หุ้นฮ็อต

| 22 มิถุนายน 2560 | 09:20

SPA กระตุกแรงรับแผนบุก ตปท. ดัน P/E พุ่งเกือบ 50 เท่า

  SPA เด้งวันเดียว 7% ลุ้นทำนิวไฮในรอบ 6 เดือน จับตาแผนบุกต่างประเทศ หลังเดินหน้าตั้งบริษัทย่อยในฮ่องกง โบรกฯ เชื่อกำไรปีนี้โตต่อเนื่องอีก 40% ยังเชียร์ซื้อ แม้ P/E ปัจจุบันยังสูงเกือบ 50 เท่า

  ราคาหุ้น บริษัท สยามเวลเนสกรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ SPA ล่าสุด (21 มิ.ย.) พุ่งขึ้น 7.09% ปิดที่ 13.60 บาท สูงสุดในรอบ 3 เดือนที่ผ่านมา และลุ้นทำจุดสูงสุดใหม่ในรอบ 6 เดือน หากทะลุผ่านจุดสูงสุดเดิมก่อนหน้านี้ที่ 13.80 บาท ขึ้นไปได้สำเร็จ
  SPA ดำเนินธุรกิจด้านสปาเพื่อสุขภาพ และธุรกิจที่เกี่ยวเนื่องกับธุรกิจสปา โดยแบ่งเป็น 4 กลุ่มธุรกิจ คือ 1.ธุรกิจสปา ภายใต้แบรนด์ "Let''s Relax" แบรนด์ "RarinJinda Wellness Spa" และแบรนด์ บ้านสวนมาสสาจ 2.ธุรกิจโรงแรมและร้านอาหาร ในนาม "โรงแรม ระรินจินดา เวลเนส สปา รีสอร์ท" เป็นโรงแรมสไตล์บูติก ที่จังหวัดเชียงใหม่ ร้านอาหารในนาม "Deck 1" และร้านอาหาร "D Bistro" 3.ธุรกิจการจำหน่ายผลิตภัณฑ์สปา จัดจำหน่ายผลิตภัณฑ์สปาภายใต้แบรนด์ "Blooming" 4.กิจการโรงเรียนเกี่ยวกับการนวดแผนไทยในนาม "โรงเรียนสอนนวดแผนไทยบลูมมิ่ง" เพื่อให้การอบรมบริการนวดและสปาแก่พนักงานเทอราพิสต์ เพื่อรองรับการขยายธุรกิจของบริษัท
  กำไรของ SPA เพิ่มขึ้นจาก 33.25 ล้านบาท เมื่อปี 57 ขึ้นมาเป็น 140.96 ล้านบาท เมื่อปี 59 และช่วงไตรมาส 1/60 ที่ผ่านมา กำไรของบริษัทยังเติบโตต่อเนื่องและเป็นสถิติสูงสุดใหม่ต่อไตรมาส โดยทำได้ 45.15 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 28.1% จากปีก่อน และจุดเด่นอีกส่วนหนึ่งคือ ความสามารถในการทำกำไร โดย SPA มีอัตรากำไรสุทธิสูงเกือบ 20% ซึ่งเข้ามาช่วยกลบจุดด้อยเรื่องอัตราเงินปันผลที่เพียงไม่ถึง 1%
  ขณะที่ราคาหุ้น SPA ก็โดดเด่นไม่แพ้กัน เพราะเพิ่มขึ้นจากราคาเปิดวันแรกเมื่อปี 57 ที่ 4.70 บาท ขึ้นไปทำจุดสูงสุดที่ 14.60 บาท เมื่อต้นปีที่ผ่านมา แม้ค่า P/E ของบริษัทจะอยู่สูงเกินกว่า 50 เท่า มาตลอด โดยปัจจัยสำคัญที่ทำให้นักลงทุนยอมซื้อในระดับ P/E สูงขนาดนี้ คงหนีไม่พ้นกำไรสุทธิที่ยังเติบโตต่อเนื่อง นอกจากนี้บริษัทยังมีแผนที่จะขยายการลงทุนเพิ่มเติมทั้งในประเทศ และออกไปต่างประเทศอย่างจริงจัง
  ล่าสุด SPA เริ่มขยายการให้บริการเข้าไปในโรงแรม โดยได้ทำสัญญาเข้าให้บริการสปาในโรงแรม Spa Operating Agreement กับบริษัท เดอะ ซิส รีสอร์ท กะตะ จำกัด เพื่อให้บริการสปาภายในโรงแรม The Sis Resort Kata จ. ภูเก็ต ภายใต้แบรนด์ “Let’s Relax” เป็นระยะเวลา 2 ปี เเละสามารถขยายเวลาต่อไปได้อีก 2 ปี โดยก่อนหน้านี้ บริษัทเพิ่งจัดตั้งบริษัทย่อยในฮ่องกง เพื่อหวังจะขยายธุรกิจออกไปยังต่างประเทศอย่างจริงจัง
