หุ้นฮ็อต

| 20 มิถุนายน 2560 | 09:15

AOT แพงได้อีก ... โบรกฯ อัพใช้ราคาปีหน้า

 AOT ทำนิวไฮไม่หยุด โบรกฯ อัพเป้าใช้ราคาปีหน้าที่ 50.80 บาท มองหุ้นจะปรับตัวได้ดีในอีก 2-3 ปี ตามแนวโน้มการเติบโตของสนามบิน แต่ยังต้องระวังความไม่แน่นอน 2 ประเด็น ทั้งอัตราค่าเช่าที่ดินสนามบินใหม่กับกรมธนารักษ์ ที่ยังไม่มีข้อสรุป และ กรณีถูกตรวจสอบสัญญากับคิง เพาเวอร์

  ราคาหุ้น บมจ.ท่าอากาศยานไทย (AOT) เคลื่อนไหวอย่างโดดเด่นอีกครั้ง โดยระหว่างการซื้อขายวานนี้ (19 มิ.ย.) ราคาปรับขึ้นสูงสุดแตะ 47 บาท ซึ่งเป็นราคา All Time High ก่อนปิดการซื้อขายที่ 46.50 บาท เพิ่มขึ้น 1.25 บาท หรือ 2.76% ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 3.4 พันล้านบาท มากเป็นอันดับ 1
  AOT เป็นผู้บริหารท่าอากาศยาน 6 แห่ง ได้แก่ ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ, ท่าอากาศยานดอนเมือง,ท่าอากาศยานเชียงใหม่, ท่าอากาศยานหาดใหญ่, ท่าอากาศยานภูเก็ต และท่าอากาศยานแม่ฟ้าหลวง เชียงราย เป็นรัฐวิสาหกิจภายใต้การถือหุ้นใหญ่ของกระทรวงการคลัง 70% มีรายย่อยรวมถือหุ้นกว่า 27,000 ราย
  ด้านผลการดำเนินงาน AOT มีกำไรสุทธิทำนิวไฮต่อเนื่องทุกปี จากหลักพันล้านบาทในปี 53 ขึ้นมาเป็น 1.9 หมื่นล้านบาทในปี 59 ส่วนไตรมาส 2 (สิ้นสุด มี.ค.60) ทำกำไรสุทธิโตราว 18% แตะ 6.4 พันล้านบาท ตามการเพิ่มขึ้นของจำนวนเที่ยวบินและผู้โดยสาร ส่งผลให้งวดครึ่งแรกของปี 59/60 (ต.ค.59-มี.ค.60) ทำกำไรสุทธิได้แล้วถึง 1.1 หมื่นล้านบาท ด้วยอัตรากำไรสุทธิที่เพิ่มแตะ 40.7% จาก 37% ในปีก่อน
  สอดคล้องกับราคาหุ้นที่ทำสถิติ All Time High อยู่หลายครั้งในปี 59 จนบริษัทฯ ตัดสินใจแตกพาร์จาก 10 บาท เป็น 1 บาท เพื่อเพิ่มโอกาสให้รายย่อยได้เป็นเจ้าของ เมื่อเดือน ก.พ. 60 ที่ผ่านมา ส่งผลให้ราคากระดานปรับลงเป็น 42 บาท จาก 420 บาท แม้ว่าในช่วงแรกของการแตกพาร์ ราคาหุ้น AOT จะผิดฟอร์มเล็กน้อย เพราะถูกเทขายทำกำไรทันที จนกดราคาไหลลงแตะ 37.25 บาท แต่หลังจากนั้นกราฟราคาในภาพรวมก็เป็นขาขึ้นมาโดยตลอด
  สัญญาณหุ้น AOT ที่มีแรงเก็งกำไร จนดันราคาหุ้นให้ทำสถิติสูงสุดใหม่ได้อีกครั้ง จึงมีคำถามเกิดขึ้นมากมาย เพราะก่อนหน้านี้นักวิเคราะห์ประเมินราคาเหมาะสมที่ 42-45 บาทเท่านั้น แต่หลังจากได้ข้อมูลเพิ่มจากผู้บริหาร จึงมีการขยับไปใช้ราคาเหมาะสมปีหน้าที่ 50.80 บาท ทันที
  บล.เคจีไอ ระบุว่า เราได้เข้าร่วมประชุมนักวิเคราะห์ของ AOT หลังประกาศงบ 1H60 (ตุลาคม 2559-มีนาคม 2560) และมีมุมมองเป็นบวก โดยเราได้ปรับเพิ่มประมาณการกำไรสุทธิปี FY60-61 ขึ้นอีก 0.5% และ 3% ตามลำดับ และยังได้ขยับไปใช้ราคาเป้าหมายปี FY61 ที่ 50.80 บาท
  ผลประกอบการของ AOT ใน 1H60 แข็งแกร่ง โดยมีกำไรสุทธิ 1.16 หมื่นล้านบาท (+14.2% YoY) ซึ่งเป็นผลมาจาก จำนวนผู้โดยสารที่เติบโตอย่างต่อเนื่อง และจำนวนเที่ยวบินที่เพิ่มขึ้น รวมไปถึงรายได้เพิ่มขึ้นหลังจากที่อาคารผู้โดยสารที่สนามบินดอนเมืองและภูเก็ตเสร็จเรียบร้อย และค่าเสื่อมราคาที่ลดลงของสนามบินสุวรรณภูมิ (หลังจากที่เปิดใช้งานมาแล้ว 10 ปี)
