หุ้นฮ็อต

| 27 มิถุนายน 2560 | 13:57

จับอนาคต COM7 หลังเฉลยสตอรี่ใหม่รุกธุรกิจลิสซิ่ง

  COM7 เจอ Sell on fact หลังเฉลยสตอรี่เข้าลงทุน "ลิสซิ่งมอเตอร์ไซด์" กับกลุ่มมิตซุย งานนี้หุ้นน่าเก็บหรือไม่ต้องจับตา เหตุราคาเข้าใกล้พื้นฐานเฉลี่ย 12.70 บาท แต่ยังไม่รวมธุรกิจใหม่ ที่จะต่อยอดไปยังเช่าซื้อสินค้าไอที ขณะที่พบขาใหญ่ "พงศ์ศักดิ์ ธรรมธัชอารี" เข้าเก็บหุ้นเกิน 5% ขึ้นแท่นอันดับ 3 
  
  บมจ.คอมเซเว่น (COM7) ราคาวิ่งต่อเนื่องตั้งแต่สัปดาห์ที่ผ่านมา ก่อนจะเริ่มเจอแรงขายทำกำไรในการซื้อขายเช้าวันนี้ โดยหุ้นเปิดที่ 12.40 บาท ก่อนปรับขึ้นแตะ 12.50 บาท และอ่อนตัวลงมาปิดภาคเช้าที่ 12.20 บาท ลดลง 0.10 บาท หรือ 0.81% หลังประกาศสตอรี่การลงทุนต่อยอดธุรกิจ 
 COM7 ทำธุรกิจจำหน่ายสินค้าไอที โทรศัพท์เคลื่อนที่ และอุปกรณ์เสริม รวมทั้งศูนย์ซ่อมสินค้าแบรนด์ Apple เข้าซื้อขายใน SET เมื่อเดือน ส.ค. ปี 58 ด้วยราคา IPO เพียง 3.35 บาท 
  เทียบกับราคาปัจจุบัน เท่ากับว่าหุ้น COM7 เพิ่มขึ้นกว่า 270% ภายในเวลาไม่ถึง 2 ปี สอดคล้องกับกำไรสุทธิ จากระดับ 200 ล้านบาทในปี57 ขึ้นมาเป็น 400 ล้านบาทในปี 59 ส่วนไตรมาส 1/60 ทำกำไรสุทธิได้แล้วถึง 119 ล้านบาท 
  ค่ำวานนี้ (26 มิ.ย.) COM7 ประกาศข่าวการเข้าซื้อหุ้น 30% ในบริษัท บัฟ (ประเทศไทย) จำกัด ใช้เงินลงทุนราว 268 ล้านบาท รุกธุรกิจสินเชื่อเช่าซื้อรถจักรยานยนต์ ถือเป็นการเฉลยถึงสาเหตุที่ราคาหุ้นปรับขึ้นในสัปดาห์ก่อน และมาทำจุดสูงสุดในรอบ 5 เดือน เมื่อวานนี้ที่ 12.70 บาท 
  COM7 แจ้งการเข้าซื้อหุ้นใน บจก.บัฟ (ประเทศไทย) 30% พร้อมกับ บมจ.ซินเน็ค (ประเทศไทย) หรือ SYNEX ที่ซื้อ 30% เท่ากัน ใช้เงินลงทุนฝ่ายละ 268.21 ล้านบาท โดยเป็นการซื้อจาก "กลุ่มมิตซุย" ซึ่งเป็นผู้ถือหุ้นใหญ่ของบัฟ ส่งผลให้ บริษัท มิตซุย แอนด์ คัมปนี จำกัด เหลือสัดส่วนถือหุ้น 25% จากเดิม 48.99% และนักลงทุนรายอื่นถือหุ้น 14.99% 
  บจก.บัฟ (ประเทศไทย) เป็นบริษัทย่อยในเครือ มิตซุย ประเทศญี่ปุ่น เข้ามาทำธุรกิจสินเชื่อเช่าซื้อรถจักรยานยนต์ในไทย ก่อตั้งเมื่อเดือน ส.ค.ปี 47 ต่อมาปี58 ได้เปิดให้บริการรีไฟแนนซ์สินเชื่อสำหรับลูกค้าที่ต้องการใช้เงินด่วน
  ทั้งนี้ "บัฟ" มีกำไรสุทธิในปี 59 ราว 79 ล้านบาท (อัตรากำไรสุทธิ 17.18%) จากปี 58 ที่ขาดทุนสุทธิ 88 ล้านบาท และมีนายสุระ คณิตทวีกุล ผู้ถือหุ้นใหญ่ และ CEO ของ COM7 เป็นกรรมการอยู่ก่อนแล้ว จึงสันนิษฐานได้ว่าอาจเห็นแนวโน้มธุรกิจเริ่มมีกำไร จึงตัดสินใจนำ COM7 เข้าร่วมลงทุน 
