หุ้นฮ็อต

| 22 มิถุนายน 2560 | 13:58

ILINK ติดเบรกหลัง AOT ล้มประมูล แต่ยังมีลุ้นอัพไซด์ใหม่

        ILINK ร่วงหนักเช้าหนี้ หลัง AOT ดับฝันล้มประมูลงาน APM มูลค่ากว่า 3 พันล้านบาท จับตางานนี้เป็นวิกฤต หรือ โอกาส หลังพบอัพไซด์ให้ลุ้นอีก 2 งานทั้ง Submarine Cable -สายไฟฟ้าใต้ดิน หากคว้ามาได้จะหนุน Backlog เพิ่มอีก 4 พันลบ.

  ราคาหุ้น บมจ.อินเตอร์ลิ้งค์ คอมมิวนิเคชั่น หรือ ILINK ร่วงแรงตั้งแต่เปิดการซื้อขาย รับข่าวร้าย พลาดงานใหญ่ที่ตลาดฯ คาดหวังในช่วงก่อนหน้านี้ โดยเปิดที่ 15.30 บาท ก่อนปรับลงแตะ 14.90 บาท และปิดการซื้อขายภาคเช้าที่ 15.00 บาท ลดลง 0.80 บาท หรือ 5.06% ปริมาณซื้อขายเพิ่มขึ้นเกินปกติกว่า 200% เทียบค่าเฉลี่ย 5 วันทำการก่อนหน้า
 ILINK มีรายได้หลักจาก 3 ธุรกิจ คือ 1.ธุรกิจจัดจําหน่ายสายสัญญาณ (Distribution) 2.ธุรกิจวิศวกรรมโครงการ (Engineering) และ 3.ธุรกิจโทรคมนาคม (Telecom) โดยรายได้จากธุรกิจจัดจําหน่ายสายสัญญาณมากสุดราว 60% 
  ผลการดำเนินงาน ILINK มีกำไรสุทธิ 265 ล้านบาทในปี 58 ก่อนจะลดเหลือ 220 ล้านบาทในปี 59 ส่วนไตรมาส 1/60 มีกำไรสุทธิเพียง 12 ล้านบาท ออกมาต่ำกว่าที่ตลาดคาดมาก ทำให้ราคาหุ้นปรับลงมาที่ 15-16 บาท หลังประกาศงบไตรมาส 1/60 จากระดับ 22-23 บาทปลายปีก่อน
  สัญญาณขาย ILINK ในรอบนี้ เป็นผลโดยตรงจากข่าว บมจ.ท่าอากาศยานไทย (AOT) ยกเลิกประมูลงานระบบขนส่งผู้โดยสารอัตโนมัติ (Automated People Mover : APM) สำหรับสุวรรณภูมิ เฟส 2 จากก่อนหน้านี้ตลาดฯ คาดหวังว่า ILINK จะได้งาน และจะเพิ่มอัพไซด์ราว 2-3 บาทต่อหุ้น
  ทั้งนี้ AOT ะบุว่าจะปรับปรุงเงื่อนไขการประกวดราคาเกี่ยวกับคุณสมบัติด้านเทคนิคใหม่ และคาดว่าอีก 2 เดือนข้างหน้าจะเปิดประมูลงาน APM ใหม่เป็นรอบที่ 3 โดยงานประมูลดังกล่าว มีมูลค่าราว 3 พันล้านบาท 
  บล.บัวหลวงเคยระบุในบทวิเคราะห์ ว่ากำไรของ ILINK ยังมีอัพไซด์จากงาน ระบบขนส่งผู้โดยสารอัตโนมัติ (APM) ของสนามบินสุวรรณภูมิ มูลค่าเกือบ 3 พันล้านบาท คงคำแนะนำ ซื้อ ราคาเป้าหมาย 17.30 บาท และมีโอกาสปรับราคาเป้าหมายเพิ่มอีก 2-3 บาท/หุ้น กรณีได้งาน APM 
 ประเด็นคือ ราคาหุ้น ILINK ที่ร่วงลงมาเป็นโอกาสในการเก็บหุ้นหรือไม่ เพราะจากการสำรวจราคาเหมาะสม โบรกเกอร์ส่วนใหญ่ให้ไว้ที่ระดับ 16.60 - 18.00 บาท ไม่นับรวมงานประมูลที่สุวรรณภูมิ ซึ่งเมื่อเทียบกับราคากระดาน นับว่าเหลืออัพไซด์ไม่มาก
  บล.บัวหลวง ประเมินราคาเป้าหมาย 17.30 บาท คาดกำไร Q2/60 ฟื้นตัวขึ้น QoQ เพราะฐานต่ำใน Q1/60 อย่างไรก็ดีผลประกอบการโดยรวมอาจยังไม่โดดเด่นนักเพราะ ธุรกิจจัดจำหน่ายซึ่งเป็นรายได้หลักอยู่ใน low season อย่างไรก็ดี ผลประกอบการของ ITELจะเป็นปัจจัยช่วยหนุนกำไร เพราะคาดกำไรQ2/60 ของ ITEL จะเติบโตขึ้นจาก Q1/60 จากอัตรากำไรของบริษัทจะเริ่มปรับตัวสูงขึ้น และรายได้ธุรกิจ Data service รายได้ที่เติบโตสูง จากการให้บริการกับลูกค้าใหม่เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ
