หุ้นฮ็อต

| 28 มิถุนายน 2560 | 09:22

CHOW ร่วงติดฟลอร์ จงใจ หรือ ใครคีย์ผิด?

  ปริศนาหุ้น CHOW เหวี่ยงวันเดียว 76% ราคาร่วงติดฟลอร์ภายใน 1 นาที ก่อนเด้งกลับมาปิดบวก งานนี้ จงใจ หรือ ใครคีย์ผิด? จับตาทิศทางต่อจากนี้ หลังสภาพคล่องเริ่มตึงตัว หนี้สิ้นต่อทุนพุ่งแตะ 9.53 เท่า ขณะที่ผลประกอบการไตรมาสแรกพลิกกลับมาขาดทุนอีกครั้ง

  ราคาหุ้น บริษัท เชาว์ สตีล อินดัสทรี้ จำกัด (มหาชน) หรือ CHOW วานนี้ (27 มิ.ย.) พุ่งขึ้นไปแตะ 5.05 บาท หรือเพิ่มขึ้นถึง 24.38% ก่อนที่ราคาหุ้นจะทิ้งดิ่งติดฟลอร์ที่ 2.86 บาท ก่อนปิดตลาดช่วงเช้าภายในเวลาเพียงแค่ 1 นาที จากนั้นได้กระโดดขึ้นมาซื้อขายกันที่ 4.78 บาท หลังเปิดตลาดช่วงบ่าย และปิดการซื้อขายที่ 4.44 บาท โดยระยะห่างระหว่างราคาต่ำสุดถึงสูงสุด คิดเป็น 76%
  CHOW เป็นผู้ผลิตและจำหน่ายเหล็กแท่งยาว (Steel Billet) ให้แก่โรงรีดเหล็กภายในประเทศและต่างประเทศ เพื่อนำไปผลิตต่อด้วยการรีดเป็นผลิตภัณฑ์เหล็กทรงยาว (Long Products) ได้แก่ เหล็กเส้นกลม เหล็กข้ออ้อย และเหล็กลวด เป็นต้น อย่างไรก็ตาม บริษัทพยายามผันตัวเองเข้าสู่ธุรกิจพลังงานทดแทน โดยเข้าลงทุนในโรงไฟฟ้าทั้งในและต่างประเทศ
 สาเหตุที่ราคาหุ้นดิ่งลงไปติดฟลอร์ภายในเวลาเพียงแค่ 1 นาที ก่อนปิดตลาดช่วงเช้า ยังคงเป็นปริศนาว่าเกิดจากการจงใจ หรือ ความผิดพลาดในการส่งคำสั่งกันแน่?
  หากเกิดจากความผิดพลาด ก็คงต้องขอแสดงความยินดีกับผู้ที่สามารถเคาะซื้อได้ทันที่ราคาฟลอร์ 2.86 บาท จำนวน 1.2 แสนหุ้น เพราะภายในวันเดียวก็สามารถทำกำไรได้ถึง 55% (คำนวณจากราคาปิดที่ 4.44 บาท) แต่หากเป็นความจงใจในการเทขายหุ้นออกมา ก็น่าจะมีปัจจัยที่สร้างความกังวลเกิดขึ้น
  สำหรับประเด็นที่นักลงทุนต้องให้ความสนใจ  คือเรื่องสภาพคล่องของบริษัทที่เริ่มตึงตัว โดยปัจจุบันอัตราส่วนสภาพคล่อง (Current ratio) ของบริษัทอยู่ที่เพียง 0.58 เท่า ซึ่งค่าที่น้อยกว่า 1 เท่า หมายความว่า บริษัทมีหนี้สินหมุนเวียนมากกว่าสินทรัพย์หมุนเวียน โดย ณ สิ้นไตรมาส 1/60 บริษัทมีหนี้สินรวม 1.16 หมื่นล้านบาท เป็นหนี้สินหมุนเวียนทั้งสิ้น 7.31 พันล้านบาท และหนี้สินระยะยาวที่ถึงกำหนดชำระภายในหนึ่งปีรวม 2.9 พันล้านบาท ซึ่งเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญจากปี 59 ที่อยู่ในระดับ 800 กว่างล้านบาทเท่านั้น ขณะที่มีส่วนผู้ถือหุ้นเพียง 1.2 พันล้านบาท ส่งผลให้ล่าสุดหนี้สินต่อส่วนของผู้ถือหุ้น (D/E) พุ่งสูงถึง 9.53 เท่า
  ตัวเลขสภาพคล่องที่เริ่มตึงตัวของ CHOW ส่วนหนึ่งเกิดจากการพยายามรุกธุรกิจพลังงานทดแทนอย่างเต็มตัว ทำให้บริษัทต้องใช้เงินลงทุนมากขึ้น ประกอบกับธุรกิจเหล็กที่ผลประกอบการไม่ค่อยสู้ดีนัก จนไตรมาส 1/60 ผลการดำเนินงาน พลิกกลับเป็นขาดทุน 36.74 ล้านบาท จากปี 59 ที่มีกำไร 32.53 ล้านบาท
  และหากยังจำกันได้ ในช่วงต้นปี ที่มีกระแสข่าววิกฤตหนี้ B/E ซึ่งพบว่า CHOW เป็นหนึ่งใน บจ. ที่มีการออกตั๋ว B/E จำนวนมากราว 2.39 พันล้านบาท ซึ่งบริษัทฯ ได้ยืนยันผ่านตลาดหลักทรัพย์ และให้สัมภาษณ์สื่อมวลชนว่าไม่มีปัญหาในการชำระหนี้ เนื่องจากมีสถาบันการเงิน ซึ่งก็คือธนาคารเพื่อการส่งออกและนำเข้า (EXIM Bank) อนุมัติวงเงินกู้ให้กับบริษัทฯ แล้ว ในขณะที่ EXIM Bank กลับออกมาตอกหน้าว่า เงินกู้ดังกล่าวห้ามใช้ผิดประเภทอย่างเด็ดขาด เพราะไม่ใช่วงเงินสำหรับการชำระหนี้ตั๋ว B/E
อย่างไรก็ดี ดูเหมือนว่า CHOW จะมีแผนในการเสริมสภาพคล่องรองรับไว้แล้ว โดยเมื่อเดือน เม.ย. ที่ผ่านมา ผู้ถือหุ้นได้อนุมัติแผนเพิ่มทุนแบบมอบอำนาจทั่วไป (General Mandate) จำนวน 240 ล้านหุ้น แบ่งเป็นการเสนอขายให้ผู้ถือหุ้นเดิม 160 ล้านหุ้น และบุคคลในวงจำกัด 80 ล้านหุ้น
  นอกจากนี้ยังมีแผนสำคัญ คือ การพยายามนำบริษัท เชาว์ เอ็นเนอร์ยี่ จำกัด (มหาชน) หรือ CE ซึ่งเป็นบริษัทย่อยที่ CHOW ถือหุ้นอยู่ 87.36% เข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ แต่ยังไม่ได้กำหนดช่วงเวลาชัดเจน ซึ่งในเบื้องต้นบริษัทมีแผนจะขายหุ้นไอพีโอของ CE จำนวน 380 ล้านหุ้น และลดสัดส่วนการถือหุ้นลงเหลือ 65.52% เพื่อนำเงินที่ได้มาเสริมสภาพคล่องให้ดีขึ้น โดยเมื่อปี 59 CE มีรายได้รวม 1,228 ล้านบาท และมีกำไรสุทธิ 30.53 ล้านบาท 
  ทั้งนี้ ณ สิ้นเดือน มี.ค. ที่ผ่านมา พบว่า CHOW เริ่มดำเนินโครงการโรงไฟฟ้าที่ญี่ปุ่นเพิ่มอีก 1 แห่ง รวมที่ดำเนินการอยู่ทั้งหมด 10 แห่ง กำลังการผลิตรวม 36.78 เมกะวัตต์ และเมื่อรวมกับโครงการ Solar Rooftop ในไทยอีก 6.64 เมกะวัตต์ จะมีกำลังการผลิตรวม 43.42 เมกะวัตต์
  ดูเหมือนว่าการดันบริษัทย่อยอย่าง CE เข้าจดทะเบียนให้ได้เร็วที่สุดน่าจะเป็นทางออกที่สำคัญของ CHOW ในเวลานี้ ด้วยกำไรจากธุรกิจไฟฟ้าที่ยังไม่ออกมาเป็นกอบเป็นกำ ขณะที่ธุรกิจเหล็กก็ยังทรุดลงต่อเนื่อง โดยไตรมาส 1/60 การจำหน่ายเหล็กลดลงไป 34.82% แต่ล่าสุดก็ยังไม่มีความคืบหน้าในเรื่องดังกล่าว
  ด้านนายอนาวิล จิรธรรมศิริ ประธานกรรมการบริหาร CHOW ระบุว่า ม่ทราบสาเหตุที่ราคาหุ้นผันผวนหนักขนาดนั้น ซึ่งในส่วนของตัวธุรกิจของบริษัทยังคงดำเนินการไปตามแผนงานปกติ ส่วนแนวโน้มผลงานไตรมาส 2/60 ทิศทางดีขึ้นจากไตรมาสแรกที่พลิกขาดทุน โดยจะดีขึ้นจากธุรกิจการจำหน่ายไฟฟ้าและจากการขายเหล็ก

