หุ้นฮ็อต

| 21 มิถุนายน 2560 | 14:00

AAV เด้งรับอานิสงส์น้ำมันดิ่ง แต่ระวัง Q2 เข้าโลว์ซีซั่น

        AAV บวกสวนตลาดเช้านี้ รับอานิสงส์น้ำมันดิบต่ำสุดรอบ 9 เดือน หนุนแรงเก็งกำไรหุ้นสายการบิน แต่ระวังงบ Q2 ยังอ่อนแอเหตุเข้าโลว์ซีซั่น แม้ภาพรวมยังแข็งแกร่ง จากการเป็นเบอร์ 1 สายการบินต้นทุนต่ำ แถมได้ประโยชน์เต็มจาก EEC และระยะยาวต้องจับตา Synergy กับกลุ่มคิงเพาเวอร์จะเห็นเมื่อไหร่ 

  บมจ.เอเชีย เอวิเอชั่น (AAV) ยืนในแดนบวกได้ตลอดการซื้อขายช่วงเช้า สวนทางดัชนีฯ ที่ปรับลดลง โดยเปิดที่ 6.35 บาท ก่อนปรับขึ้นแตะ 6.40 บาท และปิดการซื้อขายภาคเช้าที่ 6.35 บาท เพิ่มขึ้น 0.05 บาท หรือ 0.79% มูลค่าการซื้อขาย 138.95 ล้านบาท ขณะที่มีปริมาณหุ้นที่ซื้อขายเพิ่มขึ้นในช่วง 3 วันทำการ เฉลี่ยอยู่ที่ 33 ล้านหุ้น/วัน จากหลายวันก่อนหน้าเทรดไม่เกิน 10 ล้านหุ้น/วัน 
  AAV เป็นเจ้าของสายการบินสายการบินราคาประหยัด "ไทยแอร์เอเชีย" มีกลุ่มคิงเพาเวอร์เป็นผู้ถือหุ้นใหญ่ราว 40% โดยเข้าซื้อหุ้นต่อจาก "ครอบครัวแบเลเว็ลด์" เมื่อกลางปี59 ที่ผ่านมา ปัจจุบันมีผู้ถือหุ้นรายย่อยกว่า 21,000 ราย
 ราคาหุ้น AAV ร่วงหลุด 6 บาทไปเมื่อเดือน พ.ค.ที่ผ่านมา หลังประกาศงบไตรมาส 1/60 กำไรลดลงถึง 43% จากช่วงเดียวกันปีก่อน สาเหตุหลักมาจากต้นทุนน้ำมัน และการจ่ายภาษีน้ำมันเชื้อเพลิงที่เพิ่มขึ้น
  จากผลการดำเนินงานที่อ่อนแอเกินคาด แม้เป็นช่วง High Season ส่งผลให้นักวิเคราะห์ตบเท้าหั่นประมาณการ AAV ลง พร้อมให้ราคาเหมาะสมเฉลี่ยที่ราว 6.80 บาท
  สัญญาณหุ้น AAV ที่ปรับขึ้นในช่วงนี้ หลังจากราคาน้ำมันดิบโลกร่วงลงต่อเนื่อง ล่าสุดปิดที่ 43 เหรียญต่อบาร์เรล ต่ำสุดรอบ 9 เดือน จากอุปทานในตลาดเพิ่มขึ้นจากประเทศลิเบียและไนจีเรีย ส่งผลบวกโดยตรงต่อหุ้นในกลุ่มการบิน เพราะช่วยให้ต้นทุนการดำเนินงานต่ำลง 
 บล.แอพเพิล เวลธ์ แนะนำเก็งกำไรกลุ่มที่ได้รับประโยชน์จากราคาน้ำมันลง เช่น AAV , THAI , TASCO เช่นเดียวกับ "บล.ธนชาต" ที่มองว่ากลุ่มหุ้นที่ได้รับผลดีจากราคาน้ำมันต่ำ ได้แก่ AAV TASCO มีแนวโน้มแข็งแกร่งกว่าตลาดระยะสั้น 
  อย่างไรก็ตาม แนวโน้มผลประกอบการงวดไตรมาส 2/60 ของ AAV อาจจะไม่สดใสนัก เนื่องจากเข้าสู่ช่วง Low Season โดยกำไรอาจจะอ่อนตัวทั้ง QoQ และ YoY แต่วงการเห็นตรงกันว่าในงวดครึ่งหลังปี60 ผลประกอบการจะดีขึ้นจากต้นทุนต่ำลงและนักท่องเที่ยวฟื้นตัวจากฐานที่ต่ำปีก่อน
 บล.หยวนต้า (ประเทศไทย) แนะนำสะสม AAV ราคาเหมาะสมอิง Consensus 6.80 บาท มองว่ามี 3 ประเด็นบวก ดังนี้
  (1) คาดว่าหุ้นกลุ่มสายการบินตอบรับเชิงบวก หลังราคาน้ำมันดิบ NYMEX ปรับตัวลงทำระดับต่ำสุดในรอบ 9 เดือน 
