเป้ารายได้อีกครั้งหลังปิดงบครึ่งปี ราคาหุ้นที่ร่วงลงตอนนี้ แม้เพิ่มอัพไซด์ แต่น่าคิดว่าเป็นโอกาสหรือว่ายังมีความเสี่ยง

  หุ้น บมจ.ไทยคม (THCOM) เจอแรงขายตั้งแต่เปิดตลาด สวนทางกับดัชนีฯ ที่เปิดบวก โดยเปิดที่ 16.90 บาท ก่อนปรับลงแตะ16.60 บาท ต่ำสุดในรอบ 8 เดือน ก่อนจะปิดการซื้อขายภาคเช้าที่ 16.70 บาท ลดลง 0.30 บาท หรือ 1.76% มูลค่าการซื้อขาย 33.23 ล้านบาท 
  THCOM ประกอบธุรกิจดาวเทียมและบริการที่เกี่ยวเนื่อง อินเทอร์เน็ตและสื่อ รวมถึงโทรศัพท์ในต่างประเทศ ถือหุ้นใหญ่ 41% โดย บมจ.อินทัช โฮลดิ้งส์ หรือ INTUCH
 THCOM เคยเป็นหุ้นที่เติบโตอย่างมากในปี 56-57 ทั้งผลการดำเนินงาน และราคาหุ้นที่ปรับขึ้นจาก 20 บาทต้นๆ แตะ All Time High ที่ 43.75 บาท ผลจากการยิงดาวเทียมไทยคม 6 และ 7 ขึ้นสู่วงโคจร
  จากนั้นหุ้น THCOM คลายความน่าสนใจลงไปมาก ตั้งแต่ปี 59 เป็นต้นมา หลังจากกำไรสุทธิอ่อนตัวลงต่อเนื่องทุกไตรมาส ก่อนจะถึงขั้นพลิกขาดทุนในไตรมาสสุดท้ายกว่า 113 ล้านบาท ส่งผลให้กำไรสุทธิปี 59 ลดลงเป็นครั้งแรกในรอบ 5 ปีเหลือ 1.6 พันล้านบาทหรือ หดตัว 24% YoY จากปีก่อนหน้า 2.12 พันล้านบาท ขณะที่ราคาหุ้นทำ Low ที่ 16 บาท ในช่วงปลายปี
  สาเหตุที่กำไรสุทธิปี 59 ลดลงในรอบ 5 ปี เนื่องจากรายได้จากธุรกิจดาวเทียมและธุรกิจอินเทอร์เน็ตและสื่อลดลง ประกอบกับต้นทุนและค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวข้องกับดาวเทียมไทยคม 8 ซึ่งเริ่มให้บริการในช่วงต้นไตรมาส 3/59
  แม้ว่าล่าสุดงวดไตรมาส 1/60 งบ THCOM จะพลิกกลับมามีกำไร 258 ล้านบาท จากไตรมาสก่อนหน้าที่ขาดทุน แต่ราคาหุ้นก็ยังเคลื่อนไหวต่ำกว่า 20 บาทเป็นส่วนใหญ่ สอดคล้องกับเป้าพื้นฐานของนักวิเคราะห์ ที่ปรับลงมาเหลือ 17-18 บาท พร้อมกับคำแนะนำ "ขาย" 
  สอดคล้องกับพฤติกรรมของนักลงทุนต่างชาติซึ่งลงทุนผ่าน NVDR ที่พบว่าทยอยขายหุ้น THCOM อย่างต่อเนื่องนับตั้งแต่กลางเดือน พ.ค.ซึ่งเป็นช่วงหลังประกาศงบไตรมาสแรก และเพิ่งจะซื้อกลับเมื่อ 2 วันทำการมานี้ในช่วงที่ราคาหุ้นปรับลง 2 วันติด โดยมีต้นทุนเฉลี่ย 2 วันนี้ที่ 17.08 บาท ล่าสุดถือครองอยู่ราว 77 ล้านหุ้น จากกลางเดือน พ.ค.ถือครองประมาณ 81 ล้านหุ้น
  ขณะที่ผลตอบแทนจากการลงทุนในหุ้น THCOM นับจากต้นปีถึงวันนี้ ใครที่ถืออยู่จะขาดทุนทางบัญชีราว 13.40% มากสุดเป็นอันดับ 4 ในกลุ่ม ICT รองจาก FER (-51.14%) ILINK (-25.24%) และ ALT (-21.35%) 
  สัญญาณหุ้น THCOM ที่เจอแรงขายหนักอีกครั้งวันนี้ เกิดจากความไม่แน่นอนเกี่ยวกับการยิงดาวเทียมไทยคม 9 และ 10 ทดแทนไทยคม 4 ที่จะหมดอายุสัมปทานในปี 64 แม้จะได้รับอนุมัติดาวเทียมดวงใหม่จาก กสทช. แล้ว แต่การจะยิงขึ้นวงโคจรได้ต้องได้รับอนุญาตจากกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี)
  ล่าสุด ผู้บริหาร THCOM แถลงข่าวระบุว่า ความไม่ชัดเจนของทางการเกี่ยวกับการยื่นจองวงโคจรไทยคม 9 ส่งผลให้ลูกค้ารายใหญ่จากญี่ปุ่นซึ่งปัจจุบันเช่าใช้บริการไทยคม 4 ได้ยกเลิกแผนการจองใช้งานไทยคม 9 ซึ่งจะทำให้ THCOM สูญรายได้ราว 300 ล้านบาทต่อปีจากลูกค้ารายนี้ 
