หุ้นฮ็อต

| 26 มิถุนายน 2560 | 09:21

HFT ลุ้นงบไตรมาส 2/60 โตแรง ดันหุ้นนิวไฮรอบปี

  HFT พุ่งแตะ 15.6 บาท ทำนิวไฮในรอบกว่า 1 ปี เก็งงบไตรมาส 2/60 โตเด่น เหตุปีก่อนตั้งสำรองหนี้สูญถึง 159.95 ล้านบาท ขณะที่ P/E อยู่ที่ 11.75 เท่า ยังถูกเทียบหุ้นกลุ่มยานยนต์ แต่ก็ต้องระวังเพราะสูงกว่าค่าเฉลี่ยในอดีต

  ราคาหุ้น บริษัท ฮั้วฟง รับเบอร์ (ไทยแลนด์) จำกัด (มหาชน) หรือ HFT ล่าสุดพุ่งขึ้นมาปิดที่ 5.6 บาท ทำจุดสูงสุดใหม่ในรอบกว่า 1 ปี พร้อมด้วยปริมาณการซื้อขายที่เพิ่มขึ้นอย่างชัดเจน โดยสัปดาห์ที่ผ่านมา HFT ซื้อขายกัน 32.9 ล้านหุ้น ขณะที่ 20 สัปดาห์ก่อนหน้านี้ซื้อขายกันเฉลี่ยเพียง 8.6 ล้านหุ้น
  HFT เป็นผู้ผลิตและจำหน่ายยางนอกและยางในสำหรับรถจักรยานยนต์เป็นสัดส่วนหลักเกือบ 60% รองลงมาคือ ยางนอก ยางในรถจักรยาน สัดส่วนกว่า 30% ที่เหลือเป็นรถขนส่งขนาดเล็ก และอื่นๆ โดย ณ สิ้นปี 59 มีสัดส่วนยอดขายในประเทศ 37.47% และต่างประเทศ 62.53%
  แรงซื้อที่เข้ามาดันราคาหุ้นขึ้นมารอบนี้ น่าจะเป็นผลจากแนวโน้มกำไรไตรมาส 2/60 ของบริษัทที่มีโอกาสจะออกมาเติบโตสูงเทียบกับไตรมาส 2/59 เนื่องจากปีก่อนบริษัทต้องตั้งสำรองค่าเผื่อหนี้จะสูญถึง 159.95 ล้านบาท ทำให้งบเมื่อปีก่อนออกมาขาดทุน 4.14 ล้านบาท
  การตั้งสำรองหนี้จะสูญเกิดจากการที่ HFT ได้ยื่นฟ้อง บริษัท โยโก อัลลอย วีลส์ จำกัด เมื่อ 26 ก.ค. 59 จากกรณีผิดนัดชำระเงินค่าสินค้าที่ได้ตกลงทำสัญญาซื้อขายยางรถจักรยานยนต์ โดย HFT ยื่นฟ้องเป็นเงินจำนวน 173.96 ล้านบาท พร้อมดอกเบี้ย 7.5% ต่อปี จนกว่าจะชำระเสร็จ ทั้งนี้ จนถึงปัจจุบันบริษัทยังไม่ได้รายงานความคืบหน้าของคดีออกมา
  ฉะนั้น หากไม่รวมกำไรผลขาดทุนจากการตั้งสำรองฯ กำไรของ HFT เมื่อปี 59 จะอยู่ที่ 497.71 ล้านบาท เติบโตขึ้น 20% จากปี 58 แต่อย่างไรก็ตาม กำไรไตรมาส 1/60 ที่ออกมา ลดลง 18.3% จากปีก่อน ทำได้ 106.38 ล้านบาท เป็นผลจากบริษัทรับรู้ผลขาดทุนจากบริษัทร่วม 229 ล้านบาท จากปีก่อนที่มีกำไร 39 ล้านบาท
  นอกจากธุรกิจเดิมที่ดำเนินอยู่แล้ว ปัจจัยสำคัญที่ต้องติดตามสำหรับ HFT คือการขยายธุรกิจไปยังอินโดนีเซีย เพราะล่าสุดบริษัทใช้ทุ่มเงินลงทุนไปถึง 30 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือราว 1 พันล้านบาท คิดเป็น 39.19% ของมูลค่าสินทรัพย์รวมของบริษัท
  บริษัท ฮั้วฟง รับเบอร์ อินโดนีเซีย จำกัด จะเป็นผู้ผลิตยางรถจักรยาน และยางรถจักรยานยนต์ ด้วยกำลังการผลิตยางนอก 3 ล้านเส้นต่อปี และยางในอีก 3 ล้านเส้นต่อปี คาดว่าจะใช้เวลาก่อสร้างโรงงาน 2 ปี และจะเริ่มผลิตได้ประมาณปี 62 โดยแหล่งเงินทุนมาจากเงินจากการดำเนินงาน 10 ล้านดอลลาร์ และเงินกู้ในประเทศ 20 ล้านดอลลาร์
  ในมุมของราคาหุ้น ปัจจุบัน HFT ขึ้นมาซื้อขายกันที่ P/E 11.75 เท่า สูงกว่าค่าในช่วง 4 ปีที่ผ่านมา ซึ่งราคาหุ้น HFT ซื้อขายกันอยู่ในช่วง 7-10 เท่า สะท้อนให้เห็นว่านักลงทุนค่อนข้างคาดหวังมากขึ้นต่อผลประกอบการของบริษัทที่จะออกมาในอนาคต
  อย่างไรก็ดี หากเปรียบเทียบค่า P/E ของ HFT กับกลุ่มอุตสาหกรรมยานยนต์ พบว่า ยังอยู่ในระดับที่ไม่สูงนัก โดยมีเพียง 2 บริษัทที่ค่า P/E อยู่ต่ำกว่า คือ อีโนเว รับเบอร์ (ประเทศไทย) หรือ IRC 9 เท่า และสยามภัณฑ์กรุ๊ป หรือ SPG 11.37 เท่า

 HFT เริ่มกลับมาซื้อขายคึกคักอีกครั้ง หลังจากที่ราคาหุ้นลดลงต่อเนื่องตั้งแต่ต้นปี 59 จากผลประกอบการที่น่าผิดหวังในปี 59 (มีรายการพิเศษ) และไตรมาส 1/60 ที่กำไรยังคงลดลงจากปีก่อน อย่างไรก็ดีราคาหุ้นเริ่มปรับตัวขึ้นมาด้วยความคาดหวังมากขึ้น หากจะเข้าเก็งกำไรระยะสั้น คงจะต้องจับจังหวะกันให้ดี เพราะหากมองย้อนกลับไปในช่วงปี 56-57 กำไรของบริษัทก็ยังมีความผันผวนอยู่เช่นกัน โดยปี 56 ทำได้ 320 ล้านบาท ลดลงเป็น 290 ล้านบาท ในปี 57 ก่อนจะเพิ่มเป็น 413 ล้านบาท ในปี 58

RECOMMENDED NEWS

ข่าวยอดนิยม

Refresh


LATEST NEWS

ข่าวล่าสุด

Refresh

ดูข่าวทั้งหมด