หุ้นฮ็อต

| 29 มิถุนายน 2560 | 09:27

จับตา DELTA หลังจ่อตั้งสำรอง 733 ลบ. กระทบ EPS ราว 12%

 จับตาหุ้น DELTA จ่อตั้งสำรอง 733 ลบ. หลังศาลสั่งชำระภาษีให้กรมสรรพากร คิดเป็น 0.59 บาท/หุ้น หรือ 12% ของ EPS ทั้งปี 60 ขณะที่พบราคากระดานยังสูงเกินพื้นฐาน แม้วานนี้ร่วงลงแล้วกว่า 3% โบรกฯ ชี้บาทแข็งเสี่ยงกระทบกำไร

  ราคาหุ้น บริษัท เดลต้า อีเลคโทรนิคส์ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) หรือ DELTA วานนี้ (28 มิ.ย.) ปิดที่ระดับต่ำสุดของวัน 88 บาท ลดลง 3 บาท หรือ 3.30% และมีปริมาณหุ้นที่ซื้อขายเพิ่มขึ้น 226% เทียบค่าเฉลี่ย 5 วันทำการก่อนหน้า
  DELTA ทำธุรกิจผลิตและจำหน่ายผลิตภัณฑ์ด้านการจัดการระบบกำลังไฟฟ้า (Power management solutions) รวมถึงชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์บางประเภท ได้แก่ พัดลมอิเล็กทรอนิกส์ (DC Fan) อีเอ็มไอ ฟิลเตอร์ (EMI) และโซลินอยด์ มีฐานการผลิตอยู่ในภูมิภาคต่างๆ ทั่วโลก ได้แก่ เอเชีย ยุโรป และอเมริกาใต้
  ผลการดำเนินงาน DELTA ทำกำไรสุทธิได้ในระดับ 5-6 พันล้านบาท ต่อเนื่องในช่วง 4 ปีที่ผ่านมา (56-59) ส่วนไตรมาส 1/60 มีกำไรสุทธิ 1.34 พันล้านบาท เพิ่มขึ้นเล็กน้อยจากช่วงเดียวกันของปีก่อน
  ด้านความเคลื่อนไหวราคาหุ้น DELTA เคยขึ้นไปทำ AllTime High ที่ 100 บาท เมื่อเดือน พ.ค. ที่ผ่านมา ซึ่งถือว่าสูงกว่าราคาพื้นฐานที่นักวิเคราะห์ประไว้ค่อนข้างมาก ขณะที่ในเดือน มิ.ย. ราคาหุ้นอยู่ในระดับเกิน 90 บาท มาตลอด จนกระทั่งเกิดแรงขายหนักวานนี้
  สัญญาณขายหุ้น DELTA เกินขึ้นหลังจากบริษัทฯ ประกาศข่าวลบ ศาลฎีกาสั่งให้ชำระเงินภาษี 733.66 ล้านบาท ให้กรมสรรพากร โดยบริษัทฯ เตรียมตั้งสำรองทั้งจำนวนในงบ Q2/60 แต่จะเจรจากรมสรรพากรขอแบ่งชำระเป็นรายงวด โดยยืนยันว่าการชำระภาษีดังกล่าวไม่กระทบต่อการดำเนินงาน เพราะฐานะทางการเงินแข็งแกร่ง และมีสภาพคล่องเพียงพอ
  อย่างไรก็ตาม การตั้งสำรองครั้งเดียว ย่อมต้องกระทบต่อกำไรของบริษัท โดยพบว่าในไตรมาส 2/59 DELTA มีกำไรสุทธิ 1.32 พันล้านบาท หากไตรมาส 2/60 บริษัทฯ ทำกำไรได้ใกล้เคียงปีก่อน แต่ต้องตั้งสำรองกว่า 700 ล้านบาท เท่ากับว่ากำไรสุทธิจะลดลงถึง 50%