  เราประเมินว่ากำไรสุทธิของ AOT ในปี FY60 จะอยู่ที่ 2.11 หมื่นล้านบาท (+8% YoY) และปี FY61 จะอยู่ที่ 2.33 หมื่นล้านบาท (+10.4% YoY) โดยขยับไปใช้ราคาเป้าหมายปี FY61 ที่คำนวณโดยวิธี DCF ที่ 50.80 บาท (WACC 7.64%; terminal growth 4%) จากเดิม 45.40 บาท หลังจากที่ได้ปรับเพิ่มประมาณการกำไรสุทธิปี FY60-61 เราคิดว่าราคาหุ้นจะปรับตัวได้ดีในอีกสองสามปีข้างหน้าตามแนวโน้มการเติบโตของสนามบินของบริษัท
  สำหรับในระยะต่อไป AOT จะเดินหน้าขยายสนามบินเพื่อเพิ่มความสามารถในการรองรับผู้โดยสารจาก 83.5 ล้านคนในปี 2559 เป็น 181 ล้านคนในอีก 10 ปีข้างหน้า โดยความสามารถในการรองรับผู้โดยสารในปัจจุบันได้เพิ่มขึ้นมาเป็นประมาณ 101 ล้านคนจากการเพิ่มความสามารถในการให้บริการของสนามบินดอนเมืองและภูเก็ตประมาณ 16 ล้านคนในปีที่แล้ว แต่อย่างไรก็ตาม จำนวนผู้โดยสารที่มาใช้บริการจริงเพิ่มขึ้นเป็น 116 ล้านคน ซึ่งสูงกว่าความสามารถในการรองรับ ดังนั้น เราจึงมองว่าแนวโน้มการเติบโตของกำไร AOT จึงจะยังคงเป็นบวก ตามอุปสงค์การใช้งานสนามบินที่แข็งแกร่งในช่วงหลายปีที่ผ่านมา และแนวโน้มในอนาคตก็ยังคงเป็นบวกต่อเนื่องจากการเติบโตในระยะยาวของอุตสาหกรรมการท่องเที่ยว และธุรกิจการแพทย์ของไทย ดังนั้น เราจึงคาดว่าจำนวนผู้โดยสารที่มาใช้บริการ AOT จะโตได้ถึงปีละ 6-8%
  นอกจากนี้ เรายังชอบ AOT ในแง่ของโมเมนตั้มการเติบโตจากการที่มีสัดส่วนปริมาณการจราจรของเครื่องบินในประเทศไทยสูงถึงกว่า 80% และความมั่นคงสูงจากการที่กระทรวงการคลังเป็นผู้ถือหุ้นใหญ่ในสัดส่วน 70 อย่างต่อเนื่อง ดังนั้น เราจึงยังคงแนะนำให้ซื้อ
 ขณะที่ บล.ฟิลลิป ให้ราคาพื้นฐานปี 61 ของ AOT ที่ 47 บาท และปรับคำแนะนำเป็น "ทยอยซื้อ" จาก "ถือ" สอดคล้องกับ บล.ธนชาต ที่แนะนำซื้อ ให้ราคาพื้นฐาน 47.50 บาท
  บล.โนมูระ พัฒนสิน ระบุว่า ระยะสั้นหุ้น AOT มีความไม่แน่นอน 2 ประเด็น ดังนี้ 
  1) อยู่ระหว่างเจรจราอัตราค่าเช่าที่ดินสนามบินใหม่กับกรมธนารักษ์  
  2) กรณีถูกตรวจสอบสัญญากับคิง เพาเวอร์
  อย่างไรก็ตาม เราประเมินความเสี่ยงจากอัตราค่าเช่าใหม่ส่งผลต่อราคาเป้าหมายไม่มากเพียง -2% และกรณีสัญญา คิง เพาเวอร์ หากต้องยกเลิกสัญญาเราเชื่อว่าจะมีผู้ให้บริการ Duty Free รายอื่นพร้อมเข้ามาแทนคิง เพาเวอร์ ทันที ดังนั้น เรามองว่าทั้ง 2 ประเด็นไม่มีนัยสำคัญต่อประมาณการและราคาเป้าหมาย

 หุ้น AOT จัดว่าเป็นหุ้นที่แม้จะแพงแล้ว แต่ก็อาจจะแพงได้อีก จากความคาดหวังการเติบโตในอนาคต จนนักวิเคราะห์ต้องขยับไปใช้ราคาเป้าหมายปีหน้า เพื่อให้สอดคล้องกับราคากระดาน ซึ่งนักเก็งกำไรอาจฉวยจังหวะซื้อขายในระยะสั้นได้ แต่การซื้อเพื่อลงทุนระยะยาว คงต้องพิจารณาจังหวะการลงทุนที่เหมาะสมด้วย

RECOMMENDED NEWS

ข่าวยอดนิยม

Refresh


LATEST NEWS

ข่าวล่าสุด

Refresh

ดูข่าวทั้งหมด