หุ้นฮ็อต

| 23 มิถุนายน 2560 | 09:34

FSMART เทรดคึก รับกำไรโตแรง เปิดสตอรี่ใหม่เจาะลูกค้าประกันสังคม

  FSMART คึกคัก รับคาดการณ์กำไรปีนี้โตแรงต่อเนื่อง ขณะที่ผู้บริหารเกิดสตอรี่ใหม่ เจาะตลาดลูกค้าจ่ายค่าประกันสังคม - ค่าไฟผ่านตู้บุญเติม โบรกฯ เคาะราคาเหมาะสมสูงสุด 21.40 บาท ใกล้เคียงยอดดอยที่เคยทำไว้เมื่อต้นปีที่ 21.50 บาท 

  ราคาหุ้น บริษัท ฟอร์ท สมาร์ท เซอร์วิส จำกัด(มหาชน) หรือ FSMART มีแรงเก็งกำไรคึกคักในการซื้อขายวานนี้ (22 มิ.ย.) โดยขึ้นทำจุดสูงสุดที่ 19.50 บาท ก่อนปิดการซื้อขายที่ 19.20 บาท เพิ่มขึ้น 0.70 บาท หรือ 3.78% และมีปริมาณหุ้นที่ซื้อขายเพิ่มขึ้นกว่า 860% จากที่ซื้อขายวันละ 6 แสนหุ้น ขึ้นมาเป็น 5.33 ล้านหุ้น
  FSMART ประกอบธุรกิจให้บริการเติมเงินโทรศัพท์มือถือประเภทเติมเงินล่วงหน้า (Pre-paid) และบริการชำระเงินออนไลน์ ผ่านเครื่องรับชำระเงินอัตโนมัติ (ตู้เติมเงิน) ภายใต้เครื่องหมายการค้า "บุญเติม"
  FSMART เป็นบริษัทย่อยของ บริษัท ฟอร์ท คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ FORTH ที่ล่าสุดถือหุ้นใหญ่ 45.75% เข้าซื้อขายในตลาด mai เมื่อต้นปี 58 ด้วยราคา IPO ที่ 2.50 บาท นับได้ว่าเป็นหุ้น 10 เด้งในเวลาเพียง 2 ปี
  ผลการดำเนินงาน FSMART กำไรเติบโตต่อเนื่องในช่วงปี 57-59 โดยมีกำไรสุทธิ 153 ล้านบาท, 271 ล้านบาท และ 420 ล้านบาท ตามลำดับ ส่วนไตรมาส 1/60 ทำกำไรสุทธิได้แล้วถึง 131 ล้านบาท เติบโตถึง 49% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน ตามผู้ใช้บริการตู้บุญเติมที่เพิ่มมากขึ้น
  สัญญาณหุ้น FSMART ที่พุ่งขึ้นในรอบนี้ เกิดขึ้นหลังจากผู้บริหารขึ้นเวทีงานสัมมนา พร้อมกับการเปิดสตอรี่ใหม่ เจาะลูกค้าประกันสังคม ขณะที่ก่อนหน้านี้ปรับเพิ่มเป้ารายได้ปีนี้เป็น 3.2 พันล้านบาท จากเดิม 3 พันล้านบาท หลังยอดขายตู้บุญเติมทะลุเป้า รวมถึงยอดเติมเงินที่เพิ่มขึ้น
  “สมชัย สูงสว่าง” กรรมการผู้จัดการ FSMART กล่าวว่าอยู่ระหว่างเจรจากับกองทุนประกันสังคม เพื่อจับกลุ่มลูกค้าที่ทำงานอิสระและต้องการเข้าร่วมกองทุนฯ ด้วยการชำระเงินผ่านช่องทางตู้บุญเติม เพื่อการคุ้มครองชีวิตเบื้องต้น เช่น การคุ้มครองอุบัติเหตุ โดยฐานลูกค้ากลุ่มนี้อยู่ที่ประมาณ 2 ล้านราย และ FSMART ยังอยู่ระหว่างเจรจากับการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทยเพื่อรับเป็นช่องทางให้ประชาชนจ่ายบิลค่าไฟฟ้าผ่านทางตู้บุญเติมด้วย
  ทั้งนี้ ปัจจุบันตู้บุญเติมมีรายได้จากการเติมเงินในสัดส่วนมากสุดที่ 88% ซึ่งจากสถิติล่าสุดเดือนมิถุนายน ถึงวันที่ 12 มิถุนายน 2560 มียอดการเติมเงินที่ 98 ล้านบาทต่อวัน ขณะที่เดือนพฤษภาคมที่ผ่านมาอยู่ที่ 96 ล้านบาทต่อวัน การโอนเงิน 9% ส่วนที่เหลือเป็นบริการประเภทอื่นๆ เช่น จ่ายบิล เติมเงินในเกม