  (2) ทิศทางผลประกอบการ Q2/60 แม้ชะลอตัว QoQ จาก Seasonal Effect แต่คาดว่าผลประกอบการครึ่งหลังปี60 จะกลับมาขยายตัวเด่น YoY จากอานิสงส์ของต้นทุนเชื้อเพลิงที่ปรับตัวลง และฐานนักท่องเที่ยวในปีก่อนที่ค่อนข้างต่ำ เนื่องจากเดือน ส.ค.2559 มีการออกมาตรการควบคุมทัวร์ศูนย์เหรียญ
  (3)จุดเด่นของ AAV อยู่ที่ประสิทธิภาพในการควบคุมต้นทุน และมีเส้นทางบินครอบคลุมทั้งในประเทศและภูมิภาค รวมทั้งมีการขยายเส้นทางใหม่ๆอย่างต่อเนื่อง เช่น กรุงเทพ-มัลดีฟส์, ดอนเมือง - ดานัง และได้ประโยชน์จากการเกิด EEC เนื่องจากเป็นสายการบินเดียวที่ให้บริการที่สนามบินอู่ตะเภา
  บล.ฟิลลิป คาดว่าผลประกอบการไตรมาส 2/60 กำไรน่าจะชะลอตัว YoY แม้ว่าผู้โดยสารจะเพิ่มขึ้น แต่แนวโน้มรายได้เฉลี่ย/ตั๋ว ที่ยังลดลงจะยังกดดันกำไร แต่มองว่าครึ่งปีหลังกำไรจะฟื้นตัว YoY และดีกว่าครึ่งปีแรก โดยเฉพาะในไตรมาส 4/60 ที่จะช่วยภาพรวมทั้งปีไว้ได้ หลังจากที่ได้เริ่มหันมาเน้นตลาดในประเทศและ CLMV ในเส้นทางที่ได้เปรียบคู่แข่ง ทำให้อาจขยับราคาค่าตั๋วขึ้นได้ ประกอบกับการบริหารรายได้และต้นทุนที่มีประสิทธิภาพมากขึ้น จากราคาน้ำมันที่ไม่น่าจะผันผวนมากเท่ากับไตรมาส 1/60 
 ทั้งนี้ AAV มีแผนจะรับเครื่องบิน 6 ลำในปี 2560 รวมเป็น 57 ลำ โดยเหลือรับเครื่องบิน 3 ลำใน Q4/60 และในอีก 3 ปีข้างหน้าจะรับปีละ 5 ลำ ผู้โดยสารปีนี้คาดอยู่ที่ 19.5 ล้านคน โต 13.2% YoY และ Load Factor อยู่ที่ 84% ประเมินกำไรสุทธิ 2,018 ล้านบาท โต 8% YoY 
  แม้ในปีนี้กำไรของ AAV จะโตไม่มากอย่างที่คาดการณ์ไว้เดิม แต่ด้วยศักยภาพในฐานะสายการบินต้นทุนต่ำเบอร์ 1 ของไทย แผนการเพิ่มเครื่องบินที่ชัดเจนและเส้นทางบินเป้าหมายที่จะเปิด จึงแนะนำ "ทยอยซื้อ" ราคาพื้นฐานที่ 6.70 บาท อิง P/E 16 เท่า
  บล.กสิกรไทย ปรับราคาเป็นหมายหุ้นกลุ่มสายการบินจากสิ้นปี 2560 เป็นกลางปี 2561 โดยได้ปรับเพิ่มราคาพื้นฐาน THAI เป็น 23.40 บาท แต่ปรับลดราคาพื้นฐาน BA เป็น 17.90บาท ขณะที่ยังคงราคาพื้นฐาน AAV ที่ 5.90 บาท แนะนำ "ถือ" สำหรับหุ้นทั้ง 3 ตัว อย่างไรก็ตาม ความคาดหวังในการปลดธงแดงของ ICAO ในช่วงปลายปี 2560 อาจจะสร้างแรงกระตุ้นเชิงบวกให้กับหุ้นกลุ่มนี้ได้

 สิ่งที่ต้องจับตาคือ หุ้น AAV ที่ฟื้นตัวขึ้นจะเป็นเพียงแรงเก็งกำไรระยะสั้นหรือไม่ ขณะที่แนวโน้มผลประกอบการ Q2 เข้าโลว์ซีซั่นอาจจะกดดันราคาหุ้น เหมือนที่เคยเกิดขึ้นใน Q1/60 มาแล้ว ขณะที่ Synergy กับกลุ่มคิงเพาเวอร์ ยังเป็นสิ่งที่ตลาดฯ รอคอยว่าจะเห็นชัดเจนเมื่อไหร่กันแน่

RECOMMENDED NEWS

ข่าวยอดนิยม

Refresh


LATEST NEWS

ข่าวล่าสุด

Refresh

ดูข่าวทั้งหมด