หุ้นฮ็อต

| 16 มิถุนายน 2560 | 13:57

EA ทำ All Time High โบรกฯ เพิ่มอัพไซด์ธุรกิจแบตเตอรี่

        EA พุ่งทำ All Time High โบรกฯ อัพเป้าแตะ 43 บาท จาก 34 บาท ให้มูลค่าเพิ่มธุรกิจแบตเตอรี่ไฟฟ้าเฟสแรก 1GWh ที่จะเริ่มผลิตในปีหน้า ขณะที่ระยะสั้นลุ้นติดดัชนี SET50 แต่ต้องระวังแรงขายทำกำไร หลังราคาหุ้นเริ่มเทรดสะท้อนอนาคตอีกครั้ง

  บมจ.พลังงานบริสุทธิ์ (EA) ราคาพุ่งแรงในช่วง 1 สัปดาห์ที่ผ่านมา พร้อมกับมูลค่า และปริมาณหุ้นที่ซื้อขายเพิ่มขึ้นเกินปกติ โดยเปิดที่ 33 บาท ก่อนเพิ่มขึ่้นแตะ 34 บาท ทำ All Time High ตั้งแต่เข้าซื้อขาย และปิดการซื้อขายภาคเช้าที่ 33.25 บาท เพิ่มขึ้น 0.75 บาท หรือ 2.31% มูลค่าการซื้อขายหนาแน่นเป็นอันดับ 8 ที่ 423.09 ล้านบาท 
  EA เป็นผู้ผลิตไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์และพลังงานลมขนาดใหญ่ในไทย นอกจากนี้ ยังทำธุรกิจไบโอดีเซล ได้แก่ น้ำมันไบโอดีเซล (B100), น้ำมันดีเซลหมุนเร็ว (B2,B3,B4,B5) และกลีเซอรีนบริสุทธิ์ ล่าสุดกำลังขยายไปสู่ธุรกิจแบตเตอรี่กักเก็บพลังงาน
  EA เพิ่งย้ายเข้ามาเทรดใน SET เมื่อต้นปี 60 ที่ผ่านมาในกลุ่มพลังงาน และติดโผหุ้นที่มีโอกาสถูกนำเข้าคำนวณในดัชนีSET50 ซึ่งคาดจะประกาศใน 1-2 วันนี้ 
  ผลการดำเนินงาน EA กำไรโตก้าวกระโดดทุกปี ตามการขายไฟเข้าระบบในเชิงพาณิชย์ (COD) ที่เป็นไปตามเป้าหมาย จากปี 56 ที่เพิ่งเข้าตลาดฯ มีกำไรสุทธิ 200 กว่าล้านบาท ขึ้นมาเป็น 3 พันล้านบาทในปี 59 ส่วนไตรมาส 1/60 มีกำไร 979 ล้านบาท เป็นไปตามคาด
 ณ วันที่ 10 มิ.ย. 60 บริษัทฯ COD แล้วรวมทั้งสิ้น 359 MW หลังขายไฟฟ้าโครงการพลังงานลม หาดกังหัน2 ขนาด 45MWเข้าระบบ และเร็วๆ นี้จะตามมาด้วยการ COD หาดกังหัน3 อีก 45MW หลังจากได้ทำการเชื่อมโยงไฟฟ้าเข้าระบบแล้วรอแค่วัน COD ส่งผลให้ปีนี้ขายไฟได้ตามแผน 404MW
  "อมร ทรัพย์ทวีกุล" รองประธานเจ้าหน้าที่บริหาร EA เปิดเผยว่า โรงไฟฟ้าพลังงานลมโครงการหาดกังหัน 3 ขนาดกำลังการผลิต 45 MW ได้ทำการเชื่อมโยงไฟฟ้าเข้าระบบแล้ว และอยู่ระหว่างการกำหนดวันเริ่ม COD ซึ่งหากเริ่ม COD จะทำให้กำลังการผลิตไฟฟ้าปีนี้เป็น 404MW ตามแผน ซึ่งจะช่วยผลักดันรายได้และกำไรในปีนี้ทำสถิติสูงสุดใหม่ต่อเนื่อง
 ด้านราคาหุ้น EA ย่ำฐานอยู่ที่ระดับ 26-30 บาท ตั้งแต่ต้นปีที่ผ่านมา จนกระทั่งล่าสุดทะลุ 30 บาท ได้อย่างแข็งแกร่งอีกครั้ง หลังจากตลาดฯ เริ่มเห็นโอกาสการเติบโตครั้งใหม่ จากการขยายธุรกิจสู่แบตเตอรี่เก็บกักพลังงาน ที่จะเริ่ม COD เฟสแรกในสิ้นปีหน้า
  โครงการลงทุนสร้างโรงงานผลิตแบตเตอรี่ระบบสำรองไฟฟ้า (Energy Storage) ตั้งอยู่ในเขตเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก (EEC) โดย EA ร่วมมือกับพันธมิตรจากจีนและไต้หวัน ลงทุนทั้งหมด 50 Gigawatt Hour (GWh) มูลค่าการลงทุน 1 แสนล้านบาท โดยเฟสแรก 1GWh มูลค่าการลงทุน 3 พันล้านบาทจะเริ่มก่อสร้างปีนี้ คาดเริ่มดำเนินการผลิตได้ปี61 จากนั้นจะลงทุนในเฟสถัดไป โดยคาดว่าจะครบ 50GWh ในปี63 
