หุ้นฮ็อต

| 16 มิถุนายน 2560 | 09:18

PM ทำจุดสูงสุดใหม่รอบ 4 ปี จับตาแผนบุกต่างประเทศ

  PM ราคาพุ่งแตะ 12.40 บาท ทำจุดสูงสุดใหม่ในรอบ 4 ปี รับกำไรโค้งแรกพุ่ง 21% หลังบริษัทรุกตลาดส่งออกมากขึ้น โบรกฯ แนะจับตาแผนรุกตลาดจีน ให้อัพไซด์จากราคาเป้าหมายเกือบ 50%

  หุ้นบริษัท พรีเมียร์ มาร์เก็ตติ้ง จำกัด (มหาชน) หรือ PM กลับมาซื้อขายคึกคักอีกครั้งในช่วง 1 เดือนครึ่งที่ผ่านมา โดยราคาพุ่งขึ้นเกิน 30% ขึ้นไปแตะจุดสูงสุดที่ 12.40 บาท ซึ่งเป็นจุดสูงสุดในรอบ 4 ปี ทั้งนี้ ราคาหุ้น PM เคยทำจุดสูงสุดตลอดกาลไว้ที่ 13 บาท เมื่อเดือน พ.ค. 56
  PM เป็นผู้จัดจำหน่ายและเป็นตัวแทนจำหน่ายสินค้าอุปโภคและบริโภค และมีบริษัทย่อย 4 แห่ง ได้แก่ 1. บริษัท พี.เอม.ฟูด จำกัด ผลิตและจำหน่ายสินค้าปลาเส้นและปลาแผ่น ‘ปลาสวรรค์ทาโร’ 2. บริษัท พรีเมียร์ แคนนิ่ง อินดัสตรี้ จำกัด ผลิตและจำหน่ายผลิตภัณฑ์ปลาทูน่าและผลิตภัณฑ์อาหารทะเลสำเร็จรูปอื่นสำหรับอาหารคนและสัตว์เลี้ยงภายใต้ตราสินค้าของลูกค้า ส่งออกไปจำหน่ายต่างประเทศ และผลิตและจำหน่ายสินค้าซอสมะเขือเทศ ซอสพริก และซอสปรุงรสอื่น ตรา ‘คิงส์ คิทเช่น’ 3. บริษัท พรีเมียร์ โฟรเซ่น โพรดักส์ จำกัด ให้บริการรับฝากแช่ผลิตภัณฑ์ในห้องเย็น 4. บริษัท พีเอ็ม เอสอี จำกัด ดำเนินธุรกิจลงทุนในกิจการเพื่อสังคม และจัดจำหน่ายผลิตภัณฑ์จากกิจการเพื่อสังคมและผลิตภัณฑ์กาแฟอินทรีย์ภายใต้ชื่อแบรนด์ ‘มีวนา’
  ช่วง 4 ปีที่ผ่านมา หุ้น PM ค่อนข้างเงียบไปจากตลาดพอสมควร ไม่ว่าจะด้วยปริมาณการซื้อขายที่ค่อนข้างเบาบาง ราคาหุ้นที่ค่อนข้างทรงตัวอยู่ในกรอบ 9-11 บาท มาโดยตลอด ขณะที่ผลประกอบการก็แทบจะไม่เปลี่ยนแปลงมากนักในแต่ละปี
 ปัจจัยสำคัญอย่างหนึ่งที่ทำให้ PM กลับมาคึกคักอีกครั้ง คือ กำไรไตรมาส 1/60 ที่ทำได้ 144.59 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 21% จากปีก่อน และยังเป็นไตรมาสแรกที่บริษัทมีกำไรมากที่สุดเทียบกับไตรมาสแรกของช่วง 4 ปีก่อนหน้านี้
  บริษัทอธิบายว่า กำไรที่เติบโตขึ้นในช่วงไตรมาสแรก เป็นผลจากรายได้ที่เพิ่มขึ้น 58.8 ล้านบาท มาอยู่ที่ 1,107.7 ล้านบาท โดยหลักเกิดจากรายได้ส่งออกที่เพิ่มขึ้น 35.4 ล้านบาท และธุรกิจจัดจำหน่ายสินค้าอุปโภคและบริโภคที่เพิ่มขึ้น 23.3 ล้านบาท ประกอบกับค่าใช้จ่ายในการขายที่ลดลง 15.8 ล้านบาท หลักๆ เกิดจากค่าสื่อโฆษณาที่ลดลง
