หุ้นฮ็อต

| 26 มิถุนายน 2560 | 13:59

DTAC ไปไม่รอดหลังทำนิวไฮรอบกว่า 1 ปี แต่หมดสตอรี่บวกรองรับ

  DTAC ทำนิวไฮรอบกว่า 1 ปี แรลลี่รับข่าวดีเป็นคู่ค้า TOT บริหารคลื่น 2300 MHz แต่ต้องระวังราคากลับทิศเหตุตอบรับข่าวนี้มากแล้ว ขณะที่ระยะสั้นยังไร้สตอรี่บวก คาดการณ์งบ Q2/60 อ่อนแอ ส่วนปี 61 ยังจำเป็นต้องได้คลื่นเพิ่ม กดดันกำไร

  ความเคลื่อนไหวหุ้น บมจ.โทเทิ่ล แอ็คเซ็ส คอมมูนิเคชั่น (DTAC) ในการซื้อขายภาคเช้าที่ผ่านมา ราคาทำนิวไฮรอบกว่า 1 ปี พร้อมมูลค่าการซื้อขายหนาแน่น โดยเปิดที่ 54 บาท และปรับขึ้นแตะ 54.75 บาท ก่อนจะอ่อนตัวลงปิดการซื้อขายภาคเช้าที่ 53 บาท ลดลง 0.75 บาท หรือ 1.40% มูลค่าการซื้อขายอันดับ 1 ที่ 733.51 ล้านบาท 
  DTAC ดำเนินธุรกิจให้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ในย่านความถี่ 850 เมกะเฮิรตซ์ ย่านความถี่ 1800 เมกะเฮิรตซ์ และย่านความถี่ 2.1 กิกะเฮิรตซ์ ภายใต้ชื่อทางการค้า "ดีแทค" เป็นผู้ประกอบการโทรศัพท์เคลื่อนที่รายใหญ่ของไทย ที่เพิ่งถูกเบียดตกลงไปอยู่อันดับ 3
  ผลการดำเนินงาน DTAC กำไรลดลงอย่างชัดเจนหลังพ่ายประมูลคลื่น 4G จากปี 57 มีกำไรระดับ 1 หมื่นล้านบาทลดเหลือ 5.8 พันล้านบาทในปี 58 และ 2 พันล้านบาทในปี 59 ส่วนไตรมาส 1/60 DTAC มีกำไรสุทธิ 229 ล้านบาท ลดลงมาก จากช่วงเดียวกันปีก่อน แต่ดีขึ้นจากไตรมาส 4/59 ที่มีกำไรเพียง 30 ล้านบาท และดีกว่าที่นักวิเคราะห์บางค่ายคาดว่าจะขาดทุน
  ด้านราคาหุ้น DTAC เคยลงไปหลุด 30 บาท ในช่วงที่แพ้ประมูล ต่อด้วยการประกาศงดจ่ายปันผล และการปรับลดประมาณการของนักวิเคราะห์ เหลือต่ำสุดราว 38 บาท และสูงสุด 65 บาท 
 DTAC ราคาดีดตัวอีกครั้ง หลังคว้าคลื่น 2300 MHz จากทีโอที เมื่อราวปลายเดือน พ.ค. ที่คาดว่าจะช่วยต่อลมหายใจไปได้อย่างน้อย 1 ปี ก่อนประมูลคลื่นใหม่ราวปลายปีหน้า แต่ประเด็นที่ต้องจับตาก็คือ ราคาหุ้นที่พุ่งทำนิวไฮรอบกว่า 1 ปี ในวันนี้ เป็นระดับที่สูงกว่าราคาเหมาะสมของนักวิเคราะห์ ที่บางค่ายปรับลดคำแนะนำเป็น "ขาย" หลังมองกำไรโค้ง 2 ยังอ่อนแอ จากผู้ใช้บริการที่ลดลง และปี61 จำเป็นต้องประมูลไลเซ่นส์ให้ได้ นั่นหมายถึงการลงทุนเพิ่มย่อมกดดันกำไรปี 61 
  บล.ดีบีเอสวิคเคอร์ส แนะนำ ขาย DTAC ราคาพื้นฐาน 37.80 บาท มองว่าการได้คลื่น 2300 MHz มานั้น ตลาดฯ ให้มูลค่าหุ้นมากเกินไป จนราคาหุ้นปรับตัวขึ้นสูงมาก เพราะแม้ได้คลื่นใหม่แต่ก็ยังคาดว่าจะสูญเสียส่วนครองตลาดอย่างต่อเนื่องใน 1-2 ปีข้างหน้านี้ ด้านความเสี่ยงคือ สัมปทานจะหมดอายุลง ส.ค.61 หากประมูลกลับมาไม่สำเร็จ ก็จะทำให้คุณภาพให้บริการต่ำลงอย่างมาก
  ทั้งนี้ คาดว่ากำไรหลักไตรมาส 2/60 ลดลงถึง 55% YoY และลดลง 3% QoQ สืบเนื่องจากรายได้ (ไม่นับ IC) ทรงตัวแต่ค่าเสื่อมราคา-ตัดจำหน่ายและค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานเพิ่ม 11% และ 16% ตามลำดับ 
  บล.เคจีไอ ปรับลดคำแนะนำจาก "ถือ" เป็น "ขาย" เป้าพื้นฐาน 42 บาท เชื่อว่าหุ้น DTAC ได้สะท้อนถึงปัจจัยบวกไปแล้วหลังจากที่บริษัทได้รับเลือกเป็นพันธมิตรกับ TOT ในการให้บริการคลื่น 2300 MHz และคาดว่าจะยังไม่มีปัจจัยบวกอื่นอีกในระยะสั้น โดยมอง 2 ประเด็นที่จะกดดันผลประกอบการคือ 