  โดยปี 2560 ตั้งเป้าว่าจะมีตู้บุญเติมจำนวน 122,000 ตู้ โดยแต่ละปีจะตั้งตู้เพิ่ม 20,000-30,000 ตู้ ซึ่งในอดีตตู้ที่ไม่ประสบความสำเร็จมีแค่ 2% เท่านั้น และในช่วง 3-5 ปีข้างหน้าประเมินว่ายอดขายและยอดเติมเงินจะเติบโต 20-25% ขณะกำไรจะเติบโตกว่าอัตราดังกล่าว
  นอกจากนี้ บริษัทปรับเป้าหมายรายได้ปีนี้เป็น 3,200 ล้านบาท จากเดิมคาดมีรายได้ 3,000 ล้านบาท หลังขยายตู้เติมเงินอย่างต่อเนื่อง และได้ปรับเป้าหมายการขยายตู้เติมเงินเป็น 122,000 ตู้ในปีนี้ จากเป้าเดิม 120,000 ตู้ รวมถึงปรับยอดเติมเงินเป็น 32,000 ล้านบาท จากเดิมที่ตั้งไว้ 30,000 ล้านบาท ขณะที่แนวโน้มผลการดำเนินงานไตรมาส 2/60 คาดว่าจะปรับตัวดีขึ้นกว่าช่วงเดียวกันของปีก่อน และจะสามารถทำรายได้นิวไฮต่อเนื่องทุกไตรมาส ตลอดปีนี้
 สำรวจความเห็นนักวิเคราะห์หลักทรัพย์ ต่างมีมุมมองบวกต่อการเติบโตของ FSMART หลังไตรมาส 1/60 สามารถทำกำไรได้ดีกว่าคาด โดยให้ราคาเหมาะสมสูงสุดถึง 21.40 บาท
  บล.เคทีบี (ประเทศไทย) แนะนำ ซื้อ FSMART ราคาเหมาะสม 21.40 บาท โดยระบุว่า กำไรจากการดำเนินงานปกติไตรมาส 1/60 ปรับตัวเพิ่มขึ้นถึง +37.9% QoQ และ +49.8% YoY สูงกว่าที่คาดไว้ก่อนหน้านี้ จากอัตรามาร์จินที่สูงขึ้น
  บริษัทปรับเป้าจำนวนตู้เติมเงิน 120,000 ตู้ เป็น 122,000 ตู้ โดยเราคาดว่ากำไรสุทธิปี 2017 จะเติบโตประมาณ +27.5% YoY
  ส่วนความเสี่ยงเรื่อง TRUE เข้ามายังตลาดตู้เติมเงิน มองว่าจะไม่รุนแรงเท่าที่ตลาดคาด แต่ก็ยอมรับว่ามีความกังวลเล็กน้อยจากการทำการตลาดในเชิงรุกของ “ตู้เติมเงินเอเจเติมสบาย” แต่เนื่องจาก business model มีความแตกต่างกัน อีกทั้งทำเลของตู้บุญเติมยังอยู่ในพื้นที่ที่มีอัตราเติมเงินสูง สะท้อนจาก ARPU (รายได้ต่อตู้ต่อเดือน) ของ FSMART ที่สูงที่สุดของอุตสาหกรรมที่ประมาณ 30,000 บาท
  ด้าน บล.ซีไอเอ็มบี แนะนำถือ FSMART ราคาเป้าหมาย 19.30 บาท โดยระบุว่าแม้ว่าบริษัทจะสามารถขยายตู้ได้อย่างรวดเร็วเพื่อให้บรรลุเป้าหมาย แต่ผลกำไรใน 1Q17 ออกมาต่ำกว่าที่เราคาด 12.5% คาดว่าเกิดจากสัดส่วนรายได้ที่คิดจากผู้ให้บริการมือถือและลูกค้ารายย่อยที่ลดลงมาอยู่ที่ 3.9% และ5% ของมูลค่าเติมเงิน (จากเดิมที่ 4.3% และ 5.6% ในปีก่อน)

 การเติบโตของ FSMART เป็นเรื่องที่ต้องติดตามต่อเนื่อง ในภาวะที่ตลาดตู้เติมเงินเริ่มมีการแข่งขันที่รุนแรงขึ้น ขณะที่การขยายตู้ทำให้เห็นสัญญาณการเติมเงินที่เริ่มลดลง บริษัทฯ จึงพยายามกระจายไปยังการชำระเงินผ่านตู้มากขึ้น ซึ่งยังต้องจับตาว่าจะประสบความสำเร็จหรือไม่ นอกจากนี้อย่าลืมยอดดอยที่ FSMART เคยทำไว้ที่ 21.50 บาท เมื่อเดือน ม.ค. ที่ผ่านมา

RECOMMENDED NEWS

ข่าวยอดนิยม

Refresh


LATEST NEWS

ข่าวล่าสุด

Refresh

ดูข่าวทั้งหมด