 คงปฏิเสธไม่ได้ว่า CHOW อยู่ในสถานการณ์ที่ไม่สู้ดีนัก โดยเฉพาะในเรื่องของสภาพคล่องที่ตึงตัว ซึ่งผู้บริหารเคยให้สัมภาษณ์ว่ามีหนี้ที่จะครบกำหนดชำระในเดือน มิ.ย. นี้กว่า 2 พันล้านบาท ในขณะที่บริษัทมีเงินสดเหลืออยู่เพียง 437 ล้านบาท และยังไม่มีการประกาศเรียกเงินเพิ่มทุน รวมไปถึงแผนดัน CE เข้าตลาดฯ ก็ยังไม่มีความคืบหน้า จึงน่าจับตาอย่างยิ่งว่า CHOW จะฝ่าวิกฤตวงจรหนี้ระยะสั้นไปได้อย่างไร และหุ้นที่ร่วงติดฟลอร์วานนี้ มีใครจงใจจะขายทุกราคาออกมาหรือไม่ หรือจะเป็นแค่ความผิดพลาดในการส่งออเดอร์เท่านั้น

RECOMMENDED NEWS

ข่าวยอดนิยม

Refresh


LATEST NEWS

ข่าวล่าสุด

Refresh

ดูข่าวทั้งหมด