 ดังนั้น หากยังไม่ได้ข้อสรุปจากทางการและสามารถสร้างดาวเทียมไทยคม 9 ได้ภายในปี 61 จะทำให้ไม่สามารถยิงวงโคจรไทยคม 9 ขึ้นใช้งานในปี64 ได้ตามแผน เนื่องจากต้องใช้เวลาสร้างดาวเทียมประมาณ 2-3 ปี 
  สำรวจมุมมองโบรกฯ เห็นว่า นอกจากประเด็นไทยคม 9 และ 10 ซึ่งถือเป็นความเสี่ยงต่อผลประกอบการบริษัทฯ ในปีนี้แล้ว ในระยะสั้นผลประกอบการไตรมาส 2/60 ก็มีแนวโน้มอ่อนแอทั้งเทียบรายไตรมาสและรายปี ผลจากการอ่อนตัวของธุรกิจดาวเทียม และเงินบาทแข็งค่า นอกจากนี้ หากพิจารณากำไรสุทธิไตรมาสแรกพบว่า ทำได้น้อยเมื่อเทียบกับประมาณการทั้งปีของโบรกฯ โดยอยู่ในช่วง 10-20% ของประมาณการกำไรทั้งปีเท่านั้น 
  บล.เคจีไอ คาดว่ากำไรหลักไตรมาส 2/60 จะอยู่ที่ 122 ล้านบาท ลดลง 33% QoQ และลดลง 79% YoY ตามการลดลงของรายได้ธุรกิจดาวเทียมทั้งดาวเทียมสำหรับบรอดแบนด์ และดาวเทียมแบบดั้งเดิม แต่เมื่อรวมกับกำไรจากอัตราแลกเปลี่ยนคาดราว 55 ล้านบาท ทำให้กำไรสุทธิอยู่ที่ 166 ล้านบาท ลดลง 36% QoQ และลดลง 72% YoY 
  ผลประกอบการทั้งปี อาจจะไม่สดใสนักแม้ว่าในไตรมาส 3/60 จะเริ่มรับรู้รายได้จากบริการไอพีสตาร์ให้กับลูกค้าในอินโดนีเซีย แต่เป็นสัดส่วนไม่มากเพียง 4.7% ของความสามารถในการให้บริการทั้งหมดของไอพีสตาร์ จึงไม่น่าจะมากพอที่จะชดเชยรายได้ที่ลดลงจากการสิ้นสุดสัญญาของ TOT ตั้งแต่ Q2/60 และลูกค้าในออสเตรเลียที่สิ้นสุดสัญญาใน Q3/60 ขณะที่ยังมีความไม่แน่นอนเกี่ยวกับช่วงเวลาการยิงดาวเทียมไทยคม 9 และไทยคม10 ขึ้นวงโคจร จึงแนะนำขาย ราคาเป้าหมายที่ 17.90 บาท (เดิม 19.00 บาท)
 ตรงข้ามกับ "บล.กสิกรไทย" ที่ไม่ได้ให้น้ำหนักกับประเด็นกำไรอัตราแลกเปลี่ยนในงวดไตรมาส 2/60 เนื่องจากเงินบาทแข็งค่าขึ้น น่าจะเป็นผลลบต่อรายได้ของ THCOM ซึ่งประมาณ 60% เป็นรายรับในเงินสกุลดอลลาร์สหรัฐฯ ขณะที่ต้นทุนเป็นเงินสกุลบาท และแม้จะทำประกันความเสี่ยงโดยธรรมชาติ หรือ natural hedge ก็ไม่สามารถชดเชยได้ ประกอบกับ ความเสี่ยงเกี่ยวด้านกฎเกณฑ์ที่ยังไม่ได้ข้อสรุป อย่างไรก็ตาม มองว่า ราคาปัจจุบันน่าสนใจ และปันผลดียีลด์ประมาณ 4-4.3% จึงแนะนำ "ถือ"
  บล.เมย์แบงก์ กิมเอ็ง (ประเทศไทย) ระบุว่า กำไรไตรมาสแรกคิดเป็นเพียง 10% ของประมาณการทั้งปี,บล.ธนชาต กล่าวว่า คิดเป็น 18% ของประมาณการทั้งปี และ บล.เคจีไอ กล่าวว่า คิดเป็นสัดส่วนเพียงแค่ 20% ของประมาณการทั้งปี ขณะที่ 3 โบรกฯ มองไตรมาส 2 แนวโน้มอ่อนแอ
  สอดคล้องกับผู้บริหาร THCOM เคยกล่าวว่า หลังงบครึ่งปีออกมาแล้ว จะทบทวนประมาณการรายได้อีกครั้งจากเดิมที่คาดว่ารายได้ปีนี้จะใกล้เคียงกับปีก่อน ขึ้นอยู่กับว่าบริษัทจะหาลูกค้าใหม่เข้ามาได้หรือไม่ และอัตราการใช้งานดาวเทียมเพิ่มขึ้นหรือไม่ และยอมรับไตรมาส 2/60 ลูกค้าลดลง จะทำรายได้ไตรมาส 2 หดตัวจากช่วงเดียวกันปีก่อน

  ราคาหุ้น THCOM ที่ร่วงลงตอบรับข่าวร้าย แม้ว่าจะเริ่มมีอัพไซด์จากราคาเหมาะสม แต่ผลการดำเนินงานไตรมาส 2 และทั้งปีที่มีแนวโน้มอ่อนแอ บวกประเด็นความเสี่ยงที่เกี่ยวข้องกับนโยบายรัฐ เป็นสิ่งที่คาดเดาไม่ได้ ก็อาจจะกดดันราคาหุ้นได้อีก ทำให้ยากที่จะคาดการณ์ได้ว่าจุดต่ำสุดของ THCOM ได้ผ่านพ้นไปแล้วหรือยัง?

RECOMMENDED NEWS

ข่าวยอดนิยม

Refresh


LATEST NEWS

ข่าวล่าสุด

Refresh

ดูข่าวทั้งหมด