  DELTA แจ้งตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ว่า ศาลฎีกาได้อ่านคำพิพากษาหมายเลขที่ 10338/2559 เมื่อวันที 26 มิถุนายน 2560 แล้ว โดยสรุปได้ว่า บริษัทฯ ต้องชำระเงินภาษีจำนวนทั้งสิ้น 733,659,893.32 บาท ให้แก่กรมสรรพากร ทั้งนี้ บริษัทฯจะพิจารณาตั้งสำรองทั้งจานวนในงวดไตรมาส 2 ปี 2560 อย่างไรก็ตาม เพื่อลดผลกระทบด้านกระแสเงินสดของบริษัทฯ ให้น้อยที่สุด บริษัทฯ จะดำเนินการขอเจรจากับกรมสรรพากรเพื่อแบ่งชำระเงินภาษีดังกล่าวต่อไป แต่หากไม่สามารถเจรจาต่อรองได้ก็จะไม่มีผลกระทบต่อการดำเนินงานใดๆ เนื่องจากบริษัทฯมีสภาพคล่องเพียงพอ
  นอกจากนี้ สำรวจความคิดเห็นนักวิเคราะห์ พบว่าให้ราคาเป้าหมายทางพื้นฐานของ DELTA อยู่ที่ราว 72-87 บาท เท่านั้น ซึ่งยังต่ำกว่าราคากระดานที่ร่วงลงมาแล้วกว่า 3% เมื่อวานนี้ โดยระบุว่ายังมีความเสี่ยงจากเงินบาทที่แข็งค่า ซึ่งจะกระทบต่อกำไรของบริษัท
  บล.ทิสโก้ ซึ่งให้ราคาเหมาะสม DELTA ที่ 72 บาท และปรับคำแนะนำลงจาก“ถือ” เป็น“ขาย” โดยระบุว่า DELTA รายงานกำไรจากการดำเนินงานในช่วง 1Q17 ที่ 1.3 พันล้านบาท เพิ่มขึ้น 9% YoY แต่ลดลง 9% QoQ หากไม่รวมกำไรจากอัตราแลกเปลี่ยน 25 ล้านบาท ผลประกอบการจะอยู่ที่ 1.3 พันล้านบาท เพิ่มขึ้น 8% YoY และลดลง 12% QoQ โดยผลประกอบการ 1Q17 คิดเป็น 22% จากประมาณการทั้งปี และเราปรับคำแนะนำลงจาก “ถือ” เป็น “ขาย”
  กำไรจากการดำเนินงานคิดเป็น 22% ของผลประกอบการทั้งปีตามคาด แต่อย่างไรก็ตาม มีความเสี่ยงที่เงินบาทจะแข็งค่ากระทบต่อผลประกอบการ โดยเงินบาทในช่วง 1Q17 อยู่ที่เฉลี่ย 35.11 บาท/ดอลลาร์ ในขณะที่สมมติฐานของเราอยู่ที่ 36.5 บาท/ดอลลาร์ แต่เรายังคงประมาณการของเรา เนื่องจากคาดว่าเงินบาทจะอ่อนค่าลง
  มูลค่าที่เหมาะสม 72 บาท คิดเป็น PER สำหรับปี 2017F ที่ 15 เท่า โดยเรามองว่าอัพไซด์ในปีนี้มีจำกัด ก่อนหน้านี้เราชอบ DELTA จากเงินปันผลที่สูง แต่ ณ ราคาปัจจุบันคิดเป็นผลตอบแทนต่ำกว่า 4% ทำให้เราปรับคำแนะนำลงเป็น “ขาย” โดยมีความเสี่ยงคือ เศรษฐกิจที่อ่อนแอทั้งในสหรัฐฯ และยุโรป, ต้นทุนวัตถุดิบที่เพิ่มขึ้น และค่าเงินบาทที่แข็งค่าขึ้น