  บล.โนมูระ พัฒนสิน ระบุว่า SPA ปรับกลยุทธ์การขยายสาขาในต่างประเทศใหม่ นอกจากการขายแฟรนไชส์ในจีนแล้ว เราคาดว่ามีโอกาสที่ SPA จะเข้าไปเปิดสาขาในต่างประเทศด้วยตนเอง ผ่านบริษัทย่อยที่ฮ่องกง (Siam Wellness Hong Kong) ซึ่งจะเป็นจิ๊กซอว์ชิ้นต่อไปที่จะทำให้ผลประกอบการของบริษัทเติบโตอย่างต่อเนื่องในอนาคต
  ส่วนการขยายธุรกิจในประเทศยังเติบโตได้ดี โดยไตรมาส 1/60 ที่ผ่านมา เปิดสาขาใหม่ 3 แห่ง และต่อเนื่องในไตรมาส 2/60 อีก 2 แห่ง และในช่วงครึ่งปีหลังคาดว่าจะเปิดเพิ่มอีก 5 แห่ง รวมเป็น 10 สาขาในปีนี้ ขณะเดียวกันบริษัทได้ปรับราคา Let’s relax (นวดไทย 2 ชั่วโมง) ขึ้นจาก 900 บาท เป็น 1,000 บาท คาดว่าจะส่งผลบวกต่อแนวโน้มกำไรไตรมาส 2/60 ขณะที่ Spa&Onsen ได้รับการตอบรับดีกว่าคาด จากจำนวนลูกค้าที่ใช้บริการ 150-300 คนต่อวันธรรมดา และ 300-350 คนต่อวันหยุด และอัตราค่าใช้บริการเฉลี่ยสูงถึง 900 บาทต่อคน
  โดยภาพรวมยังคงแนะนำ ซื้อ ให้ราคาเป้าหมาย 18 บาท คิดเป็น P/E 50 เท่า ซึ่งเท่ากับค่าเฉลี่ยในอดีต แม้จะสูงกว่ากลุ่มซึ่งเฉลี่ยอยู่ที่ 35 เท่า แต่ถูกชดเชยด้วยแนวโน้มกำไรที่เติบโตเด่นสุด โดยคาดปีนี้มีกำไรสุทธิ 204.4 ล้านบาท เติบโต 45%
  ด้าน บล.ทิสโก้ ยังคงแนะนำ ซื้อ เช่นกัน ให้ราคาเป้าหมาย 14.7 บาท กลยุทธ์การเติบโตเชิงรุกด้วยการขยายสาขาปีละ 10 สาขายังเป็นไปตามแผน อีกทั้งยังมีโอกาสเติบโตในรูปแบบอื่นๆในต่างประเทศอีกมาก ซึ่งคาดน่าจะเห็นความชัดเจนขึ้นเรื่อยๆทั้งในจีนและกลุ่ม CLMV ทำให้ทั้ง 2 ปัจจัยยังเป็น Upside Risk ต่อประมานการของเรา โดยกำไรสุทธิไตรมาส 1/60 คิดเป็น 22.9% ของทั้งปี จึงคงประมาณการกำไรสุทธิปีนี้ที่ 198 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 40.2% จากปีก่อน
  SPA ยกระดับกำไรสุทธิรายไตรมาสสู่ 45 ล้านบาท ในไตรมาสแรก ทำจุดสูงสุดใหม่ ด้วยอานิสงส์นักท่องเที่ยวที่ฟื้นตัวรวดเร็ว อีกทั้งการยกเว้นค่าธรรมเนียม VISA สำหรับนักท่องเที่ยว 21ประเทศที่ยืดเวลาออกไปถึงเดือน ส.ค. กอปรกับนักท่องเที่ยวกลุ่มยุโรปที่เริ่มกลับมามีแนวโน้มการเติบโตเพิ่มขึ้น คาดจะช่วยให้ SPA สามารถเติบโตได้ตามแผน ด้าน Let’s Relax Onsen ที่เจาะกลุ่มลูกค้าชาวญี่ปุ่นก็มีการเติบโตของรายได้ที่ดีกว่าคาดหนุนสมมติฐานการคุ้มทุนเร็วขึ้นและอัตรากำไรขั้นต้นให้ปรับสูงขึ้นในอนาคต

  SPA จึงถือเป็นหุ้นขนาดกลาง-เล็กที่เติบโตโดดเด่นตัวหนึ่ง แต่ช่วง 6 เดือนที่ผ่านมา ก็เริ่มชะลอตัวอยู่ในกรอบ 12.50 – 14.50 บาท แต่ด้วยแผนบุกต่างประเทศที่ชัดเจนมากขึ้น ทำให้ราคาหุ้นเพิ่มขึ้นมาด้วยความคาดหวังอีกครั้ง ซึ่งในจุดนี้คงจะต้องติดตามกันอย่างใกล้ชิด เพราะการบุกตลาดต่างประเทศนั้นบริษัทยังไม่มีประสบการณ์เท่ากับในประเทศ หากมีผลลัพธ์ไม่ได้ตามที่หวังไว้ ราคาหุ้นในระดับ P/E 50 เท่า อาจจะกระเทือนได้

RECOMMENDED NEWS

ข่าวยอดนิยม

Refresh


LATEST NEWS

ข่าวล่าสุด

Refresh

ดูข่าวทั้งหมด