หุ้นฮ็อต

| 15 มิถุนายน 2560 | 13:59

GSTEL ส่องพื้นฐานยังอ่อนแอ หนี้ท่วม-ขาดทุนสะสมหนัก

        GSTEL เทรดสนั่นวอลุ่มพุ่ง 700% บนความหวังออเดอร์เหล็กเพิ่ม หากรัฐไฟเขียวโครงการอินฟราฯ ลุ้นใช้ ม.44 สัปดาห์หน้า ส่องงบ Q1/60 แม้พลิกมีกำไรแต่ส่วนใหญ่จากรายการพิเศษ การเก็งกำไรตามน้ำต้องไว ราคาอาจบวกแค่ช่วงสั้น ขณะที่พื้นฐานยังอ่อนแอ D/E พุ่ง 6 เท่า ขาดทุนสะสม 2 หมื่นล้านบาท
  หุ้น บมจ.จี เจ สตีล (GSTEL) เปิดแรงต่อเนื่องจากวานนี้ที่ชนซิลลิ่ง พร้อมกับปริมาณหุ้นและมูลค่าการซื้อขายที่เพิ่มขึ้นเกินปกติ โดยราคาเปิดที่ 0.50 บาท ก่อนปรับขึ้นแตะ 0.58 บาท สูงสุดในรอบกว่า 2 ปี ก่อนจะปิดการซื้อขายภาคเช้าที่ 0.48 บาท ราคาไม่เปลี่ยนแปลง ปริมาณการซื้อขายเพิ่มขึ้นกว่า 700% เทียบค่าเฉลี่ย 5 วันทำการก่อนหน้า  
 GSTEL เป็นผู้ผลิตและจำหน่ายเหล็กแผ่นรีดร้อนชนิดม้วน และเหล็กแผ่นหนา (Slab) ซึ่งเป็นผลิตภัณฑ์ ต้นน้ำของอุตสาหกรรมเหล็กแผ่น รายได้ส่วนใหญ่มาจากการขายสินค้าในประเทศเป็นหลัก
  หุ้นกลุ่มเหล็กปรับขึ้นยกแผงในช่วงนี้ รับข่าวความคาดหวังโครงการลงทุนของภาครัฐ ที่จะหนุนออเดอร์กลุ่มเหล็กครึ่งปีหลัง แต่กลับพบว่า GSTEL ตอบรับแรงกว่าหุ้นเหล็กตัวอื่น ประเด็นหลักน่าจะมาจากผลการดำเนินงานไตรมาส 1/60 ที่พลิกกลับมาทำกำไรได้ หลังขาดทุนเรื้อรังมาเกือบ 10 ปี แม้ส่วนใหญ่จะมาจากกำไรปรับหนี้ แต่ก็เพียงพอที่จะเป็นประเด็นเพื่อเก็งกำไร
 ล่าสุดมีข่าวว่า สัปดาห์หน้านายกรัฐมนตรีเตรียมพิจารณาใช้ ม.44 ปลดล็อคโครงการรถไฟความเร็วสูงไทย-จีน ซึ่งนำไปสู่ความคาดหวังโครงการขนาดใหญ่ต่างๆ จะหนุนออเดอร์กลุ่มเหล็กครึ่งปีหลัง
  ขณะที่ GSTEL แจ้งผลประกอบการไตรมาส 1/60 มีกำไรสุทธิ 1.24 พันล้านบาท เทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนที่ขาดทุนสุทธิ 34.49 ล้านบาท สาเหตุหลักมาจากกำไรพิเศษจากการปรับโครงสร้างหนี้ 1.38 พันล้านบาท และมีกำไรจากอัตราแลกเปลี่ยน 543 ล้านบาท ผลจากเงินบาทแข็งค่าขึ้น (กำไรจากการดำเนินงานปกติ 209 ล้านบาท)
  ด้านแนวโน้มผลการดำเนินงานไตรมาส 2/60 พบว่าไม่สดใสนัก ดังที่ GSTEL คาดการณ์ทิศทางธุรกิจหลังปิดงบไตรมาสแรกว่า ราคาเหล็กรีดร้อนในประเทศเริ่มอ่อนตัวลงตั้งแต่ปลายเดือน มี.ค.60 ส่งผลด้านจิตวิทยาทำให้ความต้องการลดลงด้วย ประกอบกับมีวันหยุดมากในเดือน เม.ย. จึงคาดว่าปริมาณขายในไตรมาส 2/60 จะน้อยกว่าไตรมาส 1/60 