  EA ฉายภาพหากทุกอย่างเป็นไปตามแผน คือ ดำเนินการเชิงพาณิชย์ได้ครบ 50 GWh ภายใน 63 จะสามารถผลักดันสัดส่วน รายได้ธุรกิจแบตเตอรี่มากกว่า 50% ของรายได้รวมทั้งหมด นั่นหมายความว่า ธุรกิจนี้จะเป็นเอสเคิร์ฟตัวใหม่ให้บริษัทในอนาคตอีก 3 ปีข้างหน้า 
 สำรวจความเห็นนักวิเคราะห์ พบว่า บล.ธนชาต เป็นโบรกฯ แรก ที่อัพเป้าหมายสูงสุดของ EA เป็น 43 บาท โดยให้มูลค่าเพิ่มจากธุรกิจแบตเตอรี่เฟสแรกถึง 13 บาทต่อหุ้น และมองว่ามีโอกาสเติบโตมหาศาลในระยะยาว ขณะที่อีกหลายค่ายยังไม่รวมธุรกิจแบตเตอรี่เข้ามาในประมาณการ 
  บล.ธนชาต แนะนำ "ซื้อ" หุ้น EA ปรับเป้าเป็น 43 บาท จากเดิม 34 บาท โดยให้มูลค่าเพิ่มของธุรกิจแบตเตอรี่เฟสแรก ขนาด 1GWh ด้วยมูลค่าเงินลงทุน 3 พันล้านบาท คาดว่าจะสามารถ COD ได้ในสิ้นปี 61 เป็นต้นไป ที่ 13 บาท/หุ้น ขณะที่ธุรกิจผลิตไฟฟ้าปัจจุบันยังเติบโตจากกำลังการผลิตที่เพิ่มขึ้น หนุนกำไรขยายตัว 39-12% ปี60-61 (ยังไม่รวมอัพไซด์จากธุรกิจแบตเตอรี่เฟส 2 ขนาด 49GWh) และโอกาสเพิ่มน้ำหนักใน SET50 และ FTSE SET หนุนฟันด์โฟลว์ระยะสั้น 
  ทั้งนี้ มองว่าจากธุรกิจใหม่ คือ โรงงานแบตเตอรี่และธุรกิจพลังงานดั้งเดิมของบริษัท จะหนุนให้ EA มี EPS เฉลี่ย (59-62 ) ที่ 33% และ PEG ที่ 0.7 เท่าในปี60 
  นอกจากนี้ EA กำลังอยู่ในขั้นสุดท้ายของการตัดสินใจสำหรับธุรกิจกักเก็บพลังงานเฟส 2 ซึ่งมีปริมาณการกักเก็บที่ 49Gwh (ประมาณการเงินลงทุนที่ 9.8 หมื่นลบ.) โดยกำลังรอการตัดสินใจจากคณะกรรมการการลงทุน แม้เราจะมองว่าเป็นแผนการลงที่น่าสนใจ แต่เรายังรอรายละเอียดเพิ่มเติมก่อนที่จะคิดรวมในการคำนวณของเรา 
  อย่างไรก็ตาม เรามองว่า EA จะไม่สามารถแบกรับการลงทุนในโครงการที่ 2 ด้วยตนเองได้ เนื่องจากจะมี gearing มากกว่า 3x ในปี 2020 โดยทางเลือกคือ 50% JV  
  สำหรับรูปแบบการขายอุปกรณ์กักเก็บพลังงาน น่าจะเป็นแบบแพ็คเกจ และขายไปยังประเทศในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ที่ยังมีพลังงาน และ/หรือมีสายส่งพลังงานไม่เพียงพอไม่เพียงพอ ขณะที่พันธมิตรจากไต้หวันมีธุรกิจกักเก็บพลังงานที่ดีและสามารถเชื่อถือได้
  บล.เออีซี แนะนำ "ถือ" มูลค่าพื้นฐานปี 60 ที่ 28.50 บาท (อิงวิธี DCF) ยังไม่ได้รวมธุรกิจระบบแบตแตอรี่ในประมาณการ เนื่องจากต้องรอดูความชัดเจนของธุรกิจอีกครั้ง โดยภายใต้ประมาณการเดิม คาดกำไรปกติปี 2560 โต 36.6%YoY และโตต่อ 37.4%YoY ด้วยปัจจัยหนุนจาก 
  (1) รายได้จากธุรกิจไบโอดีเซลคาดฟื้นตัวต่อเนื่อง ด้วยปริมาณยอดสั่งซื้อที่สูงขึ้น หลังกระทรวงพลังงานปรับเพิ่มสัดส่วนการผสมน้ำมันไบโอดีเซลกลับมาที่ 7% เริ่มวันที่ 8 พ.ค.60 
  (2) การรับรู้รายได้เต็มปีของโรงไฟฟ้าโซลาร์ 4 โรง (278MW) 
  (3) โรงไฟฟ้าลมหาดกังหันอีก 2 โรง (90MW) คาดเริ่ม COD ภายในเดือนมิ.ย.60 และ 
  (4) โรงไฟฟ้าลมหนุมาน (260MW) คาด COD ได้ช่วงปลาย Q4/61 
 บล.ซีไอเอ็มบี คาดว่าการเติบโตของ EA จะยังมีอยู่จากกำลังการผลิตของโรงไฟฟ้าพลังงานลมที่เพิ่มขึ้น 90MW โดยจะเริ่มการผลิตในเดือน มิ.ย. และมองว่าการตัดสินใจรุกธุรกิจแบตเตอรี่จะเป็นปัจจัยผลักดันการเติบโตใหม่ในระยะยาว แนะนำ "ถือ" ราคาเป้าหมาย 31 บาท