 หากเปรียบเทียบความสามารถในการทำกำไรของ "บัฟ" กับผู้ประกอบธุรกิจประเภทเดียวกันถือว่าทำได้ดี อัตรากำไรสุทธิปี 59 ทำได้ 17.18% ส่วน บมจ.ฐิติกร (TK) ซึ่งให้บริการสินเชื่อเช่าซื้อรถจักรยานยนต์เช่นกัน ทำได้ 12.75% และเมื่อเทียบกับธุรกิจหลักของ COM7 มีอัตรากำไรสุทธิ 2.36% จึงนับได้ว่าเป็นการเข้ามาจับในธุรกิจที่มีมาร์จิ้นดีกว่าธุรกิจเดิม
  ซึ่งหากปีนี้ บ.บัฟ ทำกำไรได้เท่าปีก่อนที่ 79 ล้านบาท COM7 ถือหุ้น 30% ก็น่าจะบันทึกกำไรส่วนเพิ่มเข้ามาอีกราว 24 ล้านบาท
  สำรวจมุมมองโบรกฯ เห็นว่า ราคาที่ COM7 ซื้อ บ.บัฟ นับว่าไม่สูง และจะเกิดประโยชน์ในการต่อยอดลิสซิ่งสำหรับอุปกรณ์ไอทีต่อไป ขณะที่ประเมินกำไร COM7 ไม่รวมธุรกิจลิสซิ่งจะเติบโต 25-30% ใน 1-2 ปีนี้
  บล.เคจีไอ ระบุในบทวิเคราะห์ ว่าการเข้าลงทุนใน บ.บัฟ นับว่าซื้อในราคาไม่สูงที่ PBV 2.7 เท่า และ PE 11.3 เท่า ขณะที่งบปี59 บ.บัฟ มีกำไรสุทธิ 79 ล้านบาท มี D/E 2.76 เท่า และ ROE 27% (ROE เทียบเท่าธุรกิจปัจจุบันของ COM7) ขณะที่ COM7 และ SYNEX สามารถนำ บ.บัฟ ไปต่อยอดธุรกิจสินเชื่อกับกลุ่มลูกค้าสินค้าด้านไอทีของ COM7 และ SYNEX ได้ เช่น ลีสซิ่งสมาร์ทโฟน คอมพิวเตอร์ เป็นต้น 
  ประเมินแนวโน้มผลประกอบการของ COM7 จะโตต่อเนื่องในแบบ QoQ และ YoY ใน Q2/60 โดยร้านที่ขาดทุนใน Q1/60 จะกลับมากำไรและ Q3/60 จะเริ่มธุรกิจใหม่ ทั้งในโลตัส, ร้านหัวเว่ย, ขายลูกค้าองค์กร และ ลีสซิ่งที่มีกำไรทันที ส่วน Q4/60 เป็นไฮซีซั่นและเปิดตัวไอโฟนใหม่ 
  กรณีไม่มีธุรกิจลีสซิ่ง คาดกำไรปกติ 1 - 2 ปีนี้โต 25 - 30% ต่อปี ประเมินราคา COM7 ยัง Laggard SYNEX และกลุ่มค้าปลีก แนะนำ "ซื้อ" แนวรับ 12.2 บาท แนวต้าน 13.5 บาท และถัดไปที่ 14.8 บาท (Stop loss 11.8 บาท)
  บล.ดีบีเอส วิคเคอร์ส มองดีลนี้ว่า เป็นบวกในแง่การขยายธุรกิจไปสู่ธุรกิจเช่าซื้อ เพื่อต่อยอดการทำธุรกิจแบบครบวงจร และขยายฐานลูกค้าผ่านพันธมิตรทางธุรกิจ คาดว่าอาจจะใช้ Know How การทำธุรกิจเช่าซื้อมาใช้กับสินค้าที่จำหน่ายอยู่ ซึ่งทั้ง SYNEX, COM7 ก็มีสินค้าประเภทคอมพิวเตอร์ อุปกรณ์ต่อพ่วง ซอฟท์แวร์ และไอทีต่างๆ ซึ่งมีความเกี่ยวข้องกับการทำเช่าซื้อได้ คงคำแนะนำ ซื้อ สำหรับ COM7 ราคาพื้นฐาน 13.50 บาท

 คำถามคือ แรงขายทำกำไรที่เกิดขึ้นวันนี้ ถือเป็นโอกาสในการเข้าเก็บหุ้น COM7 หรือไม่ ซึ่งหากพิจารณาจาก Consensus ที่ให้ราคาเหมาะสมเฉลี่ยที่ 12.70 บาท อาจนับว่าเต็มมูลค่า แต่ก็ยังไม่นับรวมธุรกิจลิสซิ่ง นอกจากนี้ ยังพบคุณหมอนักลงทุนชื่อดัง "พงศ์ศักดิ์ ธรรมธัชอารี" เข้ามาเก็บหุ้นกว่า 5% เทียบเท่าผู้ถือหุ้นใหญ่อันดับ 3 ที่ราคาสูงสุด 11.90 บาท ก็เป็นสิ่งที่น่าคิด ว่าคุณหมอมองเห็นอนาคตอะไรในหุ้นตัวนี้

RECOMMENDED NEWS

ข่าวยอดนิยม

Refresh


LATEST NEWS

ข่าวล่าสุด

Refresh

ดูข่าวทั้งหมด