  (1) กำไรสุทธิไตรมาส 2/60 คาดว่าจะลดลง 51% QoQ และ 21% YoY จากฐานผู้ใช้บริการที่ลดลงต่อเนื่อง โดยเฉพาะช่วงไตรมาส 2 ของทุกปีลูกค้าดีแทคมาใช้บริการต่ำกว่าไตรมาสอื่น กดดันให้รายได้จากการให้บริการลดลง ขณะที่ค่าใช้จ่ายด้านโครงข่ายเพิ่มขึ้น และ (2) DTAC ยังต้องลงทุนเพิ่มอีกเพื่อให้ได้คลื่นความถี่ใหม่ในปี61 
  ด้าน บล.ทรีนีตี้ เป็นค่ายที่แนะนำ "ถือ" ประเมินผลการดำเนินงานไตรมาส 2 กำไรสุทธิอยู่ที่ 210 ล้านบาท -8% QoQ , +48% YoY ผลประกอบการยังถูกกดดันจาก (1) ฐานลูกค้า Pre-paid ที่ยังลดลงจากการทุ่มตลาดอุดหนุนค่าเครื่องของคู่แข่ง (2) ภาระค่าตัดจำหน่ายที่ยังเพิ่มขึ้น (3) ค่าใช้ทางการตลาดที่ยังเพิ่มสูง ประเมินรายได้รวมอยู่ที่ 19,233 ล้านบาท -1% QoQ, -2% YoY เป็นผลจาก ลูกค้า Pre-paid ที่ยังลดลง และยอดขายที่ลดลงเนื่องจากบริษัทลดการทำอุดหนุนค่าเครื่อง ราคาเหมาะสม DTAC ที่ 50 บาท
  บล.ทิสโก้ เชื่อว่า DTAC จะสามารถชิงลูกค้าในส่วนที่เสียไปให้ TRUE คืนมาได้จากการพัฒนาคุณภาพของระบบ และแผนการตลาด หลังจากที่ได้คลื่น 2300 MHz แล้ว ประเมินมูลค่าที่เหมาะสม 62 บาท แนะนำซื้อ
  บล.ธนชาต ประเมินราคาพื้นฐาน 65 บาท แนะซื้อ จาก Valuation gap ในเชิง EV/EBITDA ที่ 5.5 เท่า กับค่าเฉลี่ยในอดีตที่ 7.5 เท่า รวมไปถึงเทียบกับ ADVANC ที่ 9.5 เท่า จะค่อยๆ แคบลง เนื่องจากการทำสัญญาใช้คลื่น 2300MHz กับ TOT จะทำไห้ DTAC มีคลื่นเพียงพอในระยะยาว
  บล.แลนด์ แอนด์ เฮาส์ มองว่าการที่ DTAC ได้เป็นคู่ค้ากับ TOT ช่วยลดความเสี่ยงจากคลื่นที่มีในมือ 35MHz จาก 50MHz ที่จะหมดอายุปี61 แม้มีต้นทุนในการลงทุนขยายโครงข่ายเพิ่มขึ้น แต่มีโอกาสประเมินมูลค่าเพิ่มขึ้นจากความเสี่ยงที่ลดลง มูลค่ายุติธรรม 59.80 บาท แนะนำทยอยซื้อสะสม 
  ขณะที่สถาบันจัดอันดับความน่าเชื่อถือ "ฟิทช์ เรทติ้ง" คาดว่า DTAC ยังคงต้องการคลื่นความถี่เพิ่มเติมในช่วง 2 ปีข้างหน้านอกเหนือจากคลื่นความถี่ 2300 MHz ของ TOT เพื่อทดแทนคลื่นความถี่ปัจจุบันจำนวน 35 MHz ภายใต้สัญญาสัมปทานซึ่งจะหมดอายุลงในปี61 
  ฟิทช์ฯ ระบุว่า DTAC น่าจะเข้าร่วมประมูลคลื่นความถี่ 1800 MHz ซึ่งน่าจะเกิดขึ้นในปี61 เนื่องจากบริษัทยังคงต้องใช้คลื่นความถี่ดังกล่าวในการให้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ระบบ 3G และ 4G อยู่ นอกจากนี้ โทรศัพท์ที่สามารถใช้ได้กับคลื่นความถี่ 2300 MHz ยังคงมีจำนวนน้อยในประเทศไทย ดังนั้น DTAC อาจต้องเสนอส่วนลดค่าเครื่องที่สูงเพื่อจูงใจให้ผู้ใช้บริการย้ายไปใช้คลื่นความถี่ใหม่ 

  ราคาหุ้น DTAC ที่พุ่งทะลุเกือบทุกเป้าหมายของนักวิเคราะห์ ในขณะที่ระยะสั้นยังไร้สตอรี่ด้านบวกที่จะผลักดันราคาหุ้น โดยผลการดำเนินงานยังมีแนวโน้มอ่อนแอในไตรมาส 2/60 รวมไปถึงทั้งปีนี้ จึงเป็นจุดที่ต้องพิจารณาให้ดีก่อนตัดสินใจเข้าลงทุน เพราะมีความเสี่ยง อาจถูกทิ้งอยู่บนยอดดอย

RECOMMENDED NEWS

ข่าวยอดนิยม

Refresh


LATEST NEWS

ข่าวล่าสุด

Refresh

ดูข่าวทั้งหมด