  ส่วนผลประกอบการครึ่งปีหลังคาดว่าจะเร่งตัวขึ้นอย่างรวดเร็ว จากการรับรู้รายได้งานวิศวกรรมขนาดใหญ่ ซึ่งบริษัทมี Backlog รวมราว 1.5พันล้านบาท โดยเฉพาะอย่างยิ่งเป็นช่วงการรับรู้รายได้งานใหญ่ ได้แก่งาน สุวรรณภูมิ C3 ที่มีมูลค่ารอรับรู้อยู่เกือบ 800 ล้านบาท ซึ่งจะเริ่มดำเนินงานในช่วงครึ่งหลังปีนี้ คาดหนุนให้กำไรผลประกอบการครึ่งปีหลังเติบโตจากครึ่งปีแรกอย่างมีนัยยะ
  บล.ฟิลลิป ประเมินราคาพื้นฐาน 18 บาท โดยยังไม่ได้รวมงาน APM และงาน Submarine Cable ไว้ในประมาณการซึ่งงาน Submarine Cable เกาะสมุย คาดรู้ผล ส.ค. 60 นี้ และมีอีกงานคือ งานก่อสร้างสถานีไฟฟ้าย่อยพิษณุโลก ซึ่งหากได้งานข้างต้น Backlog ปีนี้มีโอกาสขึ้นไปแตะที่ระดับ 4 พันล้านบาท
  มีเพียง บล.โนมูระ พัฒนสิน ที่ให้ราคาสูงสุด 24.30 บาท พร้อมมองว่าการไม่ได้งานสุวรรณภูมิ ไม่กระทบต่อประมาณการ โดยฝากความหวังไว้กับงานเคเบิ้ลใต้น้ำเกาะสมุย และสายไฟฟ้าใต้ดินมากกว่า และมองราคาหุ้น ILINK ยัง Laggard 
  บล.โนมูระ พัฒนสิน มองว่าข่าวดังกล่าวอาจส่งผลเชิง Sentiment ลบไม่มากต่อ ILINK เพราะโนมูระฯ ไม่ได้รวมงานนี้ไว้ในประมาณการอยู่แล้ว จึงไม่มีกระทบต่อประมาณการ และจากการสอบถามผู้บริหาร ILINK เปิดเผยว่า ทางกลุ่มอาจไม่เข้าประมูลงานนี้แล้ว โดยยังคงราคาเป้าหมายที่ 24.30 บาท แนะซื้อ 
 ส่วนงานที่ต้องลุ้นต่อจากนี้ไป มีอยู่ 2 งานด้วยกัน คือ 
  (1) งาน Submarine cable เกาะสมุย มูลค่างาน 1,994 ล้านบาท ซึ่ง บล.โนมูระฯ ได้รวมไว้ในประมาณการแล้ว และหากพลาดจากงานนี้ จะกระทบราคาเป้าหมายปี 60 ราว 4.20 บาท 
  (2) งานสายไฟฟ้าใต้ดิน พระราม 3 ระยะที่ 2 (ช่วงทางด่วน-ถนนเจริญนคร) มูลค่าประมาณ 2 พันล้านบาท ซึ่ง กฟน.กำหนดเปิดขายซองเทคนิควันที่ 25 ก.ค.60 และคาดว่าจะเปิดประมูลงานราวเดือน ก.ย.60 งานใหม่ที่จะเป็นอัพไซด์ ซึ่ง บล.โนมูระฯ ยังไม่ได้รวมไว้ในประมาณการ 
  ส่วนแนวโน้มครึ่งหลังปีนี้คาดว่ากำไรจะดีกว่าครึ่งปีแรก ตามการเติบโตของธุรกิจวิศวกรรมรับรู้รายได้จาก Backlog เพิ่มขึ้น ประกอบกับในไตรมาส 3 เป็น High season ของธุรกิจจำหน่ายสายสัญญาณ ส่วนธุรกิจเทเลคอมเติบโตต่อเนื่องตามการใช้งานเพิ่มขึ้นของธุรกิจ Data service และ Data center นอกจากนี้ มองว่าราคาหุ้น ILINK Laggard สุดเมื่อเทียบกับกลุ่ม Non mobile ที่ศึกษา8บริษัท รวมทั้งตอบรับความเสี่ยง กรณีไม่รวมงาน Submarine เกาะสมุยแล้ว

 ราคาหุ้น ILINK ที่ปรับลงมารอบนี้ จึงขึ้นกับมุมมองของนักลงทุนว่าจะเห็นเป็นโอกาส หรือมองว่ายังมีความเสี่ยง ประเด็นที่น่าคิด คือ ที่ผ่านมาราคาหุ้น ILINK มักสะดุดตามความล่าช้าของโครงการที่เข้าร่วมประมูล รวมไปถึงการประมูลที่พลาดไปจากเป้าหมาย ส่งผลให้นักวิเคราะห์ปรับลดประมาณการลงเรื่อยๆ เป็นสิ่งที่นักลงทุนต้องระมัดระวัง


 

RECOMMENDED NEWS

ข่าวยอดนิยม

Refresh


LATEST NEWS

ข่าวล่าสุด

Refresh

ดูข่าวทั้งหมด