 ราคาหุ้น EA ในปัจจุบัน ต้องนับว่าสะท้อนการ COD โรงไฟฟ้าทั้งโซลาร์ฯ และพลังงานลมไปหมดแล้ว การพุ่งทำ All Time High ได้อีกครั้ง เป็นความคาดหวังจากสตอรี่ใหม่ ที่ตลาดฯ เริ่มมองเห็นภาพว่าจะผลักดันการเติบโตได้จริง ซึ่งหุ้นที่ถูกซื้อขายด้วยราคาในอนาคต มีข้อควรระวังคือ ราคาจะพร้อมปรับลงทันที หากเกิดข่าวร้าย หรือเหตุการณ์ที่อาจทำให้ผิดจากแผนที่วางไว้ อีกหนึ่งประเด็นที่ต้องจับตาใกล้ชิด ก็คือแผนการลงทุนธุรกิจแบตเตอรี่ไฟฟ้าเฟส 2 ที่ใช้เงินลงทุนเกือบ 1 แสนล้านบาท จะนำมาซึ่งการเพิ่มทุนในอนาคตหรือไม่


 

RECOMMENDED NEWS

ข่าวยอดนิยม

Refresh


LATEST NEWS

ข่าวล่าสุด

Refresh

ดูข่าวทั้งหมด