  ส่วนเรื่องการปรับปรุงโครงสร้างหนี้ บริษัทฯ ยังดำเนินการเจรจาอย่างต่อเนื่องผ่านวิธีการทางด้านการเงินในรูปแบบต่างๆ และจะเปิดเผยข้อมูลการปรับปรุงโครงสร้างหนี้เมื่อมีความคืบหน้า 
 ตรวจสอบฐานะทางการเงิน GSTEL ล่าสุดยังมีหนี้สินต่อทุนสูงเกือบ 6 เท่า และขาดทุนสะสมกว่า 2 หมื่นล้านบาท การหวังเงินปันผลจึงเป็นเรื่องยากมากในระยะเวลาอันใกล้
  GSTEL ระบุในงบไตรมาส 1/60 ว่ามีหนี้สินรวม 20,248.18 ล้านบาท เป็นหนี้ระยะยาวเพียงแค่ 3,402.02 ล้านบาท โดยส่วนใหญ่ 16,846.15 ล้านบาท เป็นหนี้ระยะสั้น ที่กดดันสภาพคล่องทางการเงิน
  ด้านนักวิเคราะห์หลักทรัพย์ แนะนำให้ซื้อขายหุ้นกลุ่มเหล็กด้วยความระมัดระวังหลังปรับขึ้นยกแผง โดยต้องพิจารณาบริษัทที่ยังพอมีพื้นฐานรองรับ จะปลอดภัยต่อการซื้อขายมากกว่า 
  บล.เอเชีย เวลท์ กล่าวว่า หุ้นเหล็กปรับตัวขึ้น เช่น GJS, GSTEL, TSTH และ TMT เนื่องจากคาดการณ์ความต้องการเหล็กในประเทศที่เพิ่มขึ้นจากโครงการขนาดใหญ่ พร้อมแนะนักลงทุนซื้อขายด้วยความระมัดระวังหุ้นกลุ่มนี้ เพราะอาจเป็นบวกเพียงระยะสั้น โดยมองว่ามีเพียง TSTH และ TMT ที่มีพื้นฐานและกำไรรองรับและปลอดภัยสำหรับการซื้อขาย 
 ดังนั้น ต้องติดตามผลประกอบการไตรมาส 2/60 ว่างบปกติจะยังสามารถทำกำไรได้หรือไม่ นอกเหนือจากปัจจัยที่คาดการณ์ไว้ ก็ยังมีเรื่องค่าเงินบาทต่อดอลลาร์ ซึ่งจะมีผลต่อรายได้ของ GSTEL เช่นกัน โดยเงินบาทในช่วงไตรมาส 2/60ทิศทางแข็งค่าขึ้นเมื่อเทียบกับไตรมาสแรก แม้เป็นบวกต่อ GSTEL แต่ก็ไม่สำคัญเท่าผลการดำเนินงานหลัก 
  นอกจากนี้ ภารกิจหน้าเสื่อของ GSTEL จากนี้ จะต้องเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตและลดต้นทุน เพื่อให้มีความสามารถในการแข่งขัน โดยเฉพาะคู่แข่งที่สำคัญจากจีน และเวียดนาม ที่เข้ามาบุกตลาดในไทย

  การเก็งกำไร GSTEL จึงต้องใช้ความระมัดระวังอย่างสูง จากฐานะการเงินที่ยังอ่อนแอ แนวโน้มผลการดำเนินงานที่่ไม่ชัดเจนว่าจะเทิร์นอะราวด์ได้ อีกทั้งยังมีหนี้ และขาดทุนสะสมจำนวนมาก กราฟที่พุ่งขึ้นมา 2 แท่งใหญ่ จึงยังต้องลุ้นว่าจะจอดอยู่เพียงเท่านี้หรือไม่

RECOMMENDED NEWS

ข่าวยอดนิยม

Refresh


LATEST NEWS

ข่าวล่าสุด

Refresh

ดูข่าวทั้งหมด