  ขณะที่ บล.ดีบีเอสวิคเคอร์ส แนะนำ Fully Valued ราคาพื้นฐาน 87 บาท โดยระบุว่า ราคาหุ้นเต็มมูลค่าแล้ว สะท้อนเงินบาทแข็งค่าเทียบกับเหรียญสหรัฐด้วยการปรับเปลี่ยนสมมุติฐานค่าเงินบาทจากเดิมทั้งสองปีคือปี 60/61 เท่ากันคือ 36.6 บาทต่อเหรียญสหรัฐ เป็น 34.6 และ 35.0 บาทต่อเหรียญสหรัฐ ตามลำดับ ผลกระทบ คือ อัตรากำไรขั้นต้นปรับลดลงจากเดิม 27.3% ทั้งสองปี เป็น 27% และ 27.1% ตามลำดับ อย่างไรก็ตามได้ปรับยอดขายปี 61 เพิ่มขึ้น จากเดิมให้โต 4.8% เพิ่มเป็น 7.4% เพราะเห็นว่าบริษัทกำลังมุ่งไปที่ตลาด Power Supply ที่กลุ่มอื่นด้วยนอกจาสื่อสาร จะส่งผลดีให้ยอดขายดีขึ้น สุทธิแล้วปีนี้ได้มีการปรับประมาณการลง 5% ส่วนปีหน้าไม่เปลี่ยนแปลง
  ข้อดีคือ ช่วงการลงทุนมากในปี 59 ได้ผ่านไปแล้ว คือ มีต้นทุนและค่าใช้จ่ายการทำ R&D มาก ยังผลให้กำไรปี 59 ปรับลงไปถึง 15% แต่คาดว่ามาถึงปี 60 แล้ว สถานการณ์ต่างๆคาดว่าจะดีขึ้น และได้รับแรงสนับสนุนจากเศรษฐกิจโลกที่ฟื้นตัวดีขึ้น
  แนวโน้มระยะยาวเป็นไปตามแผน ด้วยการเน้นไปที่สินค้าประเภท ชาร์จเจอร์ และพัดลม สำหรับอุตสาหกรรมยานยนต์ Telecom Power รวมทั้ง Power Supply สำหรับ Data Center ในอินเดีย
  คงคำแนะนำ เต็มมูลค่า (Fully Valued) เรายังมองลบสำหรับการขายบริษัทย่อยออกไป 4 แห่ง เพื่อแลกกับการถือหุ้น 100% ใน Eltek SK ประเมินราคาพื้นฐานใหม่ไว้ที่ 87.00 บาท ด้วย P/E ปี 61 เลื่อนจากเดิมใช้ปี 60 เป็น 16 เท่า เทียบกับค่าเฉลี่ยกลุ่มที่ 16.4 เท่า และบริษัทแม่ที่ 19.9 เท่า
  ส่วนประเด็นศาลฎีกาตัดสินให้บริษัทจ่ายภาษีย้อนหลัง 734 ล้านบาท (รวมค่าปรับ) ใน 2Q60 ซึ่งบริษัทมีเงินจ่าย (สิ้นมี.ค.60 มีเงินสดในมือ1.9 หมื่นล้านบาท) ซึ่งคิดเป็น 0.59 บาท/หุ้น หรือ 12% ของ EPS ทั้งปี 60 ยังคงแนะนำ Fully Valued

  ที่ผ่านมาดูเหมือนว่า DELTA เทรดที่ราคาสูงกว่าพื้นฐานมาโดยตลอด แต่ล่าสุดเมื่อมีข่าวลบมากดดัน จึงต้องจับตาว่าราคาหุ้นจะลดลงไปได้ถึงไหน โดย บล.ธนชาต ระบุว่า DELTA ยังมีความเสี่ยงในการต้องจ่ายภาษีเพิ่มคล้ายๆ แบบนี้อีกประมาณ 508 ล้านบาท แต่เชื่อว่าจะไม่กระทบกับบริษัทฯ และยังมีมุมมองที่ดีต่อบริษัทในระยะยาว

RECOMMENDED NEWS

ข่าวยอดนิยม

Refresh


LATEST NEWS

ข่าวล่าสุด

Refresh

ดูข่าวทั้งหมด