  บล.โนมูระ พัฒนสิน เริ่มต้นคำแนะนำต่อหุ้น PM โดยให้ราคาเป้าหมายไว้ที่ 17.4 บาท มีอัพไซด์เกือบ 50% โดยให้เหตุผลว่า แนวโน้มกำไรของ PM ในปีนี้น่าจะเติบโตสูงถึง 55% จากปีก่อน จาก 3 ปัจจัยบวก คือ การส่งออกปลาเส้นทาโรสู่ตลาดต่างประเทศเป็นครั้งแรก ทั้งตลาดจีนและ CLMV
 ทั้งนี้ ปัจจัยสำคัญที่จะผลักดันการเติบโตในช่วง 4 ปีข้างหน้า (ปี 60-63) คือ รายได้ส่วนเพิ่ม จากการส่งออกปลาเส้นทาโรไปขายตลาดต่างประเทศ โดยการตีตลาดต่างประเทศนี้ บริษัทได้ปรับเปลี่ยนนำกลุ่มผู้บริหารใหม่ที่เชี่ยวชาญการมาบริหาร ฉะนั้นเราคาดยอดขายทาโรไปยังต่างประเทศรวมที่ 100 ล้านบาท 300 ล้านบาท และ 750 ล้านบาท ในปี 60-62
  นอกจากนี้ PM จะมีฐานกำไรที่เพิ่มขึ้น หลังการขายหุ้น พรีเมียร์เอ็นเตอร์ไพรซ์ จำกัด (มหาชน) หรือ PE จำนวน 153 ล้านหุ้น ที่ราคาหุ้นละ 0.8 บาท ซึ่งการลดสัดส่วนในหุ้น PE ทำให้ PM ไม่ต้องรับรู้ส่วนแบ่งขายทุนจาก PE ราว 50 ล้านบาทต่อปี และจะมีกำไรพิเศษจากการขายหุ้นเข้ามา 62.4 ล้านบาท
  เริ่มคำแนะนำ ซื้อ มูลค่าพื้นฐานปี 60 ที่ 17.4 บาท โดยอิง P/E ล่วงหน้าปี 60 ส่วนลด 20% จากผู้เล่นในอุตสาหกรรมเดียวกัน ได้แก่ TU และ TKN พร้อมคาดเงินปันผลเฉลี่ย 7% ต่อปี
  แม้ผลประกอบการของ PM จะค่อนข้างคงที่มาตลอดในช่วงปี 56-58 ก่อนจะลดลงถึง 20% ในปี 59 แต่ก็ยังถูกชดเชยด้วยเงินปันผลสูง 5-6% ต่อปี
  อย่างไรก็ดี ราคาหุ้นที่ปรับตัวขึ้นมาต่อเนื่อง ก็ย่อมมีผู้ที่แบ่งขายออกไป และหนึ่งในนั้นก็คือ ผู้บริหารของบริษัท 2 ราย ขายออกไปรวม 2.84 แสนหุ้น ตั้งแต่ช่วงกลางเดือน พ.ค. ที่ผ่านมา ในช่วงราคาตั้งแต่ 9.90-10.80 บาท

  ล่าสุด ราคาหุ้น PM ถูกดันขึ้นมารอด้วยความคาดหวังว่าการรุกตลาดส่งออก จะเป็นปัจจัยหนุนสำคัญให้บริษัทกลับมาเป็นหุ้นเติบโตได้อีกครั้ง จากที่เคยทำได้เมื่อปี 54 - 56 ซึ่งราคาหุ้นวิ่งขึ้นจากเพียง 2.1 บาท ไปทำจุดสูงสุดที่ 13 บาท ภายในระยะเวลาไม่ถึง 2 ปี แต่ก็ต้องระวังด้วยระดับ P/E ล่าสุดที่ 19.03 เท่า มากกว่าค่าเฉลี่ยในช่วง 4 ปีที่ผ่านมาซึ่งจะอยู่ในช่วง 10-14 เท่า หากผลลัพธ์ไม่เป็นอย่างที่หวัง การร่วงกลับมาของราคาหุ้นก็เกิดขึ้นได้ทันที

RECOMMENDED NEWS

ข่าวยอดนิยม

Refresh


LATEST NEWS

ข่าวล่าสุด

Refresh

ดูข่าวทั้งหมด